arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สักกสังยุต · ปฐมวรรค

๙. อารัญญกสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๙๕–๘๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

นวมํ อารญฺญกสุตฺตํ

อารัญญกสูตรที่ ๙

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ปฐมวรรค อารัญญกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา อรญฺญายตเน ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก จ เทวานมินฺโท เวปจิตฺติ จ อสุรินฺโท เยน เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา เตนุปสงฺกมึสุ ฯ

ฉบับหลวง

สาวัตถีนิทาน ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมมากรูปด้วยกัน อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงบังด้วยใบไม้ ในราวป่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทวดากับท้าวเวปจิตติจอมอสูร เข้าไปหาฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นถึงที่อยู่ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภิกฺขเว เวปจิตฺติ อสุรินฺโท อฏลิโย ๑ อุปาหนา อาโรหิตฺวา ขคฺคํ โอลคฺเคตฺวา ฉตฺเตน ธาริยมาเนน อคฺคทฺวาเรน อสฺสมํ ปวิสิตฺวา เต อิสโย สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม อปพฺยามโต กริตฺวา อติกฺกมิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท อฏลิโย อุปาหนา โอโรหิตฺวา ขคฺคํ อญฺเญสํ ทตฺวา ฉตฺตํ อปณาเมตฺวา ทฺวาเรเนว อสฺสมํ ปวิสิตฺวา เต อิสโย สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม อนุวาตํ ปญฺชลิโก นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรสวมรองเท้าหนาหลายชั้นสะพายดาบ มีผู้กั้นร่มให้ เข้าไปสู่อาศรมทางทวารอันเลิศเข้าไปใกล้ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นห่างไม่ถึงวา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแลท้าวสักกะจอมเทวดาทรงถอดฉลองพระบาทประทานพระขรรค์ให้แก่ผู้อื่นรับสั่งให้ลดฉัตรเสด็จเข้าไปทางอาศรมโดยทางทวารเข้าออกประทับประคองอัญชลีนมัสการฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นอยู่ใต้ลม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภิกฺขเว เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสึสุ

คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ

กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตน

อิโต ปฏิกฺกมฺม สหสฺสเนตฺต

คนฺโธ อิสีนํ อสุจิ เทวราชาติ ฯ

๑ โป. ม. ปฏลิโย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแล ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นได้กล่าวกะท้าวสักกะจอมเทวดาด้วยคาถาว่า

กลิ่นของพวกฤาษีผู้ประพฤติพรตมานาน ย่อมจะฟุ้งจากกายไปตามลม ดูกรท้าวสหัสนัยน์ พระองค์จงถอยไปเสียจากที่นี้ดูกรท้าวเทวราช กลิ่นของพวกฤาษีไม่สะอาด ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ

กายา จุโต คจฺฉติ ๑ มาลุเตน

สุจิตฺรปุปฺผํ สิรสฺมึว มาลํ

คนฺธํ เอตํ ปฏิกงฺขาม ภนฺเต

น เหตฺถ เทวา ปฏิกฺกูลสญฺญิโนติ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

กลิ่นของพวกฤาษีผู้ประพฤตพรตมานาน ย่อมจะฟุ้งจากกายไปตามลมท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าต่างก็มุ่งหวังกลิ่นนี้เหมือนกับบุคคลมุ่งหวังระเบียบดอกไม้อันวิจิตร งดงาม บนศีรษะ ฉะนั้น ก็พวกเทวดาหามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลนี้ว่าเป็นกลิ่นปฏิกูลไม่ ฯ

จบ ๙. อารัญญกสูตร