พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน · ปาฏลิคามิยวรรค
๑. นิพพานสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในปาฏลิคามิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน ปาฏลิคามิยวรรค นิพพานสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๐๔–๓๐๕
๘. ปาฏลิคามิยวรรค ๑. ปฐมนิพพานปฏิสังยุตตสูตร
๘. ปาฏลิคามิยวรรค
๑. ปฐมนิพพานปฎิสังยุตตสูตร
ว่าด้วยเรื่องพระนิพพาน สูตรที่ ๑
{๑๕๘} [๗๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสชี้แจงภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาว่าด้วยเรื่องพระนิพพาน และภิกษุเหล่านั้นก็กำหนดจดจำไวในใจอย่างแม่นยำ น้อมนึกถึงธรรมีกถา ตั้งใจฟังธรรมกันลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้วจึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ ในเวลานั้นว่ามีอยู่จริง ภิกษุทั้งหลาย อายตนะคือนิพพานซึ่ง
เป็นที่ไม่มีปฐวีธาตุ ไม่มีอาโปธาตุ ไม่มีเตโชธาตุ ไม่มี
ว่าโยธาตุไม่มีอากาสานัญจายตนะไม่มีวิญญาณัญจายตนะ
ไม่มีอากิญจัญญายตนะ ไม่มีเนวสัญญานาสัญญายตนะ
ไม่มีโลกนี้ ไม่มีโลกหน้า ไม่มีดวงจันทร์ดวงอาทิตย์
- ๑พระอุทานนี้ทรงเปล่งแสดงถึงภาวะที่มีอยู่จริงโดยปรมัตถ์แห่งพระนิพพานโดยใช้พระธรรมเทศนา แสดงภาวะที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนกับพระนิพพานนั้น (ขุ.อุ.อ. ๔๑๖)
- ๒อายตนะคือนิพพาน ในนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกนิพพานว่าอายตนะ เพราะมีความหมายว่าเหตุปัจจัย โดยความเป็นอารัมมณปัจจัย (เป็นเหตุโดยความเป็นอารมณ์) แก่มรรคญาณและผลญาณเป็นต้นเหมือนกับตรัสเรียกรูปเป็นต้นว่าอายตนะ (รูปายตนะ) เพราะเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จักษุวิญญาณเป็นต้น (ขุ.อุ.อ. ๔๑๗) ไม่ได้มีความหมายว่าเป็นแดนหรือสถานที่ใด ๆ
พระบาลีสุตตันตปิฎก อุททกนิกาย อุทาน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในอายตนะคือนิพพานนั้น
ก็มิได้กล่าวถึงการมา การไป การดำรงอยู่ การจุติ
และการอุบัติไว้ อายตนะคือนิพพานนั้นไม่มีที่ดำรงอยู่
่ไม่มีความเป็นไป ไม่มีอารมณ์เลย (นิพพาน) นี่แหละ
เป็นที่สุดแห่งทุกข์
๒. ทุติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร
ว่าด้วยเรื่องพระนิพพาน สูตรที่ ๒
{๑๕๙} [๗๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสชี้แจงภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาว่าด้วยเรื่องพระนิพพาน และภิกษุเหล่านั้นก็กำหนดจดจำไวัในใจอย่างแม่นยำ น้อมนึกถึงธรรมีกถา ตั้งใจฟังธรรมกันลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่าสัจจะคือนิพพาน เป็นธรรมชาติที่เห็นได้ยาก ไม่มี
ตัณหาความดิ้นรน มิใช่จะเห็นกันได้ง่าย สำหรับผู้ที่ละ
ตัณหาได้แล้ว รู้แจ้งเห็นจริงอยู่ ย่อมไม่มีกิเลสเป็นเหตุ
ให้กังวล
- ๑สัจจะคือนิพพาน นิพพานชื่อว่าสัจจะเพราะมีความหมายว่าเป็นสภาวะที่ไม่แปรผัน เป็นสภาวะ ที่มีแต่สงบระงับโดยส่วนเดียว (ขุ.อุ.อ. ๔๒๑)
จบ ๑. นิพพานสูตร ที่ ๑