พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ปัญจสติกขันธกะ
ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์ เล่ม ๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๙ ในปัญจสติกขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๗ หน้า ๔๒๒–๔๒๔
ไว้แล้ว ชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วย อาการอย่างนี้”
ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์หลายกระทง
{๖๒๒} [๔๔๓] ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลายได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า “ท่านอานนท์ ข้อที่ท่านไม่ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘พระพุทธเจ้าข้า ก็สิกขาบทเหล่าไหนเป็นสิกขาบทเล็กน้อย’ นี่เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่าน จงแสดงอาบัติทุกกฏนั้นเสีย”ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “เพราะระลึกไม่ได้ กระผมจึงมิได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘พระพุทธเจ้าข้า สิกขาบทเหล่าไหนเป็นสิกขาบท เล็กน้อย’ กระผมไม่เห็นเหตุที่ไม่ได้ทูลถามนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่ เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย กระผมยอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น”พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า “ท่านอานนท์ แม้ข้อที่ท่านเหยียบ แล้วเย็บผ้าวัสสิกสาฎก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า นี้ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้นเสีย”
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า กระผมจะเหยียบแล้วเย็บผ้า วัสสิกสาฎกของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยมิได้เคารพก็หาไม่ กระผมไม่เห็น เหตุที่เหยียบนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย กระผม ยอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น”พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า “ท่านอานนท์ แม้ข้อที่ท่านให้สตรี ถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าก่อน พระสรีระของพระผู้มี พระภาคเจ้าจึงเปื้อนนํ้าตาของพวกนางผู้ร้องไห้อยู่ นี้ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้นเสีย”
- ๑ผ้าวัสสิกสาฎก คือผ้าอาบนํ้าฝน
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า กระผมคิดว่าสตรีเหล่านี้อย่า ได้อยู่จนถึงพลบคํ่า จึงให้พวกสตรีถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มีพระ ภาคเจ้าก่อน กระผมไม่เห็นเหตุที่ให้สตรีถวายบังคมพระสรีระของพระผู้มี พระภาคเจ้านั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย กระผมยอม แสดงอาบัติทุกกฏนั้น"
พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า “ท่านอานนท์ แม้ข้อที่เมื่อพระผู้มี พระภาคเจ้าทรงทำนิมิตกว้าง ๆ อยู่ ทรงทำโอภาสกว้าง ๆ อยู่ ท่านกลับ ไม่ทูลขอพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดทรงดำรง อยู่ตลอดกัป ขอพระสุคตเจ้าได้โปรดทรงดำรงอยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์ แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’ นี้ ก็เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้นเสีย”ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า กระผมถูกมารดลใจ จึงไม่ได้ ทูลขอพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ‘ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดทรงดำรงอยู่
ตลอดกัป ขอพระสุคตเจ้าได้โปรดทรงดำรงอยู่ตลอดกัป เพื่อประโยชน์แก่ ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’ กระผมไม่เห็นเหตุนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย กระผม ยอมแสดงอาบัติทุกกฏนั้น”พระเถระทั้งหลายกล่าวต่อไปว่า “ท่านอานนท์ แม้ข้อที่ท่านได้ช่วย ขวนขวายให้สตรีบวชในพระธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศแล้ว นี้ก็ เป็นอาบัติทุกกฏแก่ท่าน ท่านจงแสดงอาบัติทุกกฏนั้นเสีย
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ท่านเจ้าข้า กระผมช่วยขวนขวายให้สตรี บวชในพระธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศแล้วก็ด้วยคิดว่า ‘พระนาง มหาปชาบดีโคตรมีนี้เป็นพระมาตุจฉาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ประคับ
ประคองเลี้ยงดู เป็นผู้ประทานขีรธาราแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระ พุทธมารดาทิวงคต ก็ทรงให้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยถัญญธารา’ กระผม ไม่เห็นเหตุนั้นว่าเป็นอาบัติทุกกฏ แต่เพราะเชื่อท่านทั้งหลาย กระผมยอม แสดงอาบัติทุกกฏนั้น”
พระปุราณเถระไม่ยอมรับการสังคายนา
{๖๒๓} [๔๔๔] สมัยนั้นแล ท่านพระปุราณะเที่ยวจาริกไปในทักขิณาคิรี ชนบทพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป คราวเมื่อพระเถระ ทั้งหลายสังคายนาพระธรรมและพระวินัยเสร็จแล้ว ท่านได้พักอยู่ใน ทักขิณาคิรีชนบทตามความพอใจ แล้วเข้าไปหาพระเถระทั้งหลายที่พระ เวฬุวันอันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต ใกล้พระนครราชคฤห์ ได้กล่าวสัมโมทนียะกับพระเถระทั้งหลายแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งพระเถระทั้งหลายได้บอกท่านพระปุราณะว่า “ท่านปุราณะ พระเถระ ทั้งหลายได้สังคายนาพระธรรมและพระวินัยแล้ว ท่านจงรับรู้พระธรรม และพระวินัยนั้นที่พระเถระทั้งหลายสังคายนาแล้ว”
ท่านพระปุราณะกล่าวว่า “ท่านทั้งหลาย พระเถระทั้งหลายสังคายนา พระธรรมและพระวินัยแล้วหรือ แต่ว่ากระผมได้ฟังได้รับมาเฉพาะพระ พักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างใด ก็จักทรงจำไว้อย่างนั้น”
๓. พรหมทัณฑกถา
ว่าด้วยเรื่องพรหมทัณฑ์
{๖๒๔} [๔๔๕] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะพระเถระทั้งหลายว่า “ท่านเจ้าข้า เมื่อจวนเสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะกระผม อย่างนี้ว่า “ดูก่อนอานนท์ ถ้าเช่นนั้น เมื่อเราล่วงไปแล้ว สงฆ์จงลง พรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ”
จบ ปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์