arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๔

๔. จวมานสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖๑–๒๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในวรรคที่ ๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. จวมานสูตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๔ จวมานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

บาลี (สยามรัฐ)

๔ ยทา ภิกฺขเว เทโว เทวกายา จวนธมฺโม โหติ ปญฺจสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺติ มาลา มิลายนฺติ วตฺถานิ กิลิสฺสนฺติ กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ กาเย ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมติ สเก เทโว เทวาสเน นาภิรมตีติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขเว เทวา จวนธมฺโม อยํ เทวปุตฺโตติ อิติ วิทิตฺวา ตีหิ วาจาหิ อนุโมทนฺติ อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ สุคตึ คนฺตฺวา สุลทฺธลาภํ ลภ สุลทฺธลาภํ ลภิตฺวา สุปติฏฺฐิโต ภวาหีติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกายเมื่อนั้น

นิมิตร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อมปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายเทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย ย่อมพลอยยินดีกะเทพบุตรนั้นด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่สุคติ ๑ ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ ครั้นได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กินฺนุ โข ภนฺเต เทวานํ สุคติคมนสงฺขาตํ กิญฺจิ ภนฺเต เทวานํ สุลทฺธลาภสงฺขาตํ กึ ปน ภนฺเต เทวานํ สุปติฏฺฐิตสงฺขาตนฺติ ฯ มนุสฺสตฺตํ โข ภิกฺขเว ๑ เทวานํ สุคติคมนสงฺขาตํ ยํ มนุสฺสภูโต สมาโน ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ ปฏิลภติ อิทํ โข ภิกฺขเว เทวานํ สุลทฺธลาภสงฺขาตํ สา โข ปนสฺส สทฺธา นิวิฏฺฐา โหติ มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ทฬฺหา อสํหาริยา สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ อิทํ โข ภิกฺขเว เทวานํ สุปติฏฺฐิตสงฺขาตนฺติ ฯ

ยทา เทโว เทวกายา จวติ อายุสงฺขยา

ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ เทวานํ อนุโมทตํ

อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ มนุสฺสานํ สหพฺยตํ

มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ

สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส มูลชาตา ปติฏฺฐิตา

ยาวชีวํ อสํหิรา สทฺธมฺเม สุปเวทิเต ฯ

กายทุจฺจริตํ หิตฺวา วจีทุจฺจริตานิ จ

มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา ยญฺจญฺญํ โทสสญฺญิตํ

กาเยน กุสลํ กตฺวา วาจาย กุสลํ พหุํ

มนสา กุสลํ กตฺวา อปฺปมาณํ นิรูปธึ ฯ

ตโต โอปธิกํ ปุญฺญํ กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ

อญฺเญปิ มจฺเจ สทฺธมฺเม พฺรหฺมจริเย นิเวสย ๒

อิมาย อนุกมฺปาย เทวา เทวํ ยทา วิทู

จวนฺตํ อนุโมทนฺติ เอหิ เทว ปุนปฺปุนนฺติ ฯ จตุตฺถํ ฯ

๑ โป. ทุชฺชยมชฺฌยิ ฯ ๒ โป. อนาสวํ ฯ

๑ ม. ภิกฺขุ ฯ ๒ ยุ. นิเวสเย ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลายอะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว อนึ่ง อะไรเป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลายพระเจ้าข้า ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย เทวดาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ย่อมได้ศรัทธาในธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว ก็ศรัทธาของเทวดานั้นแลเป็นคุณชาติตั้งลง มีมูลเกิดแล้วประดิษฐานมั่นคง อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหมหรือใครๆ ในโลก พึงนำไปไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย ฯ

เมื่อใด เทวดาจะต้องจุติจากเทพนิกายเพราะความสิ้นอายุเมื่อนั้น

เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดีย่อมเปล่งออกไปว่า

แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากเทวโลกนี้ไปแล้วจงถึงสุคติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิดท่านเป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรมศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิด

แล้วมั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว อันใครๆพึงนำไปมิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริตมโนทุจริต และอย่า

กระทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่ประกอบด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกาย

ด้วยวาจาให้มาก กระทำกุศลด้วยใจหาประมาณมิได้ หาอุปธิมิได้

แต่นั้นท่านจงกระทำบุญอันให้เกิดสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาน แล้วยัง

สัตว์แม้เหล่าอื่นให้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรม ในพรหมจรรย์ เมื่อใด

เทวดาพึงรู้แจ้งซึ่งเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น ย่อมพลอยยินดีด้วยความ

อนุเคราะห์นี้ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ ฯ

จบสูตรที่ ๔

จบ ๔. จวมานสูตร