arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต · วรรคที่ ๓

๗. เมตตาภาวสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๗ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๗. เมตตาภาวสูตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ ๓ เมตตาภาวสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

บาลี (สยามรัฐ)

๗ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ยานิ กานิจิ ภิกฺขเว โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยาวตฺถูนิ ๓ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ เมตฺตา เยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยากาจิ ตารกรูปานํ ปภา สพฺพา ตา จนฺทปฺปภาย กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ จนฺทปฺปภา เยว ตานิ ๔ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยาวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ เมตฺตา เยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ ฯ

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว วสฺสานํ ปจฺฉิเม มาเส สรทสมเย วิทฺเธ ๑ วิคตวาหเก เทเว อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน สพฺพํ อากาสํ ๒ ตมคตํ อภิหจฺจ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยาวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ เมตฺตา เยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ โอสธิตารกา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยานิ กานิจิ โอปธิกานิ ปุญฺญกิริยาวตฺถูนิ สพฺพานิ ตานิ เมตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ เมตฺตา เยว ตานิ เจโตวิมุตฺติ อธิคฺคเหตฺวา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจเต จาติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ

โย [๓] เมตฺตํ ภาวยติ อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต

ตนู ๔ สํโยชนา โหนฺติ ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ

เอกมฺปิ เจ ปาณมทุฏฺฐจิตฺโต

เมตฺตายติ กุสโล เตน โหติ

สพฺเพ จ ปาเณ มนสานุกมฺปํ

พหูตมริโย ๕ ปกโรติ ปุญฺญํ

เย สตฺตสณฺฑํ ปฐวึ วิชิตฺวา

ราชีสโย ๑ ยชมานานุปริยคา

(อสฺสเมธํ ปุริสเมธํ

สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ นิรคฺคฬํ)

เมตฺตสฺส จิตฺตสฺส สุภาวิตสฺส

กลมฺปิ เต นานุภวนฺติ โสฬสึ

(จนฺทปฺปภา ตารคณาว สพฺเพ)

โย น หนฺติ น ฆาเตติ น ชินาติ น ชาปเย

เมตฺตํโส สพฺพภูเตสุ เวรํ ตสฺส น เกนจีติ ฯ

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ

ตติยวคฺโค ตติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

จิตฺตํ ฌายี ๒ อุโภ อตฺเถ ปุญฺญํ เวปุลฺลปพฺพตํ

สมฺปชานมุสาวาโท ทานญฺจ เมตฺตภาวญฺจ

สตฺติมานิ จ สุตฺตานิ ปุริมานิ จ วีสติ

เอกธมฺเมสุ สุตฺตนฺตา สตฺตวีสติ สงฺคหาติ ฯ

๑ ม. ยุ. ทตฺวา ฯ ๒ ยุ. สคฺคงฺคตา ฯ ๓ โป. ม. ยุ. ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ฯ

๔ ม. ยุ. ตา ฯ

๑ ยุ. วิสุทฺเธ ฯ ๒ ม. ยุ. อากาสคตํ ฯ ๓ ม. ยุ. จ ฯ ๔ โป. ยุ. ตนุ ฯ

๕ ม. ยุ. ปหูตมริโย ฯ

๑ โป. ม. ราชิสโย ฯ ๒ ม. จิตฺตํ เมตฺตํ ฯ ๓ โป. ยุ. อิโต ปรํ เทฺว ธมฺเม

อนุกฺกฏีติ ทิสฺสนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย บุญญกิริยาวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งมีอุปธิกิเลสเป็นเหตุบุญญกิริยาวัตถุทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖แห่งเมตตาเจโตวิมุติ เมตตาเจโตวิมุตินั้นแล ครอบงำบุญญกิริยาวัตถุเหล่านั้น สว่างไสวไพโรจน์เปรียบเหมือนรัศมีแห่งดาวชนิดใดชนิดหนึ่ง รัศมีดาวทั้งหมดนั้นย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งรัศมีพระจันทร์ รัศมีพระจันทร์นั่นแล ครอบงำรัศมีดาวเหล่านั้น สว่างไสวไพโรจน์ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนในเมื่ออากาศโปร่งปราศจากเมฆในสารทสมัยในเดือนท้ายแห่งฤดูฝน พระอาทิตย์ลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้า กำจัดอากาศอันมืดทั้งปวง สว่างไสวไพโรจน์ฉะนั้น อนึ่ง เปรียบเหมือนดาวประกายพฤกษ์ในปัจจุสสมัยแห่งราตรี สว่างไสวไพโรจน์ ฉะนั้น ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

ผู้ใดมีสติ เจริญเมตตาไม่มีประมาณ สังโยชน์ทั้งหลาย ของผู้นั้นผู้พิจารณาเห็นซึ่งธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ ย่อมเป็นธรรมชาติเบาบาง ถ้าว่าผู้นั้นมีจิตไม่ประทุษร้ายซึ่งสัตว์มีชีวิตแม้ชนิดหนึ่ง เจริญเมตตาอยู่ไซร้ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีกุศลเพราะการเจริญเมตตานั้น อันพระอริย

บุคคลมีใจอนุเคราะห์ซึ่งสัตว์มีชีวิตทุกหมู่เหล่า ย่อมกระทำบุญ

เป็นอันมาก พระราชฤาษี ทั้งหลายทรงชนะซึ่งแผ่นดิน อัน

เกลื่อนกล่นด้วยหมู่สัตว์ ทรงบูชาอยู่ซึ่งบุญเหล่าใด (คือ อัสสเมธะ

ปุริสเมธะสัมมาปาสะ วาชเปยยะ นิรัคคพะ) เสด็จเที่ยวไป

บุญเหล่านั้นย่อมไม่ถึงแม้เสี้ยวที่ ๑๖ แห่งเมตตาจิต อันบุคคลเจริญดีแล้ว (เหมือนหมู่ดาวทั้งหมด ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖แห่งรัศมีพระจันทร์ฉะนั้น) ผู้ใดมีส่วนแห่งจิตประกอบด้วยเมตตาในสัตว์ทุกหมู่เหล่า

ย่อมไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่าไม่ชนะเอง ไม่ใช้ผู้อื่นให้ชนะ เวรของผู้นั้นย่อมไม่มีเพราะเหตุอะไรๆ เลยๆ

เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๗

จบตติยวรรคที่ ๓

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. จิตตฌายีสูตร ๒. อุโภอัตถสูตร

๓. บุญญสูตร ๔. เวปุลลปัพพตสูตร

๕. สัมปชานมุสาวาทสูตร ๖. ทานสูตร

๗. เมตตาภาวสูตร

ในธรรมหมวดหนึ่งมีพระสูตรรวม ๒๗ สูตร คือ พระสูตรเหล่านี้๗ สูตร และพระสูตรข้างต้น ๒๐ สูตร ฉะนี้แล ฯ

จบเอกนิบาต ฯ

จบ ๗. เมตตาภาวสูตร