arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๒

๔. อัทธาสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในวรรคที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. อัทธาสูตร

ว่าด้วยกาลเวลา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๒ อัทธาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๑๘–๔๑๙

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้“ภิกษุทั้งหลาย กาล ๓ กาลนี้

กาล ๓ กาล อะไรบ้าง คือ

๑. อดีตกาล ๒. อนาคตกาล ๓. ปัจจุบันกาล

ภิกษุทั้งหลาย กาล ๓ กาลนี้แล”

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

สัตว์ทั้งหลายผู้สำคัญขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรื่องที่พูดกัน

ยึดมั่นอยู่ในเรื่องที่พูดกัน

ย่อมดิ่งเข้าหากิเลสเครื่องประกอบของมัจจุราช

เพราะไม่กำหนดรู้เรื่องที่พูดกันให้ถ่องแท้

ส่วนพระขีณาสพกำหนดรู้เรื่องที่พูดกันได้อย่างถ่องแท้

จึงไม่สำคัญผู้พูด ท่านมีใจสัมผัสวิโมกข์

และสันติบทอันยอดเยี่ยมแล้วนั่นแล

พระขีณาสพนั้น ชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ

ที่เกิดจากความกำหนดรู้เรื่องที่พูดกัน สงบแล้ว

ยินดีในสันติบท เป็นผู้พิจารณาแล้วจึงใช้สอยปัจจัย ๔ เสมอ

ดำรงอยู่ในธรรม เป็นผู้จบเวท

จึงไม่เข้าถึงการนับ อีกต่อไป

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

อัทธาสูตรที่ ๔ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๐๕/๑๙๔
  2. ๒ไม่เข้าถึงการนับ หมายถึงไม่นับว่าเป็นมนุษย์และเทวดา เพราะไม่มีภพที่จะเกิดอีก (ขุ.อิติ.อ. ๖๓/๒๔๒)

จบ ๔. อัทธาสูตร