พระวินัยปิฎก มหาวรรค · เภสัชชขันธกะ
พระพุทธบัญญัติห้ามทำสัตถกรรม เล่ม ๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๒๑ ในเภสัชชขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เภสัชชขันธกะ พระพุทธบัญญัติห้ามทำสัตถกรรม (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๕ หน้า ๘๕–๘๗
พระพุทธานุญาตผลไม้ที่ใช้เพาะพันธุ์ไม่ได้
{๕๖} ก็โดยสมัยนั้นแล ในพระนครสาวัตถี มีของฉันคือผลไม้เกิดขึ้นมาก แต่กัปปิยการกไม่มี ภิกษุทั้งหลายรังเกียจอยู่ ไม่ยอมฉันผลไม้ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุญาตว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผลไม้ที่ใช้เพาะพันธุ์ไม่ได้หรือที่ปล้อนเม็ดออกแล้วยังมิได้ทำกัปปะ เราอนุญาตให้ฉันได้”
๘. พระพุทธบัญญัติห้ามทำการผ่าตัด
{๕๗} [๒๗๙] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครสาวัตถี ตามพระพุทธาภิรมย์แล้วเสด็จจาริกไปทางพระนครราชคฤห์ เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ได้ถึงพระนครราชคฤห์แล้ว นัยว่าพระองค์ประทับอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต ใกล้พระนครราชคฤห์นั้น คราวนั้นภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคริดสีดวงทวาร นายแพทย์ชื่ออากาสโคตรกำลังทำการผ่าตัดทวารหนักด้วยศัสตรา ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จพระพุทธดำเนินไปตามเสนาสนะ เสด็จไปถึงวิหารที่อยู่ของภิกษุรูปนั้น นายแพทย์อากาสโคตรได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ว่า “ขออาราธนาท่านพระโคดมเสด็จมาทอดพระเนตรวัจมรรคของภิกษุรูปนี้เหมือนปากโคธา”
- ๑ยังมิได้ทำกัปปะ หมายถึงยังมิได้ตระเตรียม กำหนด หรือทำให้เป็นของสมควรที่จะฉัน
- ๒โคธา เป็นภาษาสุภาพ หมายถึงสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง สกุลเดียวกันกับตะกวด ตัวอ้วนใหญ่สีดำ มีลายดอกสีเหลืองพาดขวาง หางยาว ชอบอาศัยและหากินบริเวณใกล้นํ้า โตเต็มวัยยาวได้ถึง ๒.๕ เมตร (พจนานุกรม)
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า “โมฆบุรุษนี้เย้ยหยันเรา” จึงเสด็จกลับจากที่นั้น แล้วรับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในวิหารหลังโน้นมีภิกษุอาพาธหรือ”
“มี พระพุทธเจ้าข้า”
“ภิกษุรูปนั้นอาพาธเป็นอะไร ภิกษุทั้งหลาย”
“ท่านรูปนั้นอาพาธเป็นโรคริดสีดวงทวาร นายแพทย์อากาสโคตรทำการผ่าตัดทวารหนักด้วยศัสตราอยู่ พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การกระทำของโมฆบุรุษนั้นไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุโมฆบุรุษนั้นจึงได้ให้ทำสัตถกรรมในที่แคบเล่า ในที่แคบมีผิวเนื้ออ่อน แผลงอกเต็มยาก ผ่าตัดไม่สะดวก การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษนั้นนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงให้ทำการผ่าตัดในที่แคบ รูปใดให้ทำ ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามทำการผ่าตัดทวารหนักด้วยศัสตราไว้ จึงเลี่ยงให้ทำการรัดหัวไส้แทน บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์จึงได้ให้ทำวัตถิกรรมเล่า”แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
- ๑สัตถกรรม หมายถึงการกระทำใดๆ ใกล้บริเวณทวารหนักด้วยการใช้มีดผ่าหรือตัด ใช้เข็มแทง ใช้หนามบ่ง ใช้วัตถุแหลมคมต่างๆ เจาะ รวมถึงใช้เล็บขูดข่วน (วิ.อ.๓/๑๗๗)
- ๒วัตถิกรรม คือการใช้หนังหรือผ้าผูกรัดที่ทวารหนักเพื่อรัดหัวไส้หรือริดสีดวง (วิ.อ. ๓/๑๗๗)
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ให้ทำวัตถิกรรม จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิว่า … ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งห้ามว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงให้ทำวัตถิกรรมในที่ประมาณ ๒ นิ้วโดยรอบแห่งที่แคบ รูปใดให้ทำ ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
๙. พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อมนุษย์
{๕๘} [๒๘๐] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์แล้วเสด็จจาริกไปทางพระนครพาราณสี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ได้ถึงพระนครพาราณสีแล้ว นัยว่าพระองค์ประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสีนั้น สมัยนั้น อุบาสกสุปปิยะ และอุบาสิกาสุปปิยาทั้งสองคนเป็นผู้เลื่อมใส เป็นทายกทำกัปปิยะบำรุงพระสงฆ์อยู่ในพระนครพาราณสี วันหนึ่ง อุบาสิกาไปยังอารามเที่ยวเยี่ยมสถานที่อยู่และบริเวณทั่วทุกแห่ง แล้วเรียนถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุรูปไหนอาพาธ ภิกษุรูปไหนจะโปรดให้ดิฉันนำอะไรมาถวายบ้าง เจ้าข้า”ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งดื่มยาถ่ายเข้าไป จึงได้บอกอุบาสิกาสุปปิยาว่า “น้องหญิง อาตมาดื่มยาถ่ายเข้าไป อาตมาต้องการนํ้าเนื้อต้ม”
อุบาสิกาสุปปิยารับคำว่า “ดิฉันจักนำมาถวายเป็นพิเศษ เจ้าข้า” ไปบ้านแล้วสั่งชายคนรับใช้ว่า “เจ้าจงไปหาซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาขายมา”
ชายนั้นรับคำอุบาสิกาสุปปิยาว่า “ขอรับกระผม” แล้วเที่ยวหาซื้อทั่วพระนครพาราณสีก็มิได้พบเนื้อสัตว์ที่เขาขาย จึงได้กลับไปหาอุบาสิกาสุปปิยาแล้วเรียนว่า “เนื้อสัตว์ที่เขาขายไม่มีขอรับ เพราะวันนี้ห้ามฆ่าสัตว์”
จบ พระพุทธบัญญัติห้ามทำสัตถกรรม