arnon.world

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ภิกขุนีขันธกะ

นั่งขัดสมาธิ เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๐๔–๖๑๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๙/๒๐ ในภิกขุนีขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิยินดีการสัมผัสส้นเท้า

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ภิกขุนีขันธกะ นั่งขัดสมาธิ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๗ หน้า ๒๖๗–๒๖๙ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๗ หน้า ๓๖๔–๓๖๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ปลฺลงฺเกน นิสีทนฺติ ปณฺหิสมฺผสฺสํ สาทิยนฺตี.(๑) ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ปลฺลงฺเกน นิสีทิตพฺพํ, ยา นิสีเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา ภิกฺขุนี คิลานา โหติ, ตสฺสา วินา ปลฺลงฺกา(๒) น ผาสุ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา อฑฺฒปลฺลงฺกนฺติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย วจฺจกุฏิยา วจฺจํ กโรนฺติ, ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ตตฺเถว คพฺภํ ปาเตนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา วจฺจกุฏิยา วจฺโจ กาตพฺโพ, ยา กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว เหฏฺฐาวิวเฏ อุปริปฏิจฺฉนฺเน วจฺจํ กาตุนฺติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สาทิยนฺตา
  2. ๒ฉ.ม.อิ. ปลฺลงฺเกน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายนั่งขัดสมาธิ ยินดีสัมผัสส้นเท้า ภิกษุทั้งหลาย จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงนั่งขัดสมาธิ รูปใดนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ”

สมัยนั้น ภิกษุณีรูปหนึ่งเป็นไข้ ไม่นั่งขัดสมาธิจะไม่สบาย ภิกษุทั้งหลายจึงนำ เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณีนั่งกึ่งขัดสมาธิ”

เรื่องภิกษุณีถ่ายอุจจาระ

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายถ่ายอุจจาระในวัจกุฎี พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ให้ครรภ์ตก ไปในวัจกุฎีนั้น

ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า ภิกษุทั้งหลาย “ภิกษุณีไม่พึงถ่ายอุจจาระในวัจกุฎี รูปใดถ่าย ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถ่ายอุจจาระในที่เปิดข้าง ล่างปิดข้างบน”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑นั่งกึ่งขัดสมาธิ คือ นั่งขัดสมาธิคู้ขาเข้าข้างเดียว (วิ.อ.๓/๔๓๔/๔๑๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย จุณฺเณน นหายนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา จุณฺเณน นหายิตพฺพํ, ยา นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว กุกฺกุสํ มตฺติกนฺติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย วาสิตกาย มตฺติกาย นหายนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา วาสิตกาย มตฺติกาย นหายิตพฺพํ. ยา นหาเยยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว ปกติมตฺติกนฺติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ชนฺตาฆเร นหายนฺติโย โกลาหลํ อกํสุ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ชนฺตาฆเร นหายิตพฺพํ, ยา นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ปฏิโสเต นหายนฺติ, ธาราสมฺผสฺสํ สาทิยนฺตี.(๑) ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ปฏิโสเต นหายิตพฺพํ,. ยา นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย อติตฺเถ นหายนฺติ, ธุตฺตา ทูเสนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา อติตฺเถ นหายิตพฺพํ,. ยา นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ปุริสติตฺเถ นหายนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหิกามโภคินิโย”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ปุริสติตฺเถ นหายิตพฺพํ, ยา นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว มหิฬาติตฺเถ นหายิตุนฺติ. ตติยภาณวาโร นิฏฺฐิโต. ภิกฺขุนิกฺขนฺธโก ทสโม. อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู เอกสตํ.</c. ตสฺสุทฺทานํ</c.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. สาทิยนฺตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องภิกษุณีใช้จุรณสรงน้ำ

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายใช้จุรณสรงน้ำ คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม”

ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้จุรณสรงน้ำ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้รำข้าวและดินเหนียว”สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายใช้ดินเหนียวอบกลิ่นสรงน้ำ คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ เหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม”ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้ดินเหนียวที่อบกลิ่น สรงน้ำ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตดินเหนียวธรรมดา”สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายสรงน้ำในเรือนไฟ เกิดชุลมุน ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่อง นี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบพระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงสรงน้ำในเรือนไฟ รูปใด สรง ต้องอาบัติทุกกฏ”

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายสรงน้ำทวนกระแส ยินดีสัมผัสแห่งสายน้ำ ภิกษุทั้งหลาย จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบพระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงสรงน้ำทวนกระแส รูปใด สรง ต้องอาบัติทุกกฏ”

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายสรงน้ำในที่ไม่ใช่ท่าน้ำ ถูกพวกนักเลงทำมิดีมิร้าย ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบพระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงสรงน้ำในที่ไม่ใช่ท่าน้ำ รูปใดสรง ต้องอาบัติทุกกฏ”

สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายสรงน้ำที่ท่าอาบน้ำของผู้ชาย คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ฯลฯ ทำเหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม”ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงสรงน้ำที่ท่าอาบน้ำของ ผู้ชาย รูปใดสรง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อาบน้ำที่ท่าอาบ น้ำสตรี”

ตติยภาณวาร จบ

ภิกขุนีขันธกะที่ ๑๐ จบ

ในขันธกะนี้มี ๑๐๑ เรื่อง

รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ

จบ นั่งขัดสมาธิ