พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · นัคควรรค
สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป เล่ม ๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐–๒๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในนัคควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ นัคควรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๘๑–๑๘๓
คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี, ในข้อความตอนนี้
คำว่า ตน คือ ตัวของตัวเอง
ร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ทุบตี แต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ร้องไห้ แต่ไม่ทุบตี ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
{๒๑๙} [๘๘๒] ภิกษุณีถูกความเสื่อมแห่งญาติ ถูกความวอดวายแห่งโภคะ หรือถูกความเบียดเบียนแห่งโรคกระทบกระทั่ง จึงร้องไห้ ไม่ทุบตีตนเอง ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑๐
จบ อันธการวรรคที่ ๒
เรื่องภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ
{๒๒๐} [๘๘๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีหลายรูปเปลือยกายอาบนํ้าในแม่น้ำอจิรวดีท่าเดียวกันกับพวกหญิง แพศยา พวกหญิงแพศยาได้พูดยั่วเย้าภิกษุณีเหล่านั้นว่า “แม่เจ้าทั้งหลาย
- ๑หมวดว่าด้วยเปลือยกายอาบนํ้า ตั้งชื่อวรรคตามความแห่งสิกขาบทที่ ๑ นี้
พวกท่านยังเป็นสาว จะประพฤติพรหมจรรย์ไปทำไมกัน ธรรมดาบุคคล ต้องบริโภคกาม มิใช่หรือต่อเมื่อภายแก่พวกท่านจึงค่อยประพฤติ พรหมจรรย์เถิด อย่างนี้พวกท่านจักได้รับประโยชน์ทั้งสองประการ” พวก ภิกษุณีถูกพวกหญิงแพศยาพูดยั่วเย้าอยู่ ได้เก้อเขินแล้ว ครั้นกลับไปสำนัก แล้วได้เล่าเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายภิกษุณีทั้งหลายได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงบัญญัติสิกขาบท
ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็น เค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุณีทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ ... เพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า
พระพุทธบัญญัติ
[๘๘๔] อนึ่ง ภิกษุณีใดเปลือยกายอาบนํ้า เป็นปาจิตตีย์ สิกขาบทวิภังค์
{๒๒๑} [๘๘๕] คำว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...
คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี, ในข้อความตอนนี้
- ๑บริโภคกาม เป็นสำนวนบาลีที่หมายถึงอยู่ครองเรือนร่วมใช้สอยโภคสมบัติพร้อมกับคู่ครอง และบุตรธิดา (นัย วิ.อ. ๑/๒๑๒)
คำว่า เปลือยกายอาบนํ้า คือ ไม่นุ่งผ้าหรือไม่ห่มผ้า อาบนํ้า ต้อง อาบัติทุกกฏ เมื่ออาบนํ้าเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
อนาปัตติวาร
{๒๒๒} [๘๘๖] ภิกษุณีผู้มีจีวรถูกโจรชิงเอาไป หรือมีจีวรหาย ๑ ภิกษุณี เปลือยกายอาบนํ้าคราวมีอันตราย ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็น ต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑
สิกขาบทที่ ๒
เรื่องภิกษุณีใช้ผ้าอาบนํ้าไม่ได้ขนาด
{๒๒๓} [๘๘๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตผ้าอาบน้ำแก่ภิกษุณีทั้งหลายแล้วพวก ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตผ้าอาบนํ้าแล้ว จึง ใช้ผ้าอาบนํ้าที่ไม่ได้ขนาด ปล่อยเลื้อยลงข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้างเที่ยวไปบรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์จึงได้ใช้ผ้าอาบน้ำที่ไม่ได้ขนาดเล่า”...
ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้ผ้าอาบน้ำที่ไม่ได้ขนาด จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
จบ สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป