arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สักกสังยุต · ปฐมวรรค

๙. อารัญญกสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๙๕–๘๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ปฐมวรรค อารัญญกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๘๔–๔๘๖

หน้า ๔๘๔

น้ำผึ้งน้ำอ้อยเป็นต้น เป็นของควรบริโภค. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่าสํโยคปรมาเตฺวว สมฺโภคา สพฺพปาณินํ ดังนี้ . บทว่า นิปฺผนฺนโสภิโนอตฺถา ความว่า ชื่อว่าประโยชน์เหล่านี้สำเร็จแล้ว จึงงาม. คาถาที่ ๔ก็เป็นของท้าวสักกะอีก แม้ในคาถาที่ ๔ นั้น พึงทราบความโดยนัยที่กล่าวแล้ว.

จบอรรถกถาวิดรจนอสุรินทสูตรที่ ๘

๙. อารัญญกสูตร

ว่าด้วยกลิ่นของผู้มีศีล

[๘๙๕] สาวัตถีนิทาน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมมากรูปด้วยกัน อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงบังด้วยใบไม้ ในราวป่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทวดากับท้าวเวปจิตติจอมอสูร เข้าไปหาฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นถึงที่อยู่.

[๘๙๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรสวมรองเท้าหนาหลายชั้น สะพายดาบ มีผู้กั้นร่มให้ เข้าไปสู่อาศรมทางทวารอันเลิศ เข้าไปใกล้ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นห่างไม่ถึงวา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแลท้าวสักกะจอมเทวดาทรงถอดฉลองพระบาท ประทานพระขรรค์ ให้แก่ผู้อื่นรับสั่งให้ลดฉัตร เสด็จเข้าไปทางอาศรมโดยทางทวารเข้าประทับยืน ประคองอัญชลีนมัสการฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นอยู่ใต้ลม.

[๘๙๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น แลฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นได้กล่าวกะท้าวสักกะจอมเทวดาด้วยคาถาว่า

หน้า ๔๘๕

กลิ่นของพวกฤาษีผู้ประพฤติพรตมา

นาน ย่อมจะฟุ้งจากกายไปตามลม ดูก่อน

ท้าวสหัสนัยน์ พระองค์จงถอยไปเสียจาก

ที่นี้ ดูก่อนท้าวเทวราช กลิ่นของพวก

ฤาษีไม่สะอาด.

[๘๙๘] ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

กลิ่นของพวกฤาษีผู้ประพฤติพรต

มานาน ย่อมจะฟุ้งจากกายไปตามลม

ท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าต่างก็มุ่งหวังกลิ่น

นี้เหมือนกับบุคคลนุ่งหวังระเบียบดอกไม้

อันวิจิตร งดงาม บนศีรษะ ฉะนั้น

ก็พวกเทวดาหามีความสำคัญในกลิ่นของ

ผู้มีศีลนี้ว่าเป็นกลิ่นปฏิกูลไม่.

อรรถกถาอารัญญกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอารัญญกสูตรที่ ๙ ต่อไปนี้ :-

บทว่า ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺติ ความว่า ฤาษีทั้งหลายอาศัยอยู่ ในบรรณศาลา สมบูรณ์ด้วยที่พักกลางคืนที่พักกลางวัน และที่จงกรมเป็นต้นในราวป่า อันน่ารื่นรมย์ในหิมวันตประเทศ. เทพทั้งสองเหล่านั้นคือ ท้าวสักกะจอมเทพและท้าวเวปจิตติเป็นลูกเขยพ่อตากัน บางครั้งก็ทะเลาะกัน บางครั้งก็เที่ยวไปด้วยกัน แต่ในครั้งนี้เที่ยวไปด้วยกัน. บทว่า อฏลิโย ได้แก่ รองเท้า

หน้า ๔๘๖

หนาหลายชั้น. บทว่า ขคฺคํ โอลคฺเคตฺวา ได้แก่ สะพายดาบ. บทว่าฉตฺเตน ได้แก่ กั้นเศวตฉัตรทิพย์ไว้เบื้องสูง. บทว่า อปพฺยามโต กริตฺวาแปลว่า ห่างไม่ถึงวา. บทว่า จิรทกฺขิตานํ แปลว่า ประพฤติพรตมานาน.

ฤาษีทั้งหลายกล่าวว่า ท่านจงถอยไปเสียจากนี้ จงเว้น เสียจากที่นี้ อย่ายืนเหนือลม. บทว่า น เหตฺถ เทวา ความว่า พวกเทวดาหามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลนี้ว่า ปฏิกูลไม่. ท่านแสดงไว้ว่า ก็พวกเทวดามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลว่า น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจทั้งนั้น.

จบอรรถกถาอารัญยกสูตรที่ ๙

๑๐. สมุททกสูตร

ว่าด้วยท้าวสมพรจอมอสูรถูกสาป

[๘๙๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ฯลฯ

[๙๐๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมมากรูปด้วยกัน อาศัยอยู่ในกุฏีที่มุงบังด้วยใบไม้แทบฝั่งสมุทร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นแล สงครามระหว่างพวกเทวดากับ อสูรได้ประชิดกันแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแลพวกฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นพากันคิดเห็นว่า พวกเทวดาตั้งอยู่ในธรรม พวกอสูรไม่ตั้งอยู่ในธรรม ภัยนั้นพึงเกิดแก่พวกเราเพราะอสูรโดยแท้อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรเข้าไปหาท้าวสมพรจอมอสูรแล้วขออภัยทานเถิด.

จบ ๙. อารัญญกสูตร