arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาราชิกกัณฑ์ · ตติยปาราชิกสิกขาบท

สิกขาบทวิภังค์ เล่ม ๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๑–๑๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๖ ในตติยปาราชิกสิกขาบทมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สิกขาบทวิภังค์

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาราชิกกัณฑ์ ตติยปาราชิกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ (ฉบับหลวง เล่ม ๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑)

บาลี (สยามรัฐ)

โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ สญฺจิจฺจาติ ชานนฺโต สญฺชานนฺโต เจจฺจ อภิวิตริตฺวา วีติกฺกโม ฯ มนุสฺสวิคฺคโห นาม ยํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ ยาว มรณกาลา เอตฺถนฺตเร เอโส มนุสฺสวิคฺคโห นาม ฯ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปจฺฉินฺทติ อุปโรเธติ สนฺตตึ วิโกเปติ ฯ สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺยาติ อสึ วา สตฺตึ วา เภณฺฑึ วา สูลํ วา ลคุฬํ วา ปาสาณํ วา สตฺถํ วา วิสํ วา รชฺชุํ วา ฯ

ฉบับหลวง

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่าผู้ใด คือ ผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติอย่างใดมีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์อย่างใดเป็นเถระก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตาม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนึ่ง ... ใด

บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะ-อรรถว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว ชื่อว่าภิกษุ โดยสมญา ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญา ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นเอหิภิกษุ ชื่อว่า ภิกษุเพราะอรรถว่า เป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้เจริญชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า มีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นพระเสขะ ชื่อว่า ภิกษุเพราะอรรถว่า เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อุป-สมบทแล้วด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ บรรดาผู้ที่ชื่อว่าภิกษุเหล่านั้น ภิกษุนี้ใดที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อุปสมบทแล้วด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ภิกษุนี้พระผู้มีพระภาคทรงประสงค์ว่า ภิกษุ ในอรรถนี้

บทว่า จงใจ ความว่า ภิกษุใดรู้อยู่ รู้ดีอยู่ พรากกายมนุษย์จากชีวิต การกระทำของภิกษุนั้น เป็นความตั้งใจ พยายาม ละเมิด

ที่ชื่อว่า กายมนุษย์ ได้แก่จิตแรกเกิดขึ้น คือ ปฐมวิญญาณปรากฏขึ้นในท้องแห่งมารดาตราบเท่าถึงกาลเป็นที่ตาย อัตภาพในระหว่างนี้ ชื่อว่า กายมนุษย์

บทว่า พรากจากชีวิต ความว่า ตัดทอน บั่นรอน ซึ่งอินทรีย์ คือชีวิต ทำความสืบต่อให้กำเริบ

บทว่า หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น ได้แก่ ดาบ หอกฉมวก หลาว ฆ้อน หิน มีด ยาพิษ หรือเชือก.

บาลี (สยามรัฐ)

มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺยาติ ชีวิเต อาทีนวํ ทสฺเสติ มรเณ วณฺณํ ภณติ ฯ

ฉบับหลวง

บทว่า หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย ได้แก่แสดงโทษในความเป็นอยู่พรรณนาคุณในความตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

มรณาย วา สมาทเปยฺยาติ สตฺถํ วา อาหร วิสํ วา ขาท รชฺชุยา วา อุพฺพนฺธิตฺวา กาลํ กโรหีติ ฯ

ฉบับหลวง

บทว่า หรือชักชวนเพื่ออันตาย คือชักชวนว่า จงนำมีดมา จงกินยาพิษหรือจงแขวนคอตายด้วยเชือก.

บาลี (สยามรัฐ)

อมฺโภ ปุริสาติ อาลปนาธิวจนเมตํ อมฺโภ ปุริสาติ ๑ฯ กึ ตุยฺหิมินา ปาปเกน ทุชฺชีวิเตน มตนฺเต ชีวิตา เสยฺโยติ ปาปกํ นาม ชีวิตํ อฑฺฒานํ ชีวิตํ อุปาทาย ทลิทฺทานํ ชีวีตํ ปาปกํ สธนานํ ชีวิตํ อุปาทาย อธนานํ ชีวิตํ ปาปกํ เทวานํ ชีวิตํ อุปาทาย มนุสฺสานํ ชีวิตํ ปาปกํ ฯ ทุชฺชีวิตํ นาม หตฺถจฺฉินฺนสฺส ปาทจฺฉินฺนสฺส หตฺถปาทจฺฉินฺนสฺส กณฺณจฺฉินฺนสฺส นาสจฺฉินฺนสฺส กณฺณนาสจฺฉินฺนสฺส ฯ กึ อิมินา จ ปาปเกน อิมินา จ ทุชฺชีวิเตน มตนฺเต ชีวิตา เสยฺโยติ ฯ อิติจิตฺตมโนติ ยํ จิตฺตํ ตํ มโน ยํ มโน ตํ จิตฺตํ ฯ จิตฺตสงฺกปฺโปติ มรณสญฺญี มรณเจตโน มรณาธิปฺปาโย ฯ อเนกปริยาเยนาติ อุจฺจาวเจหิ อากาเรหิ ฯ มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺยาติ ชีวิเต อาทีนวํ ทสฺเสติ มรเณ วณฺณํ ภณติ อิโต ตฺวํ กาลกโต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสสิ ตตฺถ ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรสฺสสีติ ฯ

๑ เตสุ วุตฺตโปตฺถเกสุ อิทํ วจนํ น ปญฺญายติ ฯ

ฉบับหลวง

บทว่า แน่ะนายผู้เป็นชาย นี้เป็นคำสำหรับเรียก คือคำทักทาย

คำว่า จะประโยชน์อะไรแก่ท่าน ด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ ดังนี้ นั้น อธิบายว่า ชีวิตที่ชื่อว่ายากแค้น คือเทียบชีวิตของคนมั่งคั่งชีวิตของคนเข็ญใจ ก็ชื่อว่ายากแค้น เทียบชีวิตของคนมีทรัพย์ ชีวิตของคนไร้ทรัพย์ ก็ชื่อว่ายากแค้น เทียบชีวิตของเหล่าเทพเจ้า ชีวิตของพวกมนุษย์ ก็ชื่อว่ายากแค้น ชีวิตของคนมีมือขาดมีเท้าขาด มีทั้งมือทั้งเท้าขาด มีหูขาด มีจมูกขาด มีทั้งหูทั้งจมูกขาด ชื่อว่าชีวิตอันแสนลำบากจะประโยชน์อะไรด้วยชีวิตอันแสนลำบากและยากแค้นเช่นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ ดังนี้

บทว่า มีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ ความว่า ธรรมชาติอันใดเป็นจิต ธรรมชาติอันนั้นชื่อว่าใจ ธรรมชาติอันใดเป็นใจ ธรรมชาติอันนั้นชื่อว่าจิต

บทว่า มีความมุ่งหมายหลายอย่าง อย่างนี้ คือมีความหมายในอันตาย มีความจงใจในอันตาย มีความประสงค์ในอันตาย

บทว่า โดยหลายนัย คือ โดยอาการมากมาย

บทว่า พรรณนาคุณในความตายก็ดี ได้แก่แสดงโทษในความเป็นอยู่ พรรณนาคุณในความตายว่า ท่านตายจากโลกนี้แล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อมอิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลกสวรรค์นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

มรณาย วา สมาทเปยฺยาติ สตฺถํ วา อาหร วิสํ วา ขาท รชฺชุยา วา อุพฺพนฺธิตฺวา กาลํ กโรหิ โสพฺเภ วา นรเก วา ปปาเต วา ปปตาติ ฯ

ฉบับหลวง

บทว่า ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี คือชักชวนว่า จงนำมีดมา จงกินยาพิษจงแขวนคอตายด้วยเชือก หรือจงโจนลงในบ่อ ในเหว หรือในที่ชัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อยมฺปีติ ปุริเม อุปาทาย วุจฺจติ ฯ ปาราชิโก โหตีติ เสยฺยถาปิ นาม ปุถุสิลา เทฺวธา ภินฺนา อปฺปฏิสนฺธิกา โหติ เอวเมว ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย เตน วุจฺจติ ปาราชิโก โหตีติ ฯ อสํวาโสติ สํวาโส นาม เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขาตา เอโส สํวาโส นาม ฯ โส เตน สทฺธึ นตฺถิ เตน วุจฺจติ อสํวาโสติ ฯ

ฉบับหลวง

คำว่า แม้ภิกษุนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสเทียบเคียงภิกษุ ๒ รูปแรก

คำว่า เป็นปาราชิก มีอธิบายว่า ศิลาหนาแตกสองเสี่ยงแล้วเป็นของกลับต่อให้ติด-สนิทอีกไม่ได้แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน จงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิตแล้ว ย่อมไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า เป็นปาราชิก

บทว่า หาสังวาสมิได้ ความว่า ที่ชื่อว่าสังวาสนั้น ได้แก่กรรมที่พึงทำร่วมกัน อุเทศที่พึงสวดร่วมกัน ความเป็นผู้มีสิกขาเสมอกัน นั่นชื่อว่าสังวาส สังวาสนั้นไม่มีกับภิกษุนั้นเพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า หาสังวาสมิได้.

จบ สิกขาบทวิภังค์