arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สังฆเภทขันธกะ

พระเทวทัตหาพรรคพวก เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๙–๓๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๑ ในสังฆเภทขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค สังฆเภทขันธกะ พระเทวทัตหาพรรคพวก (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๗ หน้า ๒๒๕–๒๒๖

หน้า ๒๒๕

๓. ตติยภาณวาร

สังฆเภทกถา

ว่าด้วยเรื่องการทำลายสงฆ์

{๓๘๙} [๓๔๔] ต่อมา ในวันอุโบสถ พระเทวทัตลุกจากอาสนะประกาศให้ ภิกษุทั้งหลายจับสลากว่า “อาวุโสทั้งหลาย เราเข้าเฝ้าพระสมณโคดมทูล ขอวัตถุ ๕ ประการว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง สรรเสริญคุณแห่งความมักน้อย ... การปรารภความเพียรโดยอเนกปริยาย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วัตถุ ๕ ประการนี้เป็นไปเพื่อความมักน้อย ... การ ปรารภความเพียรโดยอเนกปริยาย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอ ประทานพระวโรกาส๑. ภิกษุทั้งหลายควรอยู่ป่าตลอดชีวิต ภิกษุใดเข้ามายัง หมู่บ้าน ภิกษุนั้นพึงต้องโทษ ...

๕. ภิกษุทั้งหลายไม่ควรฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต ภิกษุใด ฉันปลาและเนื้อ ภิกษุนั้นพึงต้องโทษ’

พระสมณโคดมไม่ทรงอนุญาตวัตถุ ๕ ประการนี้ พวกเราเท่านั้น สมาทานประพฤติวัตถุ ๕ ประการนี้อยู่ วัตถุ ๕ ประการนี้ชอบใจแก่ท่าน ผู้ใด ท่านผู้นั้นจงจับสลาก”

{๓๙๐} สมัยนั้น พระวัชชีบุตรชาวเมืองเวสาลีประมาณ ๕๐๐ รูป เป็นพระ บวชใหม่และรู้พระธรรมวินัยน้อย พวกเธอจึงจับสลากด้วยเข้าใจว่า “นี้ เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นสัตถุศาสน์” ลำดับนั้น พระเทวทัตทำลาย สงฆ์แล้วพาภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูปหลีกไปทางคยาสีสประเทศ

{๓๙๑} ครั้งนั้น พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ ภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ

หน้า ๒๒๖

ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้กราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า พระเทวทัต ทำลายสงฆ์แล้วพาภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูปหลีกไปทางคยาสีสประเทศ”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนสารีบุตรและโมคคัลลานะ พวก เธอมีความการุญในภิกษุใหม่เหล่านั้นมิใช่หรือ พวกเธอจงรีบไป ภิกษุ เหล่านั้นกำลังจะถึงความย่อยยับ”

พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะทูลรับพระพุทธบัญชา แล้วลุกจาก อาสนะถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำประทักษิณแล้วเดินทางไป คยาสีสประเทศ

ภิกษุรูปหนึ่งเข้าใจผิด

{๓๙๒} สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งยืนร้องไห้อยู่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า จึง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามภิกษุนั้นว่า “ดูก่อนภิกษุ เธอร้องไห้ทำไม”

ภิกษุนั้นกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า พระสารีบุตรและพระ โมคคัลลานะเป็นอัครสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ไปในสำนักพระเทวทัต จะชอบใจธรรมของพระเทวทัต”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ การที่สารีบุตรและ โมคคัลลานะจะพึงชอบใจธรรมชองเทวทัต นั่นมิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะ เป็นไปได้ แต่เธอทั้งสองไปเพื่อทำความเข้าใจแก่ภิกษุ”

พระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับ

{๓๙๓} [๓๔๕] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเทวทัตมีบริบัทหมู่ใหญ่แวดล้อม นั่งแสดงธรรมอยู่ เธอได้เห็นพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะมาแต่ไกล เห็นแล้วจึงเตือนภิกษุทั้งหลายว่า “เห็นไหม ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวธรรม ดีแล้ว จนถึงพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะอัครสาวกของพระสมณ โคดมชอบใจธรรมของเรา จึงพากันมาสู่สำนักเรา”

จบ พระเทวทัตหาพรรคพวก