พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต · วรรคที่ ๑
๓. ตปนียสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในวรรคที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ ๑ ตปนียสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๖๔–๓๖๕
๑. ปฐมวรรค ต. ตปนียสูตร
ภิกษุเช่นนั้นมีกายและใจไม่ถูกไฟคือความทุกข์แผดเผา
ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งกลางวันกลางคืน
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๓. ตปนียสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ทำให้เดือดร้อน ๒ ประการ
{๒๐๘} [๓๐] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรมที่เป็นเหตุให้เดือดร้อนนี้มี ๒ ประการธรรม ๒ ประการคืออะไรบาง คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ไม่ได้ทำคุณงามความดีไว้ ไม่ได้ทำกุศลไว้ไม่ได้ทำบุญเป็นเครื่องต่อต้านความหวาดกลัวไว้ ได้แต่เป็นผู้ทำแต่ความชั่ว ทำแต่อกุศลธรรมที่หยาบช้า บุคคลนั้นย่อมเดือดร้อนว่า ‘เราไม่ได้ทำความดีไว้เลย’ ดังนี้บ้าง ย่อมเดือดร้อนว่า ‘เราทำแต่ความชั่วไว้’ ดังนี้บ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นเหตุให้ เดือดร้อนมื ๒ ประการนี้แล”ในพระสูตรนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
บุคคลผู้มีปัญญาทราม ทำกายทุจริต วจีทุจริต มโน
ทุจริต และอกุศลกรรมอย่าอื่นที่มีโทษ ไม่ทำกุศลกรรม
ทำแต่อกุศลกรรมไว้มาก ตายแล้วย่อมเข้าถึงนรก
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
๔. อตปนียสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ไม่ทำให้เดือดร้อน ๒ ประการ
{๒๐๙} [๓๑] ความจริง พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ได้ตรัสไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นเหตุไม่ให้เดือดร้อนมี ๒ ประการธรรม ๒ ประการคืออะไรบ้างคือบุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ได้ทำคุณงามความดีไว้ ได้ทำกุศลไว้ ได้ทำบุญเป็นเครื่องต่อต้านความหวาดกลัวไว้ เป็นผู้ไม่ได้ทำความชั่วไม่ได้ทำอกุศลธรรมที่หยาบช้า บุคคลนั้นย่อมบันเทิงใจว่า ‘เราได้ทำความดีไว้แล้ว’ ดังนี้บ้าง ย่อมบันเทิงใจว่า ‘เราไม่เคยก่อกรรม ทำชั่วไว้’ ดังนี้บ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นเหตุไม่ทำให้เดือดร้อนมี ๒ ประการนี้แล”ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้ไว้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
บุคคลมีปัญญา ละกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
และไม่ทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่มีโทษ ไม่ทำอกุศลกรรม
ทำแต่กุศลกรรมไว้มาก ตายแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวนี้ไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สดับมาแล้วอย่างนี้
จบ ๓. ตปนียสูตร