พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · ยักขสังยุต
๗. ปุนัพพสุสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๒๒–๘๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๒ ในยักขสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สตฺตมํ ปุนพฺพสุสุตฺตํ
ปุนัพสุสูตรที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ยักขสังยุต ปุนัพพสุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา ภิกฺขู นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ฯ เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ฯ
สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ
ให้รื่นเริงอยู่ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยพระนิพพาน ฯ
ภิกษุเหล่านั้นตั้งใจมนสิการ ประมวลไว้ด้วยใจทั้งหมด เงี่ยโสตลงสดับพระธรรม ฯ
อถ โข ปุนพฺพสุมาตา ยกฺขินี ปุตฺตกํ ๑ เอวํ โตเสสิ
ตุณฺหี อุตฺตริเก โหหิ ตุณฺหี โหหิ ปุนพฺพสุ
ยาวาหํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ธมฺมํ โสสฺสามิ สตฺถุโน
นิพฺพานํ ภควา อาห สพฺพคนฺถปฺปโมจนํ
อติเวลา จ เม โหติ อสฺมึ ธมฺเม ปิยายนา
ปิโย โลเก สโก ปุตฺโต ปิโย โลเก สโก ปติ
ตโต ปิยตรํ ๒ มยฺหํ อสฺส ธมฺมสฺส มคฺคนา
น หิ ปุตฺโต ปติ วาปิ ปิโย ทุกฺขา ปโมจเย
ยถา สทฺธมฺมสฺสวนํ ทุกฺขา โมเจติ ปาณินํ
โลเก ทุกฺขปเรตสฺมึ ชรามรณสํยุเต
ชรามรณโมกฺขาย ยํ ธมฺมํ อภิสมฺพุธํ
ตํ ธมฺมํ โสตุมิจฺฉามิ ตุณฺหี โหหิ ปุนพฺพสูติ ฯ
ครั้งนั้นแล นางยักษิณีผู้เป็นมารดาของปุนัพสุปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่านิ่งเสียเถิดลูกอุตรา นิ่งเสียเถิดลูกปุนัพสุ จนกว่าแม่จะฟังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้เป็นพระศาสดาจบ พระผู้มีพระภาคตรัสนิพพานอันเป็นเครื่องเปลื้องตนเสีย จากกิเลสเครื่องร้อยกรองทั้งปวง เวลาที่ปรารถนาในธรรมนั้นจะล่วงเลยแม่ไปเสีย ลูกของตนเป็นที่รักในโลก
ผัวของตนเป็นที่รักในโลก แต่ความปรารถนาในธรรมนั้น เป็นที่รักของแม่ยิ่งกว่าลูกและผัวนั้น เพราะลูกหรือผัวที่รัก พึงปลดเปลื้องจากทุกข์ไม่ได้ เหมือนการฟังธรรมย่อมปลดเปลื้องเหล่าสัตว์จากทุกข์ได้ ในเมื่อโลกอันทุกข์วงล้อมแล้วประกอบด้วยชราและมรณะ แม่ปรารถนาจะฟังธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยพระปัญญาอันยิ่ง เพื่อพ้นจากชราและมรณะจงนิ่งเสียเถิดลูกปุนัพสุ ฯ
อมฺม ๓ น พฺยาหริสฺสามิ ตุณฺหีภูตายมุตฺตรา
ธมฺมเมว นิสาเมหิ สทฺธมฺมสฺสวนํ สุขํ
สทฺธมฺมสฺส อนญฺญาย อมฺม ๔ ทุกฺขํ จรามเส
เอส เทวมนุสฺสานํ สมฺมูฬฺหานํ ปภงฺกโร
พุทฺโธ อนฺติมสารีโร ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมาติ ฯ
ปุนัพสุพูดว่า
แม่จ๋า ฉันจักไม่พูด อุตราน้องสาวของฉันก็จักเป็นผู้นิ่งเชิญแม่ฟังธรรมอย่างเดียว การฟังพระสัทธรรมนำความสุขมาให้ แม่จ๋า เราไม่รู้พระสัทธรรมจึงได้เที่ยวไปลำบากพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ เป็นผู้ทำความสว่างไสวแก่เทวดาและมนุษย์ผู้ลุ่มหลง มีพระสรีระครั้งสุดท้าย มีพระจักษุ แสดงธรรมอยู่ ฯ
สาธุ โข ปณฺฑิโต นาม ปุตฺโต ชาโต อุเร สโย ๕
ปุตฺโต เม พุทฺธเสฏฺฐสฺส ธมฺมสุทฺธํ ปิยายติ
ปุนพฺพสุ สุขี โหหิ อชฺชาหมฺหิ สมุคฺคตา
ทิฏฺฐานิ อริยสจฺจานิ อุตฺตราปิ สุณาตุ เมติ ฯ
๑ โป. ม. ยุ. ปุตฺตเก ฯ ๒ ม. ยุ. ปิยตรา ฯ ๓-๔ ม. อมฺมา ฯ ๕ ยุ. เสยฺโย ฯ
ยักษิณีพูดว่า
น่าชื่นชมนัก ลูกผู้นอนบนอกของแม่เป็นคนฉลาด ลูกของแม่ย่อมรักใคร่พระธรรมอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ปุนัพสุเจ้าจงมีความสุขเถิด วันนี้แม่เป็นผู้ย่างขึ้นไปในพระศาสนา แม่และเจ้าเห็นอริยสัจแล้ว แม้แม่อุตราก็จงฟังแม่ ฯ
จบ ๗. ปุนัพพสุสูตร