arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อภิสมัยสังยุตต์ · อาหารวรรค

๘. ติมพรุกขสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓–๕๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในอาหารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. ติมพรุกขสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรค ติมพรุกขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข ติมฺพรุกฺโข ๑ ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ปริพาชก ชื่อติมพรุกขะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ติมฺพรุกฺโข ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ ภควา อโวจ ฯ กึ ปน โภ โคตม ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ ภควา อโวจ ฯ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ ภควา อโวจ ฯ กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ ภควา อโวจ ฯ กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น โข ติมฺพรุกฺข นตฺถิ สุขทุกฺขํ อตฺถิ โข ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺติ ฯ เตนหิ ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ ฯ น ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ ปสฺสามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺติ ฯ

กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ วเทสิ กึ ปน โภ โคตม ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ วเทสิ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ วเทสิ กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ ติมฺพรุกฺขาติ วเทสิ กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ สุขทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข ติมฺพรุกฺข นตฺถิ สุขทุกฺขํ อตฺถิ โข ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺติ วเทสิ เตนหิ ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขํ ปสฺสามิ ขฺวาหํ ติมฺพรุกฺข สุขทุกฺขนฺติ วเทสิ อาจิกฺขตุ จ เม ภวํ โคตโม สุขทุกฺขํ เทเสตุ จ เม ภวํ โคตโม สุขทุกฺขนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. ติมฺพรุโก ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้นแล้ว ติมพรุกขปริพาชกได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดมสุขและทุกข์ ตนกระทำเองหรือ ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ ฯ

ต. สุขและทุกข์ผู้อื่นกระทำให้หรือ ท่านพระโคดม ฯ

ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ ฯ

ต. สุขและทุกข์ ตนกระทำเองด้วย ผู้อื่นกระทำให้ด้วยหรือท่านพระโคดม ฯ

ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ ฯ

ต. สุขและทุกข์บังเกิดขึ้น เพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้หรือท่านพระโคดม ฯ

ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ ฯ

ต. สุขและทุกข์ไม่มีหรือ ท่านพระโคดม ฯ

ภ. สุขและทุกข์ไม่มีหามิได้ สุขและทุกข์มีอยู่ ติมพรุกขะ ฯ

ต. ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้ ไม่เห็นสุขและทุกข์ ฯ

ภ. เราย่อมไม่รู้ไม่เห็นสุขและทุกข์หามิได้ เรารู้เห็นสุขและทุกข์อยู่ติมพรุกขะ ฯ

ต. เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม สุขและทุกข์ตนกระทำเองหรือท่านตรัสว่าอย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า สุขและทุกข์ผู้อื่นกระทำให้หรือ ท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะเมื่อข้าพเจ้าถามว่า สุขและทุกข์ตนกระทำเองด้วย ผู้อื่นกระทำให้ด้วยหรือ ท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ

เมื่อข้าพเจ้าถามว่าสุขและทุกข์บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้หรือท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น ติมพรุกขะ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า สุขและทุกข์ไม่มีหรือ ท่านตรัสว่า สุขและทุกข์ไม่มีหามิได้ สุขและทุกข์มีอยู่ ติมพรุกขะเมื่อข้าพเจ้าถามว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้ไม่เห็นสุขและทุกข์ท่านตรัสว่า เราย่อมไม่รู้ไม่เห็นสุขและทุกข์หามิได้ เราเห็นสุขและทุกข์อยู่ติมพรุกขะ ขอท่านพระโคดมจงตรัสบอกสุขและทุกข์แก่ข้าพเจ้า ขอท่านพระโคดมจงทรงแสดงสุขและทุกข์แก่ข้าพเจ้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สา เวทนา โส เวทยตีติ โข ติมฺพรุกฺข อาทิโต สโต สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ เอวญฺจาหํ ๑ น วทามิ ฯ อญฺญา เวทนา อญฺโญ เวทยตีติ โข ติมฺพรุกฺข เวทนาภิตุนฺนสฺส สโต ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ เอวญฺจาหํ น วทามิ ฯ เอเต เต ติมฺพรุกฺข อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส{ สมุทโย โหติ ฯ อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ ฯ

๑ ม. ยุ. เอวมฺปาหํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรติมพรุกขะ เมื่อบุคคลถืออยู่ว่านั่นเวทนา นั่นผู้เสวย[เวทนา] ดังนี้ แต่เราไม่กล่าวอย่างนี้ว่า สุขและทุกข์ตนกระทำเอง เมื่อบุคคลถูกเวทนาทิ่มแทง

[รู้] อยู่ว่าเวทนาอย่างหนึ่ง ผู้เสวย[เวทนา] เป็นอีกคนหนึ่ง ดังนี้ แต่เราไม่กล่าวอย่างนี้ว่าสุขและทุกข์ผู้อื่นกระทำให้ ดูกรติมพรุกขะ ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสองนั้นว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ... ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ เพราะอวิชชานั่นแหละดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ... ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ วุตฺเต ติมฺพรุกฺโข ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ เอสาหํ ภนฺเต ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ติมพรุกขปริพาชกได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยประสงค์ว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปฉะนั้นข้าพระองค์ขอถึงท่านพระโคดมกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะขอท่านพระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิตจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ

จบสูตรที่ ๘

จบ ๘. ติมพรุกขสูตร