พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ · เสขิยกัณฑ์
วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค เล่ม ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๒๐–๘๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๗ ในเสขิยกัณฑ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๗๕๘–๗๖๖
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑๐
จบ อุชชัคฆิกวรรคที่ ๒
๓. ขัมภกตวรรค
หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว
สิกขาบทที่ ๑
{๘๒๐} [๕๙๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินเท้าแขนข้างเดียวก็ดี ทั้งสองข้างก็ดี ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑
สิกขาบทที่ ๒
{๘๒๑} [๕๙๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งเท้าแขนในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งเท้าแขนในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งเท้าแขนในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเท้าแขนข้างเดียวก็ดี ทั้งสองข้างก็ดี ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๒
สิกขาบทที่ ๓
{๘๒๒} [๕๙๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๓
สิกขาบทที่ ๔
{๘๒๓} [๕๙๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๔
สิกขาบทที่ ๕
{๘๒๔} [๖๐๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๕
สิกขาบทที่ ๖
{๘๒๕} [๖๐๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อนั่งรัดเข่าด้วยมือก็ดี รัดเข่าด้วยผ้าก็ดี ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๖
จบ สารูป ๒๖ สิกขาบท
โภชนปฏิสังยุต ๓๐ สิกขาบท
สิกขาบทที่ ๗
{๘๒๖} [๖๐๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ทำเหมือนอยากจะทิ้ง ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงรับบิณฑบาตโดยเคารพ ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อรับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ทำเหมือนอยากจะทิ้ง ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๗
สิกขาบทที่ ๘
{๘๒๗} [๖๐๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตพลางแลไปในที่นั้น ๆ เมื่อเขากำลังเกลี่ยบิณฑบาตลงก็ดี เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วก็ดี จึงไม่รู้สึกตัว ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักแลดูในบาตรรับบิณฑบาต’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงแลดูในบาตรรับบิณฑบาต ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อรับบิณฑบาตพลางแลไปในที่นั้น ๆ ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๘
สิกขาบทที่ ๙
{๘๒๘} [๖๐๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต รับแต่แกงอย่างเดียวมาก ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักรับบิณฑบาตมีแกงพอสมควรแก่ ข้าวสุก’
สิกขาบทวิภังค์
ที่ชื่อว่า แกง ได้แก่ แกง ๒ ชนิด คือ แกงถั่วเขียว ๑ แกงถั่วเหลือง ๑ ที่ใช้มือหยิบได้
ภิกษุพึงรับบิณฑบาตมีแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเพื่อ รับแต่แกงอย่างเดียวมาก ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุรับกับข้าวต่างอย่าง ๑ ภิกษุรับของญาติ ๑ ภิกษุรับของผู้ปวารณา ๑ ภิกษุรับเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น ๑ ภิกษุซื้อมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๙
สิกขาบทที่ ๑๐
{๘๒๙} [๖๐๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตจนพูนบาตร ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักรับบิณฑบาตแต่พอเสมอขอบปากบาตร’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงรับบิณฑบาตแต่พอเสมอขอบปากบาตร ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตจนพูนบาตร ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑๐
จบ ขัมภกตวรรคที่ ๓
๔. สักกัจจวรรค
หมวดว่าด้วยความเคารพ
สิกขาบทที่ ๑
{๘๓๐} [๖๐๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ฉันบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ทำเหมือนไม่อยากจะฉัน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงฉันบิณฑบาตโดยเคารพ ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อฉันบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ทำเหมือนไม่อยากจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
จบ วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค