arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · สัปปาณกวรรค

สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เล่ม ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๓๕–๖๓๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสัปปาณกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ สัปปาณกวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๖๐๒–๖๐๔

หน้า ๖๐๒

มิใช่สัตว์มีชีวิต ภิกษุสงสัย ฆ่า ต้องอาบัติทุกกฏ

มิใช่สัตว์มีชีวิต ภิกษุสำคัญว่ามิใช่สัตว์มีชีวิต ฆ่า ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๖๓๔} [๓๘๖] ภิกษุไม่จงใจฆ่า ๑ ภิกษุฆ่าด้วยไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ ๑ ภิกษุไม่ประสงค์จะให้ตาย ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สัญจิจจปาณสิกขาบทที่ ๑

๒. สัปปาณกสิกขาบท

ว่าด้วยการบริโภคนํ้าที่มีตัวสัตว์

เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์

{๖๓๕} [๓๘๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รู้อยู่บริโภคน้ำมีตัวสัตว์ บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์รู้อยู่ จึงได้บริโภคน้ำมีตัวสัตว์เล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

ทรงสอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกเธอรู้อยู่บริโภคนํ้ามีตัวสัตว์ จริงหรือ”พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

หน้า ๖๐๓

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอรู้อยู่ จึงได้บริโภคน้ำมีตัวสัตว์เล่า การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใส ยิ่งขึ้นของปวงชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๓๘๘] อนึ่ง ภิกษุใดรู้อยู่ บริโภคนํ้ามีตัวสัตว์ เป็นปาจิตตีย์

สิกขาบทวิภังค์

{๖๓๖} [๓๘๙] อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด

คำว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุ เพราะว่าเป็นผู้ขอ นี้ทรงประสงค์ว่า ‘ภิกษุ’ ในข้อความตอนนี้ที่ชื่อว่า รู้อยู่ คือ รู้เอง หรือคนเหล่าอื่นบอกเธอ

ภิกษุรู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ คือ รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายจักตายเพราะการบริโภค ยังขืนบริโภค ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บทภาชนีย์

{๖๓๗} [๓๙๐] น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่ามีตัวสัตว์ บริโภค ต้องอาบัติปาจิตตีย์

น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสงสัย บริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ

น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่าไม่มีตัวสัตว์ บริโภค ไม่ต้องอาบัติ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า บริโภค ในสิกขาบทนี้ หมายถึงการใช้สอยนํ้าทุกประเภทที่ใช้สอยได้ เช่น การดื่ม การใช้ล้างบาตร การอาบ การลงไปลุยนํ้าในแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ตาย (นัย วิ.อ. ๒/๔๑๒)
หน้า ๖๐๔

น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่ามีตัวสัตว์ บริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ

น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสงสัย บริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ

น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่าไม่มีตัวสัตว์ บริโภค ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๖๓๘} [๓๙๑] ภิกษุไม่รู้ว่าน้ำมีตัวสัตว์บริโภค ๑ ภิกษุรู้ว่าน้ำไม่มีตัวสัตว์ คือ รู้ว่าสัตว์จักไม่ตายเพราะการบริโภค บริโภค ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ใม่ต้องอาบัติแล

จบ สัปปาณกสิกขาบทที่ ๒

๓. อุกโกฏนสิกขาบท

ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์

เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์

{๖๓๙} [๓๙๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รู้อยู่รื้อฟื้นอธิกรณ์๑ที่ตัดสินเสร็จแล้วตามธรรมเพื่อมาทำ ใหม่ด้วยกล่าวว่า “กรรมไม่เป็นอันทำ กรรมทำแล้วไม่ดี กรรมต้องทำใหม่ ยังตัดสินไม่เสร็จ ตัดสินแล้วไม่ดี ต้องตัดสินใหม่”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อธิกรณ์ เรื่องที่สงฆ์ต้องดำเนินการ มี ๔ เรื่อง คือ (๑) วิวาทาธิกรณ์ การเถียงกันเกี่ยวกับพระธรรมวินัย (๒) อนุวาทาธิกรณ์ การโจทหรือกล่าวหากันด้วยอาบัติ (๓) อาปัตตาธิกรณ์ การต้องอาบัติ การปรับอาบัติ และการแก้ไขให้พ้นจากอาบัติ (๔) กิจจาธิกรณ์ สังฆกิจต่างๆ ที่สงฆ์จะต้องทำ เช่น ให้อุปสมบท เป็นต้น (ดูสิกขาบทวิภังค์ หน้า ๖๐๔, นัย วิ.อ. ๒/๙๓)

จบ สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระฉัพพัคคีย์