arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต · วรรคที่ ๒

๑๑. อปายสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในวรรคที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๑. อาปายิกสูตร

ว่าด้วยคนผู้จะเกิดในอบาย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ อปายสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๙๘–๓๙๙

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้“ภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ จะเกิดในอบาย จะเกิดในนรก เพราะไม่ละ ความประพฤติชั่วนี้คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญญาว่า ประพฤติพรหมจรรย์

๒. คนที่ชอบโจทผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างบริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วย อพรหมจรรย์อันไม่มีมูลภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้แล จะเกิดในอบาย จะเกิดในนรก เพราะไม่ละ ความประพฤติชั่วนี้”พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

คนที่ชอบกล่าวคำไม่จริง

หรือคนที่ทำความชั่วแล้วกล่าวว่า

“ฉันไม่ได้ทำ” ต่างก็ตกนรก

คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว

ตายไปแล้ว มีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า

ภิกษุชั่วจำนวนมากมีผ้ากาสาวะพันที่คอ

มีธรรมเลวทราม ไม่สำรวม

ย่อมตกนรกเพราะบาปกรรมทั้งหลาย

การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิง

ยังดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลไม่สำรวม

บริโภคอาหารที่ชาวบ้านเขาถวาย

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

อาปายิกสูตรที่ ๑๑ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดู ธรรมบท ข้อ ๓๐๖ หน้า ๑๒๘, อุทาน ข้อ ๓๘ หน้าที่ ๒๔๘, สุตตนิบาต ข้อ ๖๖๗ หน้า ๖๕๙ ในเล่มนี้
  2. ๒ดูธรรมบทข้อ ๓๐๗-๓๐๘ หน้า ๑๒๙, อิติวุตตกะข้อ ๙๑ หน้า ๔๖๔ ในเล่มนี้

จบ ๑๑. อปายสูตร