พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต · วรรคที่ ๑
๕. มักขสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในวรรคที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ ๑ มักขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๓๔–๓๓๔
๑. ปฐมวรรค ๖. มานสูตร
๕. มักขสูตร
ว่าด้วยการละความลบหลู่ได้เป็นพระอนาคามี
{๑๘๓} [๕] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอละอกุศลธรรมอย่างหนึ่งเสียได้ เราขอรับรองว่าพวกเธอจะได้เป็นอนาคามีแน่นอน อกุศลธรรมอย่างหนึ่งนั้นคือ อะไร คือ พวกเธอละอกุศลธรรมอย่างหนึ่งคือมักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน) เสียได้ เราขอรับรองว่าพวกเธอจะได้เป็นอานาคามีแน่นอน”ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนี้อความนี้ไว้แล้วจึง ตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
ผู้ที่เห็นแจ้งรู้เท่าทันมักขะซึ่งเป็นเหตุให้เหล่าสัตว์
ผู้ลบหลู่ต้องถึงทุคติ ย่อมละมักขะนั้นได้ เมื่อละได้แล้ว
ย่อมไม่หวนกสับมายังโลกนี้อีกตลอดกาล
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๖. มานสูตร
ว่าด้วยการละความถือตัวได้เป็นพระอนาคามี
{๑๘๔} [๖] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า
จบ ๕. มักขสูตร