พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · ลสุณวรรค
สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง เล่ม ๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๕–๑๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในลสุณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑. ลสุณวรรค
สิกขาบทที่ ๘
ว่าด้วยการทิ้งอุจจาระเป็นต้นภายนอกฝา
เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓ หน้า ๘๖–๘๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓ หน้า ๑๔๖–๑๔๘
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร พฺราหฺมโณ นิพฺพิฏฺฐราชภโฏ “ตญฺเญว ภฏปถํ ยาจิสฺสามี”ติ สีสํ นหายิตฺวา ภิกฺขุนูปสฺสยํ นิสฺสาย ราชกุลํ คจฺฉติ. อญฺญตรา ภิกฺขุนี กฏาเห วจฺจํ กตฺวา ติโรกุฑฺเฑ ฉฑฺเฑนฺตี ตสฺส พฺราหฺมณสฺส มตฺถเก อาสุมฺภิ. อถ โข โส พฺราหฺมโณ อุชฺฌายติ ขิยฺยติ วิปาเจติ “อสฺสมณิโย อิมา มุณฺฑา พนฺธกินิโย, กถํ หิ นาม คูถกฏาหํ มตฺถเก อาสุมฺภิสฺสนฺติ, อิมาสํ อุปสฺสยํ ฌาเปสฺสามี”ติ อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ ปวิสติ. อญฺญตโร อุปาสโก อุปสฺสยา นิกฺขมนฺโต อทฺทส ตํ พฺราหฺมณํ อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ
ปวิสนฺตํ; ทิสฺวาน ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ “กิสฺส ตฺวํ โภ อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ ปวิสสี”ติ. อิมา มํ โภ มุณฺฑา พนฺธกินิโย คูถกฏาหํ มตฺถเก อาสุมฺภึสุ, อิมาสํ อุปสฺสยํ ฌาเปสฺสามีติ. คจฺฉ โภ พฺราหฺมณ, มงฺคลํ เอตํ, สหสฺสํ ลจฺฉสิ ตญฺจ ภฏปถนฺติ. อถ โข โส พฺราหฺมโณ สีสํ นหายิตฺวา ราชกุลํ คนฺตฺวา สหสฺสํ อลตฺถ ตญฺจ ภฏปถํ. อถ โข โส อุปาสโก อุปสฺสยํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ปริภาสิ. ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อุจฺจารํ ติโรกุฑฺเฑ ฉฑฺเฑสฺสนฺตี”ติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อุจฺจารํ ติโรกุฑฺเฑ ฉฑฺเฑนฺตีติ. สจฺจํ ภควาติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา ฯเปฯ กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อุจฺจารํ ติโรกุฑฺเฑ ฉฑฺเฑสฺสนฺติ; เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ-
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พราหมณ์คนหนึ่งได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นผู้เก็บส่วยส่งหลวง คิดว่า “เราจักทูลขอตำแหน่งนายด่านนั้น” จึงสนาน เกล้าแล้วเดินไปราชสำนักผ่านที่อยู่ภิกษุณี ภิกษุณีรูปหนึ่งถ่ายอุจจาระลงในหม้อ แล้วเททิ้งภายนอกฝาราดลงบนศีรษะของพราหมณ์นั้นพอดี พราหมณ์นั้นตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “หญิงชั่วหัวโล้นพวกนี้ไม่ใช่สมณะหญิง ไฉนจึงเทหม้อคูถ ลงที่ศีรษะของเรา เราจักเผาสำนักพวกนาง” ถือคบเพลิงเข้าไปสำนักภิกษุณีอุบาสกคนหนึ่งกำลังออกจากสำนักภิกษุณี ได้เห็นพราหมณ์นั้นถือคบเพลิง เดินเข้าไปสู่สำนัก จึงได้กล่าวกับพราหมณ์นั้นดังนี้ว่า “เหตุไรท่านจึงถือคบเพลิงไป สำนักภิกษุณีเล่า”
พราหมณ์นั้นกล่าวว่า “หญิงชั่วหัวโล้นพวกนี้เทหม้อคูถลงที่ศีรษะของเรา เรา จักเผาสำนักพวกนาง”
อุบาสกกล่าวว่า “กลับเถิด พราหมณ์ผู้เจริญ เหตุการณ์นี้จัดว่าเป็นมงคล ท่านจะได้ทรัพย์ ๑,๐๐๐ และจะได้ตำแหน่งนายด่านนั้น”
พราหมณ์นั้นสนานเกล้าแล้วไปราชสำนัก ได้ทรัพย์ ๑,๐๐๐ และได้ตำแหน่ง นายด่านนั้น
ครั้งนั้น อุบาสกนั้นกลับเข้าไปสำนัก แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายแล้ว บริภาษ
บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน ภิกษุณีทั้งหลายจึงเทอุจจาระภายนอกฝาเล่า” ครั้นแล้ว ภิกษุณีเหล่านั้นได้นำเรื่อง นี้ไปบอกภิกษุทั้งหลายให้ทราบ พวกภิกษุจึงได้นำเรื่องนี้ ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาค ให้ทรงทราบ
ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวกภิกษุณีเทอุจจาระภาย นอกฝา จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาค พุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีจึงเทอุจจาระภายนอก ฝาเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือ ทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุณีทั้งหลาย ยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้
- ๑พราหมณ์ผู้นี้ เป็นคนทำหน้าที่เก็บส่วยส่งพระราชาแล้วได้รับตำแหน่งหน้าที่ผู้หนึ่ง และได้รับรายได้จาก ตำแหน่งนั้น ต่อมาอยากได้ตำแหน่งนายด่าน จึงนำส่วยไปส่งพระราชาเพื่อจะทูลขอตำแหน่งนายด่าน (วิ.อ. ๒/๘๒๔/๔๙๓, สารตฺถ.ฏีกา ๓/๘๒๔/๑๕๒)
- ๒จะส่งส่วยพระราชาแล้วทูลขอตำแหน่งนายด่าน (วิ.อ. ๒/๘๒๔/๔๙๓, สารตฺถ.ฏีกา. ๓/๘๒๔/๑๕๒) ใน วชิรพุทธิฎีกาว่า จะไปขอค่าบำเหน็จ (วชิร.ฏีกา ๘๒๔/๔๗๗)
- ๓คือปรามพวกภิกษุณีว่า “อย่ากระทำอย่างนี้อีก” (วิ.อ. ๒/๘๒๔/๔๙๓)
“ยา ปน ภิกฺขุนี อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา ติโรกุฑฺเฑ วา ติโรปากาเร วา ฉฑฺเฑยฺย วา ฉฑฺฑาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยนฺ”ติ.
พระบัญญัติ
ก็ภิกษุณีใดเทหรือใช้ให้เทอุจจาระหรือปัสสาวะ หยากเยื่อหรือ ของเป็นเดนภายนอกฝาหรือภายนอกกำแพง ต้องอาบัติปาจิตตีย์
เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง จบ
ยา ปนาติ: ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ: ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ. อุจฺจาโร นาม คูโถ วุจฺจติ. ปสฺสาโว นาม มุตฺตํ วุจฺจติ.
สงฺการํ นาม กจวรํ วุจฺจติ.
วิฆาสํ นาม จลกานิ วา อฏฺฐิกานิ วา อุจฺฉิฏฺโฐทกํ วา.
กุฑฺโฑ นาม ตโย กุฑฺฑา: อิฏฺฐกากุฑฺโฑ สิลากุฑฺโฑ ทารุกุฑฺโฑ.
ปากาโร นาม ตโย ปาการา: อิฏฺฐกาปากาโร สิลาปากาโร ทารุปากาโร.
ติโรกุฑฺเฑติ: กุฑฺฑสฺส ปรโต. ติโรปากาเรติ: ปาการสฺส ปรโต.
ฉฑฺเฑยฺยาติ: สยํ ฉฑฺเฑติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. ฉฑฺฑาเปยฺยาติ: อญฺญํ อาณาเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. สกึ อาณตฺตา พหุกํปิ ฉฑฺเฑติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
สิกขาบทวิภังค์
คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด
คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้พระผู้มี พระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้ที่ชื่อว่า อุจจาระ พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงคูถ
ที่ชื่อว่า ปัสสาวะ ตรัสหมายถึงมูตร
ที่ชื่อว่า หยากเยื่อ ตรัสหมายถึงขยะมูลฝอย
ที่ชื่อว่า ของเป็นเดน ตรัสหมายถึงอามิสที่เป็นเดน กระดูกเป็นเดน หรือ น้ำเป็นเดน
ที่ชื่อว่า ฝา ได้แก่ ฝา ๓ ชนิด คือ (๑) ฝาอิฐ (๒) ฝาแผ่นศิลา (๓) ฝาไม้
ที่ชื่อว่า กำแพง ได้แก่ กำแพง ๓ ชนิด คือ (๑) กำแพงอิฐ (๒) กำแพงศิลา (๓) กำแพงไม้คำว่า ภายนอกฝา คือ อีกด้านหนึ่งของฝา
คำว่า ภายนอกกำแพง คือ อีกด้านหนึ่งของกำแพง
คำว่า เท คือ เทเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์
คำว่า ใช้ให้เท คือ ใช้ผู้อื่นให้เท ต้องอาบัติทุกกฏ ผู้รับคำสั่งครั้งเดียวแต่ เทหลายครั้ง ภิกษุณีผู้สั่ง ต้องอาบัติปาจิตตีย์
อนาปตฺติ: โอโลเกตฺวา ฉฑฺเฑติ, อวลญฺเช ฉฑฺเฑติ, อุมฺมตฺติกาย, อาทิกมฺมิกายาติ. อฏฺฐมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ. ______________ ๑. ลสุณวคฺค ๙. นวมสิกฺขาปท
อนาปัตติวาร
ภิกษุณีดังต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ
๑. ภิกษุณีมองดูก่อนแล้วจึงเท
๒. ภิกษุณีเทในที่ที่เขาไม่ใช้สัญจร
๓. ภิกษุณีวิกลจริต
๔. ภิกษุณีต้นบัญญัติ
สิกขาบทที่ ๘ จบ
จบ สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพราหมณ์คนหนึ่ง