พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ · เสขิยกัณฑ์
วรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรค เล่ม ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๑๐–๘๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๗ ในเสขิยกัณฑ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรค (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๗๕๐–๗๕๘
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑๐
จบ ปริมัณฑลวรรคที่ ๑
๒. อุชชัคฆิกวรรค
หมวดว่าด้วยการหัวเราะ
สิกขาบทที่ ๑
{๘๑๐} [๕๘๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินหัวเราะลั่นไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินหัวเราะเสียงดังไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินหัวเราะลั่นไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินไปพลางหัวเราะไปในเรื่องที่น่าขันในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุทำอาการเพียงยิ้มในเรื่องที่น่าขัน ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑
สิกขาบทที่ ๒
{๘๑๑} [๕๘๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งหัวเราะลั่นในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งหัวเราะเสียงดังในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งหัวเราะลั่นในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งพลางหัวเราะลั่นในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุทำอาการเพียงยิ้มในเรื่องที่น่าขัน ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๒
สิกขาบทที่ ๓
{๘๑๒} [๕๘๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินตะโกนเสียงดังไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักมีเสียงเบาเดินใปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงมีเสียงเบาเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินตะโกนเสียงดังไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๓
สิกขาบทที่ ๔
{๘๑๓} [๕๘๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งตะโกนเสียงดังในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักมีเสียงเบานั่งในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุพึงมีเสียงเบานั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อนั่งตะโกนเสียงดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุ มีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๔
สิกขาบทที่ ๕
{๘๑๔} [๕๙๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินโยกกายไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินโยกกายไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินโยกกายไปในละแวกบ้าน พึงเดินประคองกายให้ตรง ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโยกกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๕
สิกขาบทที่ ๖
{๘๑๕} [๕๙๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งโยกกายในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งโยกกายในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งโยกกายในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองกายให้ตรง ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโยกกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๖
- ๑หมายถึงนั่งด้วยอาการที่ไม่ไหวกายไปมา นั่งตัวตรง นั่งด้วยอิริยาบถคงที่ (วิ.อ. ๒/๔๕๐)
สิกขาบทที่ ๗
{๘๑๖} [๕๙๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินแกว่งแขน ปล่อยแขนตกไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินแกว่งแขนไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินแกว่งแขนไปในละแวกบ้าน พึงเดินประคองแขนให้นิ่งไป ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินแกว่งแขน ปล่อยแขนตกไปใน ละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๗
สิกขาบทที่ ๘
{๘๑๗} [๕๙๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งแกว่งแขน ปล่อยแขนตกในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งแกว่งแขนในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งแกว่งแขนในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองแขนให้นิ่ง ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งแกว่งแขน ปล่อยแขนตกในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๘
สิกขาบทที่ ๙
{๘๑๘} [๕๙๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินโคลงศีรษะ ทำคอตกไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน’
- ๑คำว่า ประคองแขน ในที่นี้หมายถึงทำไม่ให้ไหว คือ นั่งไม่กระดิกแขน (วิ.อ. ๒/๔๕๐)
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน พึงเดินประคองศีรษะให้ตรงไป ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงศีรษะ ทำคอตกไปในละแวก บ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๙
สิกขาบทที่ ๑๐
{๘๑๙} [๕๙๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งโคลงศีรษะ ทำคอตกในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่นั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงนั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน พึงนั่งประคองศีรษะให้ตรงภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงศีรษะ ทำคอตกในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
- ๑เดินประคองศีรษะ หมายถึงตั้งศีรษะให้ตรง ไม่ให้ไหวเอนไปมา (วิ.อ. ๒/๔๕๐)
อนาปัตติวาร
ภิกษุไม่จงใจ ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ตัว ๑ ภิกษุอาพาธ ๑ ภิกษุอยู่ในที่พัก ๑ ภิกษุมีอันตราย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑๐
จบ อุชชัคฆิกวรรคที่ ๒
๓. ขัมภกตวรรค
หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว
สิกขาบทที่ ๑
{๘๒๐} [๕๙๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน ...
พระพุทธบัญญัติ
ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ‘เราจักไม่เดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน’
สิกขาบทวิภังค์
ภิกษุไม่พึงเดินเท้าแขนไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินเท้าแขนข้างเดียวก็ดี ทั้งสองข้างก็ดี ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ
จบ วรรคที่ ๒ อุชชัคฆิกวรรค