arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · อันธการวรรค

สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๑–๒๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในอันธการวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ อันธการวรรค สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๖๘–๑๗๑

หน้า ๑๖๘

ยังมิได้บอกลา ภิกษุณีสำคัญว่าบอกลาแล้ว หลีกไป ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์

ติกทุกกฏ

มิใช่ที่สำหรับสั่งขัดสมาธิ หลีกไป ต้องอาบัติทุกกฏ

บอกลาแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่ายังมิได้บอกลา หลีกไป ต้องอาบัติทุกกฏ

บอกลาแล้ว ภิกษุณีสงสัย หลีกไป ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ต้องอาบัติ

บอกลาแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่าบอกลาแล้ว หลีกไป ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๒๐๐} [๘๕๘] ภิกษุณีบอกลาแล้วไป ๑ เป็นอาสนะเคลื่อนที่ไม่ได้ ภิกษุณี จึงมิได้บอกลา ๑ ภิกษุณีอาพาธจึงมิได้บอกลา ๑ ภิกษุณีมีอันตรายจึงมิได้ บอกลา ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๕

สิกขาบทที่ ๖

เรื่องภิกษุณีไม่บอกเจ้าของบ้านก่อนนั่งหรือนอนบนอาสนะ

{๒๐๑} [๘๕๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีถุลลนันทาเข้าไปยังตระกูลในเวลาฉันแล้วไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้าน นั่งบ้าง นอนบ้างบนอาสนะ คนในบ้านกระดากต่อภิกษุณีถุลลนันทาจึงไม่

หน้า ๑๖๙

กล้านั่ง ไม่กล้านอนบนอาสนะเขาจึงเพ่งโทษติเตียน โพนทะนา ว่า “ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาเข้าไปยังตระกูลในเวลาหลังฉันแล้ว จึงได้ไม่ บอกกล่าวเจ้าของบ้าน นั่งบ้าง นอนบ้าง บนอาสนะเล่า”...

ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา อยู่ บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า “ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาเข้าไปยังตระกูลในเวลาหลังฉันแล้ว จึงได้ไม่ บอกกล่าวเจ้าของบ้าน นั่งบ้าง นอนบ้าง บนอาสนะเล่า” ...

ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าภิกษุณีถุลลนันทาเข้าไปยังตระกูลในเวลาหลังฉันแล้ว ไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้าน นั่งบ้าง นอนบ้าง บนอาสนะ จริงหรือ”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน ภิกษุณีถุลลนันทาเข้าไปยังตระกูลในเวลาหลังฉันแล้วจึงได้ไม่บอกกล่าว เจ้าของบ้าน นั่งบ้าง นอนบ้าง บนอาสนะเล่า การกระทำของภิกษุณี ถุลลนันทานั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๘๖๐] อนึ่ง ภิกษุณีใดเข้าไปยังตระกูลทั้งหลาย ในเวลาหลังฉัน ไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้าน นั่งก็ดี นอนก็ดี บนอาสนะ เป็นปาจิตตีย์

หน้า ๑๗๐

สิกขาบทวิภังค์

{๒๐๒} [๘๖๑] คำว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...

คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี’ ในข้อความตอนนี้ที่ชื่อว่า เวลาหลังฉัน ได้แก่ เวลาเที่ยงล่วงไปแล้ว จนถึงเวลาดวง อาทิตย์ตกที่ชื่อว่า ตระกูล ได้แก่ ตระกูล ๔ คือ ตระกูลกษัตริย์ ตระกูล พราหมณ์ ตระกูลแพศย์ ตระกูลศูทรคำว่า เขาไป คือ ไปที่ตระกูลนั้น

คำว่า ไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้าน คือ ไม่บอกคนในตระกูลนั้นซึ่งเป็น เจ้าของที่จะถวายที่ชื่อว่า อาสนะ ตรัสหมายถึงที่สำหรับนั่งขัดสมาธิ

คำว่า นั่ง คือ นั่งลงบนอาสนะนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์

คำว่า นอน คือ นอนลงบนอาสนะนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

{๒๐๓} [๘๖๒] มิได้บอกกล่าว ภิกษุณีสำคัญว่ามิได้บอกกล่าว นั่งก็ดี นอน ก็ดี บนอาสนะ ต้องอาบัติปาจิตตีย์มิได้บอกลา ภิกษุณีสงสัย นั่งก็ดี นอนก็ดี บนอาสนะ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์

มิได้บอกกล่าว ภิกษุณีสำคัญว่าบอกกล่าวแล้ว นั่งก็ดีนอนก็ดี บนอาสนะ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

หน้า ๑๗๑

ติกทุกกฏ

ภิกษุณีนั่งก็ดี นอนก็ดี บนอาสนะอันมิใช่ที่สำหรับสั่งขัดสมาธิ ต้อง อาบัติทุกกฏ

บอกกล่าวแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่ายังมิได้บอกกล่าว ... ต้องอาบัติทุกกฏ

บอกกล่าวแล้ว ภิกษุณีสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ต้องอาบัติ

บอกกล่าวแล้ว ภิกษุณีสำคัญว่าบอกกล่าวแล้ว ... ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๒๐๔} [๘๖๓] ภิกษุณีบอกกล่าว นั่งก็ดี นอนก็ดี บนอาสนะ ๑ ภิกษุณีนั่ง ก็ดี นอนก็ดี บนอาสนะที่เขาจัดไว้เป็นประจำ ๑ ภิกษุณีอาพาธ ๑ ภิกษุณี นั่งในคราวมีอันตราย ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๖

สิกขาบทที่ ๗

เรื่องภิกษุณีไม่บอกเจ้าของบ้านก่อนปูลาดที่นอนในเวลาวิกาล

{๒๐๕} [๘๖๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีหลายรูปพากันไปยังพระนครสาวัตถี แคว้นโกศล ไปถึงหมู่บ้านแห่ง หนึ่งในเวลาเย็น ได้เข้าไปยังตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่งแล้วขอที่พักแรม จึงนางพราหมณีได้กล่าวกะภิกษุณีเหล่านั้นว่า“แม่เจ้าทั้งหลาย ขอได้ โปรดรอจนกว่าท่านพราหมณ์จะมา”

จบ สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา