arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · นัคควรรค

สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูป เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๑–๒๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในนัคควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ นัคควรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูป (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๘๙–๑๙๑

หน้า ๑๘๙

สิกขาบทที่ ๔

เรื่องภิกษุณีมีแต่ผ้านุ่งกับผ้าห่มจาริกไปในชนบท

{๒๓๑} [๘๙๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีพากันฝากผ้าจีวรไว้กับพวกภิกษุณีด้วยกันแล้วมีแต่ผ้าอันตรวาสกกับ ผ้าอุตตราสงค์เที่ยวจาริกไปตามชนบท ผ้าจีวรเหล่านั้นถูกเก็บไว้นานก็ขึ้นรา พวกภิกษุณีที่รับฝากไว้จึงผึ่งผ้าจีวรเหล่านั้นภิกษุณีทั้งหลายได้ถามพวก ภิกษุณีที่รับฝากว่า “แม่เจ้า ผ้าจีวรที่ขึ้นราเหล่านี้เป็นของใคร”จึงพวกภิกษุณีที่รับฝากได้เล่าเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย

บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้ฝากผ้าจีวรไว้ในมือของพวกภิกษุณีด้วยกันแล้วมีแต่ผ้า อันตรวาสกกับผ้าอุตตราสงค์เที่ยวจาริกไปในชนบทเล่า” ...

ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกภิกษุณีฝากผ้าจีวรไว้ในมือของพวกภิกษุณีด้วยกัน แล้วมีแต่ผ้าอันตรวาสกกับผ้าอุตตราสงค์เที่ยวจาริกไปในชนบท จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน พวกภิกษุณีจึงได้ฝากผ้าจีวรไว้ในมือของพวกภิกษุณีด้วยกันแล้วมีแต่ผ้า อันตรวาสกกับผ้าอุตตราสงค์เที่ยวจาริกไปในชนบทเล่าการกระทำของ ภิกษุณีเหล่านั้นนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

หน้า ๑๙๐

พระพุทธบัญญัติ

[๘๙๘] อนึ่ง ภิกษุณีใดปล่อยวาระผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิ อันมี กำหนดระยะเวลา ๕ วันให้ล่วงเลยไป เป็นปาจิตตีย์

สิกขาบทวิภังค์

{๒๓๒} [๘๙๙] คำว่า อนึ่ง... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...

คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี’ ในข้อความตอนนี้คำว่า ปล่อยวาระผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิ อันมีกำหนดระยะเวลา ๕ วัน ให้ล่วงเลยไป ความว่า ไม่นุ่ง ไม่ห่ม ไม่ผึ่งผ้าจีวรทั้ง ๕ ผืนเลยใน วันที่ ๕ ให้วันที่ ๕ ผ่านเลยไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

{๒๓๓} [๙๐๐] เลย ๕ วัน ภิกษุณีสำคัญว่าเลย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เลย ๕ วัน ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เลย ๕ วัน ภิกษุณีสำคัญว่ายังไม่เลย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ผ้าสังฆาฏิ ในสิกขาบทนี้เป็นคำอมความ (อาทยัตถะ) หมายถึงผ้าที่ภิกษุณีต้องผลัด เปลี่ยนใช้สอยหรือผึ่งแดดร่วมกันอยู่เสมอ ได้แก่ ผ้าที่ทรงอนุญาตสำหรับภิกษุณี ๕ ผืน คือ (๑) สังฆาฏิ ผ้าคลุมกันหนาวที่ใช้ทาบบนจีวร (๒) อุตตราสงค์ ผ้าจีวรหรือผ้าห่ม (๓) อันตรวาสก ผ้าสบงหรือผ้านุ่ง (๔) อุทกสาฏิกา ผ้านุ่งอาบนํ้า (๕) สังกัจฉิกา ผ้ารัดถันหรือผ้าโอบรักแร้ ผ้าทั้ง ๕ ผืนนี้ ภิกษุณีต้องใช้สอยหรือนำออกผึ่งแดด ห้ามเก็บผืนใดผืนหนึ่งไว้เกิน ๕ วัน มิ ฉะนั้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ตามความแห่งสิกขาบทนี้ (นัย วิ.อ. ๒/๕๐๐-๑, กง.ขา.อ. ๓๗๕)
หน้า ๑๙๑

ทุกทุกกฏ

ยังไม่เลย ๕ วัน ภิกษุณีสำคัญว่าเลย ต้องอาบัติทุกกฏ

ยังไม่เลย ๕ วัน ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ

ยังไม่เลย ๕ วัน ภิกษุณีสำคัญว่ายังไม่เลย ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๒๓๔} [๙๐๑] ภิกษุณีนุ่ง ห่ม หรือผึ่งจีวรทั้งห้าผืนในวันที่ห้า ๑ ภิกษุณี อาพาธ ๑ ภิกษุณีให้เลยไป เมื่อมีอันตราย ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณี ผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๔

สิกขาบทที่ ๕

เรื่องภิกษุณีห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน

{๒๓๕} [๙๐๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีรูปหนึ่งไปบิณฑบาตกลับมาแล้ว ผึ่งจีวรที่เปียกชุ่มไว้แล้วเข้าวิหารไป ภิกษุณีรูปหนึ่งได้ห่มจีวรผืนนั้นแล้วเข้าบ้านไปบิณฑบาตภิกษุณีเจ้าของ ออกมาถามภิกษุณีทั้งหลายว่า “แม่เจ้าทั้งหลายเห็นจีวรของดิฉันบ้างไหม” ภิกษุณีทั้งหลายจึงแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีนั้น จึงภิกษุณีนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีจึงห่มจีวรของเราโดยไม่บอกกล่าวเล่า” แล้วแจ้ง เรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายบรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีจึงห่มจีวรของภิกษุณีโดยไม่บอกกล่าวเล่า” ...

จบ สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูป