arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ · จตุกกนิบาต

๑๓. โลกสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๓ ในจตุกกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๓. โลกสูตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ จตุกกนิบาต โลกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

บาลี (สยามรัฐ)

๑๓ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ โลโก ภิกฺขเว ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ โลกสฺมา ตถาคโต วิสํยุตฺโต โลกสมุทโย ภิกฺขเว ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ โลกสมุทโย ตถาคตสฺส ปหีโน โลกนิโรโธ ภิกฺขเว ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ โลกนิโรโธ ตถาคตสฺส สจฺฉิกโต โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา ภิกฺขเว ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา ตถาคตสฺส ภาวิตา ฯ ยํ ภิกฺขเว สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส สพฺรหฺมกสฺส สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ยสฺมา ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจติ ฯ

ยญฺจ ภิกฺขเว รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ ยเมตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลภติ นิทฺทิสติ สพฺพนฺตํ ตเถว โหติ โน อญฺญถา ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจติ ฯ ยถาวาที ภิกฺขเว ตถาคโต ตถาการี ยถาการี ๑ ตถาวาที อิติ ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจติ ฯ สเทวเก ภิกฺขเว โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺตี ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ

สพฺพโลกํ อภิญฺญาย สพฺพโลเก ยถาตถํ

สพฺพโลกวิสํยุตฺโต สพฺพโลเก อนูปโม ๒

สพฺเพ ๓ สพฺพาภิภู ธีโร สพฺพคนฺถปฺปโมจโน ฯ

ผุฏฺฐสฺส ๔ ปรมา สนฺติ นิพฺพานํ อกุโตภยํ ฯ

เอส ขีณาสโว พุทฺโธ อนีโฆ ฉินฺนสํสโย

สพฺพกมฺมกฺขยํ ปตฺโต วิมุตฺโต อุปธิสงฺขเย

เอส โส ภควา พุทฺโธ เอส สีโห อนุตฺตโร

สเทวกสฺส โลกสฺส พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ

อิติ เทวา มนุสฺสา จ เย พุทฺธํ สรณํ คตา

สงฺคมฺม ตํ นมสฺสนฺติ มหนฺตํ วีตสารทํ ฯ

ทนฺโต ทมยตํ เสฏฺโฐ สนฺโต สมยตํ อิสี

มุตฺโต โมจยตํ อคฺโค ติณฺโณ ตารยตํ วโร ฯ

อิติ เหตํ นมสฺสนฺติ มหนฺตํ วีตสารทํ ฯ

สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ นตฺถิ เต ปฏิปุคฺคโลติ ฯ

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ เตรสมํ ฯ

จตุกฺกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

พฺราหฺมณา ๑ จตฺตาริ ชานํ สมณสีลา ตณฺหา พฺรหฺมา

พหุการา กุหนา ๒ ปุริสา จรํ ๓ สมฺปนฺนโลเกน เตรสาติ ฯ

อิติวุตฺตเก ทฺวาทสาธิกสตสุตฺตนฺติ

อิติวุตฺตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

______________

สตฺตวิเสกนิปาตํ

ทุกฺกํ พาวีสสุตฺตสงฺคหิตํ

สมปญฺญาสมถ ติกํ

เตรส จตุกฺกญฺจ อิติ ยมิทํ

ทฺวิทสุตฺตรสุตฺตสเต

สํคายิตฺวา สมาทหํสุ ปุรา

อรหนฺโต จิรฏฺฐิติยา

ตมาหุ นาเมน อิติวุตฺตนฺติ ฯ

อิติวุตฺตกปาฬิ นิฏฺฐิตา ฯ

อิทํ มรมฺมโปตฺถเก อาคตํ ฯ

_____________

สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส

สุตฺตนิปาโต

__________

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

๑ ยุ. ว ฯ

๑ ยุ. ยถาวาที ตถาคโต ตถาวาที ฯ ๒ อฏฺฐกถายํ สนูสโย ฯ ม. อนูปโย ฯ

๓ ม. ส เว ฯ ๔ ม. ผุฏฺฐาสฺส ฯ

๑ ม. พฺราหฺมณสุลภา ฯ ๒ ม. กุหปุริสา ฯ ๓ ม. จรสมฺปนฺน ... ฯ

ฉบับหลวง

จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตตรัสรู้โลกแล้ว พรากแล้วจากโลก ตรัสรู้เหตุเกิดโลกแล้ว ละเหตุเกิดโลกได้แล้วตรัสรู้ความดับแห่งโลกแล้ว ทำให้แจ้งความดับโลกแล้ว ตรัสรู้ปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งโลกแล้ว เจริญปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งโลกแล้ว

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่โลกพร้อมทั้งเทวโลกมารโลก พรหมโลก ที่หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์เห็นแล้วฟังแล้ว ทราบแล้ว รู้แจ้งแล้ว ถึงแล้ว แสวงหาแล้ว ใคร่ครวญแล้วด้วยใจ เพราะสิ่งนั้นพระตถาคตตรัสรู้แล้ว ฉะนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่าพระตถาคตดูกรภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตย่อมตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในราตรีใดและย่อมปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในราตรีใด ย่อมตรัสบอกแสดงซึ่งพุทธพจน์อันใดในระหว่างนี้ พุทธพจน์นั้นทั้งหมด ย่อมเป็นอย่างนั้นนั่นแลไม่เป็นอย่างอื่น ฉะนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า พระตถาคต ดูกรภิกษุทั้งหลายพระตถาคตตรัสอย่างใด ทำอย่างนั้น ทำอย่างใด ตรัสอย่างนั้น เพราะเหตุดังนั้นบัณฑิตจึงกล่าวว่า พระตถาคต ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตทรงครอบงำโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลกพรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ อันใครๆ ครอบงำไม่ได้ ทรงเห็นโดยถ่องแท้ ยังอำนาจให้เป็นไปเพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า พระตถาคต ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

พระพุทธเจ้าทรงรู้โลกทั้งหมด ในโลกทั้งปวงด้วยพระปัญญาอันยิ่ง ตามความเป็นจริง ทรงพรากแล้วจากโลกทั้งหมด ไม่มีผู้เปรียบในโลกทั้งปวง เป็นนักปราชญ์ ทรงครอบงำมารทั้งหมด สังขารทั้งหมด ทรง

ปลดเปลื้องกิเลสเครื่องร้อยรัดได้ทั้งหมด ความสงบอย่างยวดยิ่ง คือนิพพาน ซึ่งไม่มีภัยแต่ไหนๆ พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ทรงถูกต้องแล้ว

พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ทรงมีอาสวะสิ้นแล้ว ไม่ทรงมีทุกข์ ทรงตัด

ความสงสัยได้แล้ว ทรงถึงความสิ้นไปแห่งกรรมทั้งหมด ทรงน้อมไปแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชื่อว่าเป็นสีหะผู้ยอด

เยี่ยม ทรงประกาศพรหมจักรแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก เพราะเหตุดังนั้นเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะย่อมมาประชุมกันน้อมนมัสการพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระคุณใหญ่ ผู้ปราศจากความครั่นคร้าม บรรดาบุคคลผู้ฝึกหัดอยู่ พระพุทธเจ้าผู้ทรงฝึกแล้ว เป็น

ผู้ประเสริฐสุด บรรดาบุคคลผู้สงบอยู่พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณ ผู้

สงบแล้ว เป็นผู้ประเสริฐสุดบรรดาบุคคลผู้พ้นอยู่ พระพุทธเจ้าทรง

พ้นแล้วเป็นผู้เลิศบรรดาบุคคลผู้ข้ามอยู่ พระพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามพ้น

แล้ว เป็นผู้ประเสริฐ เพราะเหตุนั้นแล เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ย่อมนอบน้อมพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ ผู้มีพระคุณใหญ่ ผู้ปราศจากความครั่นคร้ามด้วยคิดว่า บุคคลผู้เปรียบด้วยพระองค์ย่อมไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ฯ

เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑๓

จบจตุกกนิบาต

________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. พราหมณสูตร ๒. จัตตาริสูตร

๓. ชานสูตร ๔. สมณสูตร

๕. ศีลสูตร ๖. ตัณหาสูตร

๗. พรหมสูตร ๘. พหุการสูตร

๙. กุหนาสูตร ๑๐. ปุริสสูตร

๑๑. จรสูตร ๑๒. สัมปันนสูตร

๑๓. โลกสูตร ฯ

จบอิติวุตตกะ

จบ ๑๓. โลกสูตร