arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ

เรื่องราชภัฏบวช เล่ม ๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๒/๕๒ ในมหาขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ เรื่องราชภัฏบวช (ฉบับหลวง เล่ม ๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔ หน้า ๑๗๒–๑๗๔

หน้า ๑๗๒

บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้กราบทูล ขอประทานพรต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายไม่พึงบวชให้กุลบุตรผู้ถูกโรค ๕ ชนิด กระทบเข้าแล้ว”

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชี้แจงหมอชีวกโกมารภัจจ์ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นหมอชีวก โกมารภัจจ์อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณแล้วกลับไป

ทรงห้ามบวชคนเป็นโรคติดต่อ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้า มูลนั้นในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ถูกโรค ๕ ชนิดกระทบเข้าแล้ว ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”

๒๗. ราชภฏวัตถุ

ว่าด้วยเรื่องราชภัฏหนีบวช

{๑๐๒} [๙๐] ก็โดยสมัยนั้นแล เมืองชายแดนของพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชกระด้างกระเดื่อง ครั้งนั้น ท้าวเธอจึงมีพระบรมราชโองการ สั่งพวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกองว่า “ดูก่อนพนาย ท่านทั้งหลาย จงไปปรับปรุงเมืองชายแดนให้เรียบร้อย” พวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพ นายกองกราบทูลรับสนองพระบรมราชโองการพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชว่า “ขอเดชะ พระพุทธเจ้าข้า”

หน้า ๑๗๓

ครั้งนั้น เหล่าทหารบรรดาที่มีชื่อเสียงได้มีความปริวิตกว่า “พวกเราเป็นผู้พอใจในการรบ จึงพากันไปทำบาปกรรมและได้รับสิ่งที่ไม่เป็นบุญเป็นอันมาก ด้วยอุบายอย่างไรหนอพวกเราจึงจะงดเว้นจากบาปกรรมและทำแต่ความดีได้” และได้มีความปริวิตกต่อไปว่า “พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้แลเป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวแต่คำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ถ้าพวกเราจะพึงบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ด้วยอุบายอย่างนี้พวกเราก็จะเว้นจากบาปกรรมและทำแต่ความดีได้” จึงพวกทหารเหล่านั้นได้พากันเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วขอบรรพชา ภิกษุทั้งหลายให้พวกเขาบรรพชาอุปสมบทแล้วพวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกองถามพวกราชภัฏ ว่า“แน่ะ พนาย ทหารชื่อนี้และชื่อนี้หายไปไหน”

พวกราชภัฏเรียนว่า “นายท่าน ทหารชื่อนี้และชื่อนี้บวชในสำนักภิกษุเสียแล้ว ขอรับ”

พวกมหาอำมาตย์ผู้เป็นแม่ทัพนายกองจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า “ไฉนเหล่าพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้บวชให้ราชภัฏ เล่า” แล้วกราบทูลความเรื่องนั้นแด่พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช

จึงท้าวเธอได้ตรัสถามมหาอำมาตย์ผู้พิพากษาว่า “ดูก่อนพนาย ภิกษุรูปใดบวชให้ราชกัฏ ภิกษุรูปนั้นจะต้องโทษสถานไร” คณะมหาอำมาตย์ผู้พิพากษากราบทูลว่า “ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า พระอุปัชฌาย์ต้องถูกตัดศีรษะ พระอนุสาวนาจารย์ต้องถูกดึงลิ้นออกมา พระคณปูรกะ ต้องถูกหักซี่โครงแถบหนึ่ง พระพุทธเจ้าข้า”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ราชภัฏ ผู้ที่พระราชาทรงชุบเลี้ยง ได้แก่ อำมาตย์ มหาอำมาตย์ หรือเสวก ซึ่งได้รับฐานันดร หรือไม่ได้รับก็ตาม เป็นผู้ที่พระเจ้าแผ่นดินทรงชุบเลี้ยงและพระราชทานเงินเดือน (วิ.อ. ๓/๕๗) ราชภัฏ ข้าราชการ (พจนานุกรม) โดยปริยายหมายถึงข้าราชการทุกระดับชั้น
  2. ๒คณปูรกะ คือภิกษุผู้เป็นที่ครบจำนวนในคณะคือที่ประชุมนั้นๆ หรือเรียกว่าพระอันดับ
หน้า ๑๗๔

ลำดับนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชได้เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ประทับนั่งแล้วได้กราบทูลขอประทานพรต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระพุทธเจ้าข้า พระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายที่ไม่มีศรัทธาไม่ทรงเลื่อมใสก็มีอยู่ พระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้นจะพึง เบียดเบียนภิกษุทั้งหลายแม้ด้วยกรณีเพียงเล็กน้อย หม่อมฉันขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายไม่บวชให้ราชภัฏ”ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชี้แจงพระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชให้ทรงเห็นแจ้ง ให้ทรงสมาทาน ให้ทรงอาจหาญ ให้ทรงร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ครั้นท้าวเธออันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ทรงเห็นแจ้ง ให้ทรงสมาทาน ให้ทรงอาจหาญ ให้ทรงร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วเสด็จลุกจากพระที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับ

ทรงห้ามบวชราชภัฏ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ราชภัฏ ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”

๒๘. อังคุลิมาลโจรวัตถุ

ว่าด้วยเรื่องโจรองคุลิมาลบวช

{๑๐๓} [๙๑] ก็โดยสมัยนั้นแล โจรองคุลิมาลบวชในสำนักภิกษุ ชาวบ้านเห็นแล้วพากันหวาดเสียวบ้าง ตกใจบ้าง หนีไปบ้าง เดินเลี่ยงไปบ้าง เมินหน้าหนีบ้าง ปิดประตูเสียบ้าง ชาวบ้านจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา

จบ เรื่องราชภัฏบวช