arnon.worldSign in

นานาติตถิยวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 278–321 (Royal Thai)3/3 in เทวปุตตสังยุต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปฐมํ สิวสุตฺตํ

นานาติตถิยวรรคที่ ๓

สิวสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค สิวสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข สิโว เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิก

เศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น เมื่อปฐมยามล่วงแล้ว สิวเทวบุตร มีวรรณะงามยิ่งนัก

ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว จึงถวาย

อภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วได้ยืน อยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข สิโว เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย เสยฺโย โหติ น ปาปิโย

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ปญฺญํ ลภติ ๑ นาญฺญโต

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย โสกมชฺเฌ น โสจติ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ญาติมชฺเฌ วิโรจติ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคตึ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สตฺตา ติฏฺฐนฺติ สาตตนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. ปญฺญา ลพฺภติ ฯ

Royal Thai

สิวเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าว คาถาเหล่านี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

บุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษบุคคลรู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว เป็นผู้ประเสริฐ ไม่เป็นผู้ตกต่ำ บุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลรู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมได้ปัญญา ไม่คลาดเป็นอย่างอื่น บุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลรู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศกในท่ามกลางแห่งความเศร้าโศกบุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลรู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้วย่อม รุ่งโรจน์ในท่ามกลางหมู่ญาติ บุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ เหล่าสัตว์รู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้วย่อมถึงสุคติ บุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ เหล่าสัตว์รู้ทั่วถึงพระสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมยืนยงตลอดไป ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข ภควา สิวํ เทวปุตฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบสิวเทวบุตรด้วยพระคาถาว่าบุคคลควรสมาคมกับพวกสัตบุรุษเท่านั้น ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลรู้ทั่วถึงสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ฯ

ทุติยํ เขมสุตฺตํ

เขมสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค เขมสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข เขโม เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา อมิตฺเตเนว อตฺตนา

กโรนฺติ ๑ ปาปกํ กมฺมํ ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ

น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ

ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ วิปากํ ปฏิเสวติ

ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ

ยสฺส ปติโต ๒ สุมโน วิปากํ ปฏิเสวติ

ปฏิกจฺเจว ๓ ตํ กยิรา ยํ ชญฺญา หิตมตฺตโน

น สากฏิกจินฺตาย มนฺตาธีโร ปรกฺกโม ๔

ยถา สากฏิโก ปสตฺถํ ๕ สมํ หิตฺวา มหาปถํ

วิสมํ มคฺคมารุยฺห อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายติ

เอวํ ธมฺมา อปกฺกมฺม อธมฺมมนุวตฺติย

มนฺโท มจฺจุมุขํ ปตฺโต อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายตีติ ฯ

๑ ม. ยุ. กโรนฺตา ฯ ๒ ม. ยุ. ปีติโต ฯ ๓ สี. ปฏิคจฺเจว ฯ ๔ ม. ยุ.

ปรกฺกเม ฯ ๕ โป. สตฺถํ ฯ ม. มฏฺฐํ ฯ ยุ. ปนฺถํ ฯ

Royal Thai

เขมเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

คนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมประพฤติกับตนเองดังศัตรู ย่อมทำกรรมลามกอันอำนวยผลเผ็ดร้อน บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมเดือดร้อนภายหลัง มีหน้านองด้วยน้ำตาร้องไห้อยู่ เสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วไม่ดีเลย บุคคลทำกรรมใดแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีหัวใจแช่มชื่นเบิกบานเสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วเป็นการดีบุคคลรู้กรรมใดว่าเป็นประโยชน์แก่ตน ควรรีบลงมือกระทำกรรมนั้นทีเดียว อย่าพยายามเป็นนักปราชญ์เจ้าความคิด ด้วยความคิดอย่างพ่อค้าเกวียน พ่อค้าเกวียนละหนทางสายใหญ่ที่เรียบร้อยสม่ำเสมอเสีย แวะไปสู่ทางที่ขรุขระ เพลาก็หักสะบั้นซบเซา ฉันใดบุคคลละทิ้งธรรมหันไปประพฤติตามอธรรม ก็ฉันนั้น เป็นคนเขลาเบาปัญญา ดำเนินไปสู่ทางมฤตยูซบเซาอยู่ เหมือนพ่อค้าเกวียนมีเพลาเกวียนหักแล้ว

ฉะนั้น ฯ

ตติยํ เสรีสุตฺตํ

เสรีสูตรที่ ๓

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค เสรีสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข เสรี เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

อนฺนเมวาภินนฺทนฺติ อุภโย ๑ เทวมานุสา

อถ โข นาม โส ยกฺโข ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตีติ ฯ

Royal Thai

เสรีเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวคาถาทูลถวายพระผู้มีพระภาคว่า

เทวดาและมนุษย์ทั้งสองพวก ต่างก็พอใจอาหารด้วยกันทั้งนั้น เออก็ผู้ที่ไม่พอใจอาหารชื่อว่ายักษ์โดยแท้ ฯ

Pali (Siam Rath)

เย นํ ททนฺติ สทฺธาย วิปฺปสนฺเนน เจตสา

ตเมว อนฺนํ ภชติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ

ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบเสรีเทพบุตร ด้วยพระคาถาว่าชนเหล่าใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวและน้ำด้วยศรัทธา ข้าวและน้ำนั้นแลย่อมพะนอเขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น สมควรเปลื้องความเหนียวแน่นเสีย ครอบงำมลทินของใจเสีย พึงให้ทาน บุญเท่านั้นย่อมเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในโลกหน้า ฯ

Pali (Siam Rath)

อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ๒ ภนฺเต ภควตา

เย นํ ททนฺติ สทฺธาย วิปฺปสนฺเนน เจตสา

ตเมว อนฺนํ ภชติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ

ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. น่าอัศจรรย์พระเจ้าข้า ไม่เคยมีมา พระเจ้าข้า พระดำรัสนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสแจ่มแจ้งแล้ว

ชนเหล่าใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวและน้ำด้วยศรัทธา ข้าวและน้ำนั้นแลย่อมพะนอเขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น สมควรเปลื้องความเหนียวแน่นเสีย ครอบงำมลทินของใจเสีย พึงให้ทาน บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในโลกหน้า ฯ

Pali (Siam Rath)

ภูตปุพฺพาหํ ภนฺเต เสรี นาม ราชา อโหสึ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานํ ทียิตฺถ สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ ฯ อถ โข มํ ภนฺเต อิตฺถาคารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ เทวสฺส โข ทานํ ทียติ อมฺหากํ ทานํ น ทียติ สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม ปุญฺญานิ กเรยฺยามาติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต ๑ กินฺติ วเทยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต ปฐมทฺวารํ อิตฺถาคารสฺส อทาสึ ตตฺถ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียิตฺถ มม ทานํ ปฏิกฺกมิ ฯ

อถ โข มํ ภนฺเต ขตฺติยา อนุยุตฺตา ๒ อุปสงฺกมิตฺวา มํ เอตทโวจุํ เทวสฺส โข ทานํ ทียติ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ อมฺหากํ ทานํ น ทียติ สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม ปุญฺญานิ กเรยฺยามาติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต ทุติยทฺวารํ ขตฺติยานํ อนุยุตฺตานํ ๓ อทาสึ ตตฺถ ขตฺติยานํ อนุยุตฺตานํ ทานํ ทียิตฺถ มม ทานํ ปฏิกฺกมิ ฯ อถ โข มํ ภนฺเต พลกาโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ เทวสฺส โข ทานํ ทียติ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ ขตฺติยานํ อนุยุตฺตานํ ทานํ ทียติ อมฺหากํ ทานํ น ทียติ สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม ปุญฺญานิ กเรยฺยามาติ ฯ

ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต ตติยทฺวารํ พลกายสฺส อทาสึ ตตฺถ พลกายสฺส ทานํ ทียิตฺถ มม ทานํ ปฏิกฺกมิ ฯ อถ โข มํ ภนฺเต พฺราหฺมณคหปติกา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ เทวสฺส โข ทานํ ทียติ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ ขตฺติยานํ อนุยุตฺตานํ ทานํ ทียติ พลกายสฺส ทานํ ทียติ อมฺหากํ ทานํ น ทียติ สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม ปุญฺญานิ กเรยฺยามาติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต จตุตฺถทฺวารํ พฺราหฺมณคหปติกานํ อทาสึ ตตฺถ พฺราหฺมณคหปติกานํ ทานํ ทียิตฺถ มม ทานํ ปฏิกฺกมิ ฯ

อถ โข มํ ภนฺเต ปุริสา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ น โขทานิ เทวสฺส โกจิ ทานํ ทียตีติ ฯ เอวํ วุตฺตาหํ ๑ ภนฺเต เต ปุริเส เอตทโวจํ เตนหิ ภเณ โย พาหิเรสุ ชนปเทสุ อาโย สญฺชายติ ตโต อุปฑฺฒํ อนฺเตปุรํ ปเวเสถ อุปฑฺฒํ ตตฺเถว ทานํ เทถ สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ ปุญฺญานํ เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ กุสลานํ ๒ ปริยนฺตํ นาธิคจฺฉามิ เอตฺตกํ ปุญฺญนฺติ วา เอตฺตโก ปุญฺญวิปาโกติ วา เอตฺตกํ สมคฺเค ๓ ฐาตพฺพนฺติ วาติ ฯ

๑ โป. ม. อุภเย ฯ ๒ ม. สุภาสิตมิทํ ฯ ยุ. สุภาสิตํ อิทํ ฯ

๑ ยุ. วทนฺตานํ ฯ ๒ โป. ม. อนุยนฺตา ฯ ๓ โป. ม. อนุยนฺตานํ ฯ

Royal Thai

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว หม่อมฉันได้เป็น พระเจ้าแผ่นดิน

มีนามว่าเสรี เป็นทายก เป็นทานบดี เป็นผู้กล่าวชมการให้ทานที่ประตูทั้ง ๔ ด้าน หม่อมฉันได้ให้ทานแก่สมณพราหมณ์ คนกำพร้า คนเดินทางไกล วณิพกและยาจกทั้งหลาย ครั้นต่อมา

พวกฝ่ายในพากันเข้าไปหาหม่อมฉัน ได้พูดปรารภขึ้นว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญทาน แต่พวกหม่อมฉันไม่ได้ให้ ทาน เป็นการชอบที่พวกหม่อมฉันจะได้อาศัยใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้ทาน

กระทำบุญบ้าง หม่อมฉันจึงคิดเห็นว่า เราเองก็เป็นทายก เป็นทานบดี เป็นผู้กล่าว ชมการ

ให้ทาน เมื่อมีผู้พูดว่า พวกหม่อมฉันจะให้ทาน เราจะว่าอะไร แล้วจึงมอบ ประตูด้านแรก

ให้แก่พวกฝ่ายในไป เขาพากันให้ทานในที่นั้น ทานของหม่อมฉันก็ลดไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญครั้นต่อมา พวกกษัตริย์พระราชวงศ์พากันเข้าไปหาหม่อมฉัน ได้พูดปรารภขึ้นว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญทาน พวกฝ่ายในก็บำเพ็ญทาน แต่พวกข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ทาน เป็นการชอบที่พวกข้าพระพุทธเจ้าจะได้อาศัยใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาทกระทำบุญบ้าง หม่อมฉันก็คิดเห็นว่าเราเองก็เป็นทายก เป็นทานบดี เป็นผู้กล่าวชมการให้ทาน เมื่อมีผู้พูดว่า พวกข้าพระพุทธเจ้าจะให้ทานเราจะ ว่าอะไร แล้วจึงมอบประตูด้านที่สองให้แก่พวกกษัตริย์พระราชวงศ์ไป พวกกษัตริย์ พระราชวงศ์ต่างก็พากันให้ทานในที่นั้น ทานของหม่อมฉันก็ลดไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

ครั้นต่อมา พวกพลกาย (ข้าราชการฝ่ายทหาร) เข้าไปหาหม่อมฉันได้พูดปรารภ ขึ้นว่า พระองค์

ก็ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พวกฝ่ายในก็ทรงบำเพ็ญพระกุศล พวกกษัตริย์พระราชวงศ์ก็ทรง

บำเพ็ญพระกุศล พวกข้าพระพุทธเจ้ามิได้ให้ทาน เป็นการชอบที่พวกข้าพระพุทธเจ้าจะได้อาศัย

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้ทานกระทำ บุญบ้าง หม่อมฉันจึงคิดเห็นว่า เราเองก็เป็นทายก

เป็นทานบดี เป็นผู้ กล่าวชมการให้ทาน เมื่อมีผู้พูดว่า พวกข้าพระพุทธเจ้าจะให้ทาน เราจะ

ว่าอะไร แล้วจึงมอบประตูด้านที่สามให้พวกพลกายไป เขาก็พากันให้ทานใน ที่นั้น ทาน ของ

หม่อมฉันก็ลดไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้นต่อมา มีพวกพราหมณ์ คฤหบดี (ข้าราชการ

ฝ่ายพลเรือน) เข้าไปหาหม่อมฉันได้พูดปรารภขึ้นว่า พระองค์ ก็ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

พวกฝ่ายในก็ทรงบำเพ็ญพระกุศล พวกกษัตริย์พระราช วงศ์ก็ทรงบำเพ็ญพระกุศล พวกข้าราชการ

ฝ่ายทหารก็ให้ทาน แต่พวกข้าพระพุทธเจ้า ไม่ได้ให้ทาน เป็นการชอบที่พวกข้าพระพุทธเจ้าจะได้อาศัยใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทานกระทำบุญบ้าง หม่อมฉันจึงคิดเห็นว่า เราเองก็เป็น

ทายก เป็นทานบดี เป็น ผู้กล่าวชมการให้ทาน เมื่อมีผู้พูดว่า พวกข้าพระพุทธเจ้าจะให้ทาน

เราจะว่าอะไร แล้วจึงมอบประตูด้านที่สี่ให้พวกพราหมณ์คฤหบดีไป เขาต่างก็พากันให้ทาน

ในที่นั้น ทานของหม่อมฉันก็ลดไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกเจ้าหน้าที่ ทั้งหลายต่างพากัน

เข้าไปหาหม่อมฉัน ได้ทูลสนองขึ้นว่า บัดนี้พระองค์จะไม่ทรง บำเพ็ญทานในที่ไหนๆ อีกหรือ

เมื่อเขาทูลอย่างนี้ หม่อมฉันจึงกล่าวตอบไปว่าท่านทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น ในท้องถิ่นชนบท

นอกๆ ออกไป มีรายได้ใดๆ เกิดขึ้น พวกท่านจงรวบรวมส่งเข้าไปในเมือง (เข้าท้อง

พระคลัง) เสียกึ่งหนึ่ง อีกกึ่งหนึ่งพวกท่านจงให้ทานแก่สมณพราหมณ์ คนกำพร้า คนเดิน

ทางไกล วณิพกและยาจกทั้งหลายในชนบทนั้นเถิด (เป็นเช่นดังกราบบังคมทูลถวายนี้แหละ

พระเจ้าข้า) หม่อมฉันจึงยังไม่ถึงที่สุดแห่งบุญที่ได้บำเพ็ญไว้ แห่งกุศลที่ได้ ก่อสร้างไว้ตลอด

กาลนานอย่างนี้ โดยที่จะมาคำนึงถึงว่า เท่านี้เป็นบุญพอแล้ว เท่านี้เป็นผลของบุญพอแล้ว

หรือเท่านี้ที่เราพึงตั้งอยู่ในสามัคคีธรรม (คือพร้อม เพรียงร่วมทำบุญกับเขาพอแล้ว) ฯ

Pali (Siam Rath)

อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา

เย นํ ททนฺติ สทฺธาย วิปฺปสนฺเนน เจตสา

ตเมว อนฺนํ ภชติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ

ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

๑ โป. ยุ. วุตฺโตหํ ฯ ๒ โป. ม. เอตฺถนฺตเร ธมฺมานนฺติ อตฺถิ ฯ ๓ โป. มคฺเค

ม. ยุ. สคฺเค ฯ

Royal Thai

น่าอัศจรรย์ พระเจ้าข้า ไม่เคยมีมา พระเจ้าข้า พระดำรัสนี้ พระผู้มีพระภาค

ตรัสแจ่มแจ้งแล้ว

ชนเหล่าใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวและน้ำด้วยศรัทธา ข้าวและน้ำนั้นแลย่อมพะนอเขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น สมควรเปลื้องความเหนียวแน่นเสีย ครอบงำมลทินของใจเสีย พึงให้ทาน บุญเท่านั้นย่อมเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในโลกหน้า ฯ

จตุตฺถํ ฆฏิการสุตฺตํ

ฆฏิการสูตรที่ ๔

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค ฆฏิการสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข ฆฏิกาโร ๑ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

อวิหํ อุปปนฺนาเส วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว

ราคโทสปริกฺขีณา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ

เย ๒ จ เต อตรุํ สงฺคํ ๓ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ

เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคมุปจฺจคุนฺติ ฯ

อุปโก ผลคณฺโฑ จ ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย

ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ พาหุรคฺคิ จ สิงฺคิโย ๔

เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคมุปจฺจคุนฺติ ฯ

Royal Thai

ฆฏิการเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

ภิกษุ ๗ รูป ผู้เข้าถึงพรหมโลกชื่อว่าอวิหาเป็นผู้หลุดพ้นแล้วสิ้นราคะโทสะแล้ว ข้ามพ้นเครื่องข้องต่างๆ ในโลกเสียได้แล้ว ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ก็ภิกษุเหล่านั้น คือใครบ้างผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องเป็นบ่วงมารอันแสนยากที่ใครๆ จะข้ามพ้นได้ ละกายของมนุษย์แล้วก้าวล่วงเครื่องประกอบอันเป็นทิพย์ ฯ

ฆฏิการเทพบุตรกราบทูลว่า

คือ ท่านอุปกะ ๑ ท่านผลคัณฑะ ๑ ท่านปุกกุสาติ ๑ รวมเป็น ๓ ท่านท่านภัททิยะ ๑ ท่านขัณฑเทวะ ๑ ท่านพาหุรัคคิ ๑ ท่านลิงคิยะ ๑(รวมเป็น ๗ ท่าน) ท่านเหล่านั้นล้วนแต่ละกายของมนุษย์ ก้าวล่วงเครื่องประกอบอันเป็นทิพย์ได้แล้ว ฯ

Pali (Siam Rath)

กุสลี ภาสสี เตสํ มารปาสปฺปหายินํ

กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ท่านเป็นคนมีความฉลาด กล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ละบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นรู้ทั่วถึงธรรมของใคร จึงได้ตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

น อญฺญตฺร ภควตา นาญฺญตฺร ตว สาสนา

ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ

ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ

ตํ เต ธมฺมมิธญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. ฆฏีกาโร ฯ ๒ ม. ยุ. เก ฯ ๓ ม. ยุ. ปงฺกํ ฯ ๔ ม. สงฺคิโย ฯ

Royal Thai

ฆ. ท่านเหล่านั้นรู้ทั่วถึงธรรมของผู้ใดจึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ผู้นั้นนอกจากพระผู้มีพระภาค และธรรมนั้นนอกจากพระศาสนาของพระองค์แล้วเป็นไม่มี ฯ

นามและรูปดับไม่เหลือในธรรมใด ท่านเหล่านั้นได้รู้ธรรมนั้นในพระศาสนานี้ จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ

กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย วาจํ ภาสสิ อีทิสนฺติ ฯ

Royal Thai

พ. ท่านกล่าววาจาลึก รู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยากท่านรู้ทั่วถึงธรรมของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ เวภฬิงฺเค ๑ ฆฏีกโร

มาตาเปตฺติภโร อาสึ กสฺสปสฺส อุปาสโก

วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส

อหุวา เต สคาเมยฺโย อหุวา เต ปุเร สขา

โสหเมเต ปชานามิ วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว

ราคโทสปริกฺขีเณ ติณฺเณ โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ

Royal Thai

ฆ. ครั้งก่อนข้าพเจ้าเป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนร่วมบ้านกับพระองค์ทั้งเคยได้เป็นสหายของพระองค์ในปางก่อน ข้าพเจ้ารู้จักภิกษุทั้ง ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว สิ้นราคะ โทสะแล้วข้ามพ้นเครื่องข้องต่างๆ ในโลกได้แล้ว ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภคฺคว

กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร

มาตาเปตฺติภโร อาสิ กสฺสปสฺส อุปาสโก

วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส

อหุวา เม สคาเมยฺโย อหุวา เม ปุเร สขาติ ฯ

เอวเมตํ ปุราณานํ สหายานมหุ สงฺคโม

อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ สรีรนฺติมธารินนฺติ ฯ

Royal Thai

พ. แน่ นายช่างหม้อ ท่านพูดอย่างใดก็ได้เป็นจริงแล้ว อย่างนั้นในกาลนั้น ครั้งก่อนท่านเป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า งดเว้นจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เป็นคนเคยร่วมบ้านกันกับเรา ทั้งได้เคยเป็นสหายของเราในปางก่อน ฯ

พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า

สหายเก่าทั้งสอง ผู้มีตนอันอบรมแล้ว ทรงไว้ซึ่งสรีระมีในที่สุด

ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ฯ

ปญฺจมํ ชนฺตุสุตฺตํ

ชันตุสูตรที่ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค ชันตุสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ วิหรนฺติ หิมวนฺตปสฺเส อรญฺญกุฏิกายํ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ๒ ปากตินฺทฺริยา ฯ

๑ โป. ม. เวกฬิงฺเค ฯ ยุ. เวหฬิงฺเค ฯ ๒ วิพฺภตฺตจิตฺตาติปิ ปาโฐ ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง ภิกษุเป็นจำนวนมากอยู่ในกุฎีอันตั้งอยู่ในป่าข้างเขาหิมวันต์ แคว้นโกศล

เป็นผู้ฟุ้งซ่าน เย่อหยิ่ง โอนเอน ปากกล้า วาจาสามหาว มีสติ ฟั่นเฟือน ขาดสัมปชัญญะ

ไม่มั่นคง มีจิตคิดนอกทาง ประพฤติเยี่ยงคฤหัสถ์ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข ชนฺตุ เทวปุตฺโต ตทหุโปสเถ ปณฺณรเส ๑ เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู คาถาหิ อชฺฌภาสิ

สุขชีวิโน ปุเร อาสุํ ภิกฺขู โคตมสาวกา

อนิจฺฉา ปิณฺฑเมสนา อนิจฺฉา สยนาสนํ

โลเก อนิจฺจตํ ญตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตมกํสุ เต

ทุปฺโปสํ กตฺวา อตฺตานํ คาเม คามณิกา วิย

ภุตฺวา ภุตฺวา นิปชฺชนฺติ ปราคาเรสุ มุจฺฉิตา

สํฆสฺส อญฺชลึ กตฺวา อิเธกจฺเจ วทามหํ

อปวิฏฺฐา ๒ อนาถา เต ยถา เปตา ตเถว เต ๓

เย โข ปมตฺตา วิหรนฺติ เต เม สนฺธาย ภาสิตํ

เย อปฺปมตฺตา วิหรนฺติ นโม เตสํ กโรมหนฺติ ฯ

Royal Thai

วันหนึ่งเป็นวันอุโบสก ๑๕ ค่ำ ชันตุเทพบุตรเข้าไปหาพวกภิกษุ เหล่านั้นถึงที่อยู่ครั้นแล้วจึงได้กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นด้วยคาถาทั้งหลายว่าครั้งก่อน พวกภิกษุผู้เป็นสาวกพระโคดมเป็นอยู่ง่าย (เลี้ยงง่าย) ไม่เป็นผู้มักได้แสวงหาบิณฑบาต ไม่มักได้ที่นอนที่นั่ง ฯ

ท่านรู้ว่าสิ่งทั้งปวงในโลกเป็นของไม่เที่ยง กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ

ส่วนท่านเหล่านี้ ทำตนให้เป็นคนเลี้ยงยากเหมือนชาวบ้านที่โกงเขากินกินๆ แล้วก็นอน เที่ยวประจบไปในเรือนของคนอื่น ฯ

ข้าพเจ้าขอทำอัญชลีต่อท่าน ขอพูดกะท่านบางพวกในที่นี้ว่าพวกท่านถูกเขาทอดทิ้งหมดที่พึ่ง เป็นเหมือนเปรต ฯ

ที่ข้าพเจ้ากล่าวนี้หมายเอาบุคคลจำพวกที่ประมาทอยู่ ส่วนท่านพวกใดไม่ประมาทอยู่ ข้าพเจ้าขอนมัสการท่านพวกนั้น ฯ

ฉฏฺฐํ โรหิตสฺสสุตฺตํ

โรหิตัสสสูตรที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค โรหิตัสสสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เอกมนฺตํ ฐิโต โข โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ ยตฺถ นุ โข ภนฺเต น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ สกฺกา นุ โข โส ภนฺเต คมเนน โลกสฺส อนฺโต ญาตุํ วา ทฏฺฐฐ วา ปาปุณิตุํ วาติ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน

อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ

ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว โรหิตัสสเทวบุตรมีวรรณงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว จึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

โรหิตัสสเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลสถิตอยู่ ณ ที่ใดหนอ จึงจะไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ

ไม่อุปบัติ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันบุคคลจะอาจบ้างหรือไม่ เพื่อที่จะรู้ เพื่อที่จะเห็น หรือ

เพื่อที่จะบรรลุที่สุดโลกได้ด้วยการเดินทาง ฯ

Pali (Siam Rath)

ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ

๑ ปนฺนรเสติ วา ปาโฐ ฯ ๒ ยุ. อปวิทฺธา ฯ ๓ สี. จ ฯ

Royal Thai

พ. อาวุโส ที่ใดเป็นที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุปบัติ เราไม่พูด

ถึงที่นั้นอันเป็นที่สุดของโลกว่า ควรรู้ ควรเห็น ควรบรรลุด้วยการ เดินทาง ฯ

ร. น่าอัศจรรย์ พระเจ้าข้า ไม่เคยมีมา พระเจ้าข้า พระดำรัสนี้พระผู้มี พระภาคตรัส

แจ่มแจ้ง ดังปรากฏว่า อาวุโส ที่ใดเป็นที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุปบัติ เราไม่

พูดถึงที่นั้นอันเป็นที่สุดของโลกว่า ควรรู้ ควรเห็น ควรบรรลุด้วยการเดินทาง ฯ

Pali (Siam Rath)

ภูตปุพฺพาหํ ภนฺเต โรหิตสฺโส นาม อิสิ อโหสึ โภชปุตฺโต อิทฺธิมา เวหาสงฺคโม ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูโป ชโว อโหสิ เสยฺยถาปิ นาม ทฬฺหธมฺโม ธนุคฺคโห สิกฺขิโต กตหตฺโถ กตโยคฺโค กตุปาสโน ลหุเกน อสเนน อปฺปกสิเรเนว ติริยํ ตาลจฺฉายํ อติปาเตยฺย ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูโป ปทวีติหาโร อโหสิ เสยฺยถาปิ ๑ ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโม สมุทฺโท ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูปํ อิจฺฉาคตํ อุปฺปชฺชิ อหํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ปาปุณิสฺสามีติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต เอวรูเปน ชเวน สมนฺนาคโต เอวรูเปน จ ปทวีติหาเรน อญฺญเตฺรว อสิตขายิต ๒ อญฺญตฺร อุจฺจารปสฺสาวกมฺมา อญฺญตฺร นิทฺทากิลมถปฏิวิโนทนา วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี วสฺสสตํ คนฺตฺวา อปฺปตฺวาว ๓ โลกสฺส อนฺตํ อนฺตราว กาลกโต ฯ อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ

๑ โป. ม. เสยฺยถาปิ นาม ฯ ๒ โป. ม. ยุ. อสิตปีตขายิตสายิตา ฯ ๓ ยุ. จ ฯ

Royal Thai

ร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แต่ปางก่อน ข้าพระองค์เป็นฤาษี ชื่อโรหิตัสสะ

เป็นบุตรของอิสสรชน มีฤทธิ์ เหาะไปในอากาศได้ มีความเร็ว ประดุจอาจารย์สอนศิลปธนู

จับธนูมั่น ชาญศึกษา ชำนาญมือ เคยประกวดยิงธนู มาแล้ว ยิงผ่านเงาตาลตามขวางได้ด้วย

ลูกศรขนาดเบาโดยสะดวกดาย ย่างเท้าของ ข้าพระองค์เห็นปานนี้ ประดุจจากมหาสมุทรด้านทิศ

บูรพา ก้าวถึงมหาสมุทรด้านทิศ ประจิม ข้าพระองค์มาประสงค์อยู่แต่เพียงว่า เราจักบรรลุ

ถึงที่สุดของโลกด้วยการ เดินทาง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ประกอบด้วยความเร็วขนาดนี้

ด้วย ย่างเท้าขนาดนี้ เว้นจากการกิน การขบเคี้ยว และการลิ้มรสอาหาร เว้นจากการ ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ เว้นจากระงับความเหน็ดเหนื่อยด้วยการหลับนอน มีอายุ ถึงร้อยปี ดำรงชีพอยู่ถึง

ร้อยปี เดินทางตลอดร้อยปี ก็ยังไม่ถึงที่สุดของโลกได้ แต่มาทำกาลกิริยาเสียในระวาง

น่าอัศจรรย์นัก พระเจ้าข้า ไม่เคยมีมา พระเจ้าข้า พระดำรัสนี้ พระผู้มีพระภาคตรัส

แจ่มแจ้งแล้ว ดังปรากฏว่า อาวุโส ที่ใดเป็นที่ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุปบัติ เราไม่พูดถึง

ที่นั้นอันเป็นที่สุดของโลก ว่าควรรู้ ควรเห็น ควรบรรลุ ด้วยการเดินทาง ฯ

Pali (Siam Rath)

ยตฺถ ๑ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามิ น จ ปนาหํ ๒ อาวุโส อปฺปตฺวา โลกสฺส อนฺตํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยํ วทามิ อปิจาหํ ๓ อาวุโส อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ ๔ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปทนฺติ ฯ

คมเนน น ปตฺตพฺโพ โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ

น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ

ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ

โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย

โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา

นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจาติ ฯ

Royal Thai

พ. ดูกรอาวุโส ที่ใดเป็นที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุปบัติ

เราไม่พูดถึงที่นั้นอันเป็นที่สุดของโลก ว่าควรรู้ ควรเห็น ควรบรรลุ ด้วยการเดินทาง

ก็ถ้าหากเรายังไม่บรรลุถึงที่สุดของโลกแล้ว ก็จะไม่กล่าวถึงการ กระทำที่สุดทุกข์ ก็แต่ว่าเรา

บัญญัติเรียกว่าโลก เหตุให้เกิดโลก การดับของโลก และทางให้ถึงความดับโลก ในสรีระร่าง

มีประมาณวาหนึ่งนี้ และพร้อมทั้งสัญญาพร้อมทั้งใจครอง ฯ

แต่ไหนแต่ไรมา ยังไม่มีใครบรรลุถึงที่สุดโลกด้วยการเดินทาง และเพราะ ที่ยังบรรลุถึงที่สุดโลกไม่ได้ จึงไม่พ้นไปจากทุกข์ ฯ

เหตุนั้นแหละ คนมีปัญญาดี ตระหนักชัดเรื่องโลก ถึงที่สุดโลกได้ อยู่จบพรหมจรรย์

แล้ว รู้จักที่สุดโลกแล้ว เป็นผู้ระงับแล้ว จึงไม่หวังโลกนี้และ โลกหน้า ฯ

สตฺตมํ นนฺทสุตฺตํ

นันทสูตรที่ ๗

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค นันทสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺโท เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย

วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ

เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน

ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานีติ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. ยตฺถ โข ... ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ น ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. ยุ. น โข

ปนาหํ ฯ ๓ ม. ยุ. อปิ ขฺวาหํ ฯ ๔ ปญฺญาเปมีติ วา ปาโฐ ฯ

Royal Thai

นันทเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กล่าว คาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป ฯ

บุคคลมาพิจารณาเห็นภัยในมรณะนี้ ควรทำบุญอันนำความสุขมาให้ ฯ

Pali (Siam Rath)

อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย

วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ

เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน

โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโขติ ฯ

Royal Thai

พ. กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป บุคคลมาพิจารณาเห็นภัยในมรณะนี้ มุ่งต่อสันติ ควรละโลกามิสเสีย ฯ

อฏฺฐมํ นนฺทิวิสาลสุตฺตํ

นันทิวิสาลสูตรที่ ๘

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค นันทิวิสาลสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทิวิสาโล เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

จตุจกฺกํ นวทฺวารํ ปุณฺณํ โลเภน สํยุตํ

ปงฺกชาตํ มหาวีร กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตีติ ฯ

Royal Thai

นันทิวิสาลเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว จึงได้กล่าวคาถาทูลถวายพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ สรีรยนต์ มีจักร ๑- ๔ มีทวาร ๒- ๙เต็มไปด้วยของไม่สะอาด ประกอบด้วยความโลภ ย่อมเป็นประดุจเปือกตม ไฉนจักมีความออกไปจากทุกข์ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ อิจฺฉาโลภญฺจ ปาปกํ

สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห เอวํ ยาตฺรา ภวิสฺสตีติ ฯ

Royal Thai

พ. บุคคลตัดความผูกโกรธด้วย กิเลสเป็นเครื่องรัดด้วย ความปรารถนาและความโลภอันชั่วช้าด้วย ถอนตัณหาพร้อมทั้งอวิชชาอันเป็นมูล รากเสียได้ อย่างนี้จึงจักออกไปจากทุกข์ได้

นวมํ สุสิมสุตฺตํ

สุสิมสูตรที่ ๙

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค สุสิมสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ภควา เอตทโวจ ตุยฺหํปิ โน อานนฺท สารีปุตฺโต รุจฺจตีติ ฯ กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุถุปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต หาสปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ชวนปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ติกฺขปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต นิพฺเพธิกปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อปฺปิจฺโฉ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต สนฺตุฏฺโฐ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปวิวิตฺโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อสํสฏฺโฐ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อารทฺธวิริโย ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต วตฺตา ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต วจนกฺขโม ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโตฤ โจทโก ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปาปครหี ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ

Royal Thai

สาวัตถีนิทาน ฯ

ณ กาลครั้งหนึ่ง ท่านพระอานนท์เถระเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาท นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ เธอชอบสารีบุตร หรือไม่ ฯ

อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่ คนงมงาย

ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่านพระสารีบุตร เพราะท่านเป็น บัณฑิต มีปัญญามาก เป็นเจ้า

ปัญญา มีปัญญาชวนให้ร่าเริง มีปัญญาแล่น มีปัญญาหลักแหลม มีปัญญาแทงตลอด มีความ

ปรารถนาน้อย สันโดษ เป็นผู้สงัดกาย สงัดใจ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร

เป็นผู้เข้าใจพูด อดทนต่อถ้อยคำ เป็นผู้โจทก์ท้วงคนผิด เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว ข้าแต่พระองค์

ผู้เจริญ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คน มีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่าน ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมตํ อานนฺท เอวเมตํ อานนฺท กสฺส หิ นาม อานนฺท อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต อานนฺท สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ปุถุปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต หาสปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ชวนปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ติกฺขปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต นิพฺเพธิกปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต อปฺปิจฺโฉ อานนฺท สารีปุตฺโต สนฺตุฏฺโฐ อานนฺท สารีปุตฺโต ปวิวิตฺโต อานนฺท สารีปุตฺโต อสํสฏฺโฐ อานนฺท สารีปุตฺโต อารทฺธวิริโย อานนฺท สารีปุตฺโต วตฺตา อานนฺท สารีปุตฺโต วจนกฺขโม อานนฺท สารีปุตฺโต โจทโก อานนฺท สารีปุตฺโต ปาปครหี อานนฺท สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม อานนฺท อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ

Royal Thai

พ. อย่างนั้นๆ อานนท์ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คน

งมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบสารีบุตร เพราะสารีบุตรเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก เป็นเจ้าปัญญา

มีปัญญาชวนให้ร่าเริง มีปัญญาแล่น มีปัญญาหลักแหลม มีปัญญาแทงตลอด มีความ

ปรารถนาน้อย สันโดษ เป็นผู้ สงัดกาย สงัดใจ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร เป็นผู้เข้าใจพูด อดทน ต่อถ้อยคำ เป็นผู้โจทก์ท้วงคนผิด เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว อานนท์ ใครเล่าที่ไม่ใช่

คน พาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบสารีบุตร ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข สุสิโม เทวปุตฺโต อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน มหติยา เทวปุตฺตปริสาย ปริวุโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิโต โข สุสิโม เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ เอวเมตํ ภควา เอวเมตํ สุคต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา๔ สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ฯเปฯ ปาปครหี ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย อหมฺปิ หิ ภนฺเต ยญฺจ ๑ เทวปุตฺตปริสํ อุปสงฺกมึ เอตเทว พหุลํ สทฺทํ สุณามิ ปณฺฑิโต อายสฺมา สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ อายสฺมา ปุถุปญฺโญ อายสฺมา หาสปญฺโญ อายสฺมา ชวนปญฺโญ อายสฺมา ติกฺขปญฺโญ อายสฺมา นิพฺเพธิกปญฺโญ อายสฺมา อปฺปิจฺโฉ อายสฺมา สนฺตุฏฺโฐ อายสฺมา ปวิวิตฺโต อายสฺมา อสํสฏฺโฐ อายสฺมา อารทฺธวิริโย อายสฺมา วตฺตา อายสฺมา วจนกฺขโม อายสฺมา โจทโก อายสฺมา ปาปครหี อายสฺมา สารีปุตฺโต ๑ กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ

๑ สี. ม. ยุ. ยญฺญเทว ฯ

Royal Thai

ณ กาลครั้งนั้น สุสิมเทพบุตร แวดล้อมไปด้วยเทพบุตร บริษัทเป็นอันมาก

ขณะที่พระผู้มีพระภาคและพระอานนท์เถระ กำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาท แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

เมื่อยืนเรียบร้อยแล้ว จึงได้กราบบังคมทูลพระผู้มีพระภาคว่า จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาค

จริง อย่างนั้น พระสุคต อันใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คน

มีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่านพระสารีบุตร เพราะท่านเป็นบัณฑิต ฯลฯ เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะข้าพระองค์ได้เข้าร่วมประชุม เทพบุตรบริษัทใดๆ ก็ได้ยินเสียงอย่าง

หนาหูว่า ท่านพระสารีบุตรเป็นบัณฑิต ฯลฯ เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใครเล่า

ที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่าน ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติกำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ ขณะที่สุสิมเทพบุตร กำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระ

สารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติ โสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ นาม มณิเวฬุริโย สุโภ โชติมา ๒ อฏฺฐํโส สุปริกมฺมกโต ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโต ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ

Royal Thai

แก้วมณีและแก้วไพฑูรย์ อันงาม โชติช่วง แปดเหลี่ยม อันบุคคลขัดสี

เรียบร้อยแล้ว วางไว้บนผ้ากัมพลสีเหลือง ย่อมส่องแสงแพรวพราวรุ้งร่วง ฉันใด

เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตร

อยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ นาม เนกฺขํ ๓ ชมฺโพนทํ ทกฺเขน กมฺมารปุตฺตํ อุกฺกามุเขสุ กุสลํ สมฺปหฏฺฐํ ๔ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตํ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา ฯเปฯ อุปทํเสติ ฯ

Royal Thai

แท่งทองชมพูนุท เป็นของที่บุตรนายช่างทองผู้ขยันหมั่นใส่เบ้า หลอมไล่จนสิ้น

ราคีเสร็จแล้ว วางไว้บนผ้ากำพลสีเหลือง ย่อมขึ้นสีผุดผ่องเปล่ง ปลั่ง ฉันใด เทพบุตรบริษัท

ของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้

ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมี แห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว ๕ โอสธิตารกา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ

๑ ม. ยุ. อิติสทฺโท. ทิสฺสติ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. ชาติมา ฯ ๓ โป. ม. นิกฺขํ ฯ

๔ สี. ยุ. ทกฺขกมฺมารปุตฺเตน สุกุสลสมฺปหฏฺฐํ ฯ ม. ทกฺขกมฺมารปุตฺตอุกฺกามุเขสุ

กุสลสมฺปหฏฺฐํ ฯ ๕ สี. เสยฺยถาปิ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ฯ ยุ.

เสยฺยถาปิ นาม รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ฯ

Royal Thai

ดาวประกายพฤกษ์ ขณะที่อากาศปลอดโปร่งปราศจากหมู่เมฆใน ฤดูสรทกาล

ย่อมส่องแสงสุกสกาววาวระยับ ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสุกฺกมาโน ๑ สพฺพํ อากาสคตํ ตมคตํ ๒ อภิวิหจฺจ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ

Royal Thai

พระอาทิตย์ขณะที่อากาศปลอดโปร่ง ปราศจากหมู่เมฆในฤดู สรทกาล พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ขจัดความมืดที่มีอยู่ในอากาศทั้งปวง ย่อมแผดแสง แจ่มจ้าไพโรจน์ ฉันใดเทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตร กำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตร

อยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติ โสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข สุสิโม เทวปุตฺโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต สารีปุตฺโต อโกธโน

อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต สตฺถุวณฺณภโต อิสีติ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น สุสิมเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภถึงท่านพระสารีบุตรว่า

ท่านพระสารีบุตรคนรู้จักท่านดีว่าเป็นบัณฑิตไม่ใช่คนมักโกรธ มีความปรารถนาน้อย สงบเสงี่ยม ฝึกฝนมาดี มีคุณงามความดี

อันพระศาสดาทรงสรรเสริญ เป็นผู้แสวงคุณ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อารพฺภ สุสิมํ เทวปุตฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ๓

ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต สารีปุตฺโต อโกธโน

อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต กาลํ กงฺขติ ภาวิโต ๔ สุทนฺโตติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคได้ภาษิตคาถาตอบสุสิมเทพบุตรปรารภถึงท่าน พระสารีบุตรว่าสารีบุตรใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นบัณฑิต ไม่ใช่คนมักโกรธ มีความปรารถนาน้อย สงบเสงี่ยม อบรม ฝึกฝนมาดี จำนงอยู่ก็แต่กาลเป็นที่ปรินิพพาน ฯ

ทสมํ นานาติตฺถิยสุตฺตํ

นานาติตถิยสูตรที่ ๑๐

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต นานาติตถิยวรรค นานาติตถิยสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข สมฺพหุลา นานาติตฺถิยสาวกา เทวปุตฺตา อสโม จ สหลี จ นิโก ๑ จ อาโกฏโก จ เวฏมฺพรี ๒ จ มาณวคามิโย จ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ

๑ ม. อพฺภุสฺสกฺกมาโน ฯ ๒ สี. ยุ. ตมํ ฯ ๓ โป. อภาสิ ฯ ม. ยุ. ปจฺจภาสิ ฯ

๔ ม. ภาวิโตติ น ทิสฺสติ ฯ ยุ. ภติโก ฯ อ. ภตฺติโก ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อันเป็นที่ให้ เหยื่อแก่กระแต

เขตพระนครราชคฤห์ ณ กาลครั้งหนึ่ง เมื่อปฐมยามล่วงแล้ว พวกเทพบุตรผู้เป็นสาวกเดียรถีย์

ต่างๆ เป็นอันมาก คือ อสมเทพบุตร สหลี เทพบุตร นิกเทพบุตร กาโกฏกเทพบุตร

เวฏัมพรีเทพบุตร มาณวคามิยเทพบุตร มีวรรณงามยิ่ง ยังพระวิหารเวฬุวันทั้งสิ้นให้

สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผูมีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

Pali (Siam Rath)

เอกมนฺตํ ฐิโต โข อสโม เทวปุตฺโต ปูรณํ กสฺสปํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

อิธ ฉินฺทิตมาริเต หตชานีสุ กสฺสโป

น ปาปํ สมนุปสฺสติ ปุญฺญํ วา ปน อตฺตโน

ส เว ๓ วิสฺสาสมาจิกฺขิ สตฺถา อรหติ มานนนฺติ ๔ ฯ

Royal Thai

อสมเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ส่วนที่ควรข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าว คาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภถึงท่านปูรณะกัสสปว่า

ครูปูรณะกัสสป เพียงแต่มองไม่เห็นบาปหรือบุญของตน ในเพราะเหตุที่สัตว์ถูกฟัน ถูกฆ่า ถูกโบย ถูกข่มเหง ในโลกนี้เท่านั้น ท่านบอกให้วางใจเสีย ท่านย่อมควรที่จะยกย่องว่าเป็นศาสดา ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข สหลี เทวปุตฺโต มกฺขลึ โคสาลํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

ตโปชิคุจฺฉาย สุสํวุตตฺโต

วาจํ ปหาย กลหํ ชเนน

สโม สวชฺชา วิรโต สจฺจวาที

นหิ นูน ตาที ปกโรติ ๕ ปาปนฺติ ฯ

Royal Thai

สหลีเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภ ถึงท่านมักขลิโคศาล ต่อไปว่า

ครูมักขลิโคศาล สำรวมตนดีแล้ว เพราะรังเกียจบาปด้วยตบะ ละวาจาที่ก่อให้เกิดความทะเลาะกับคนเสีย เป็นผู้สม่ำเสมองดเว้นจากสิ่งที่มีโทษ พูดจริง ท่านมักขลิโคศาล จัดว่าเป็นผู้คงที่ ไม่กระทำบาปโดยแท้ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข นิโก เทวปุตฺโต นิคนฺถํ นาฏปุตฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

เชคุจฺฉิ นิปโก ภิกฺขุ จาตุยามสุสํวุโต

ทิฏฺฐํ สุตญฺจ อาจิกฺขํ นหิ นูน กิพฺพิสี สิยาติ ฯ

๑ สี. ยุ. นึโก ฯ ๒ ม. เวตพฺภริ ฯ ๓ ม. สเจติปิ ปาโฐ ฯ ๔ สี. อรชาติ

มานินนฺติ ฯ ๕ ม. ยุ. นหิ นุน ตาทิสํ กโรติ ฯ

Royal Thai

นิกเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภถึงท่านนิครนถ์นาฏบุตรต่อไปว่า

ครูนิครนถ์ นาฏบุตร เป็นผู้เกลียดบาป มีปัญญารักษาตัวรอดเห็นภัยในสงสาร เป็นผู้ระมัดระวังทั้ง ๔ ยาม เปิดเผยสิ่งที่ตนเห็นแล้วและฟังแล้ว น่าจะไม่ใช่ผู้หยาบช้าโดยแท้ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข อาโกฏโก เทวปุตฺโต นานาติตฺถิเย อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

ปกุธโก กาติยาโน นิคนฺโถ

เย จาปิเม มกฺขลิปูรณาเส

คณสฺส สตฺถาโร สมญฺญปตฺตา

นหิ นูน เต สปฺปุริเสหิ ทูเรติ ฯ

Royal Thai

อาโกฏกเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภถึงพวกเดียรถีย์ต่างๆ ต่อไปอีกว่า

ท่านปกุธะ กัจจายนะ ท่านนิครนถ์ นาฏบุตร และพวกท่านมักขลิโคศาลท่านปูรณะกัสสปเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นศาสดาของหมู่ บรรลุถึงที่สุดในสมณธรรมแล้ว ท่านเหล่านั้นคงเป็นผู้ไม่ไกลไปจากสัตบุรุษแน่นอน ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข เวฏมฺพรี เทวปุตฺโต อาโกฏกํ เทวปุตฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

สห รจิเตน ๑ ฉโว ๒ สิคาโล

น โกฏฺฐุโก ๓ สีหสโม กทาจิ

นคฺโค มุสาวาทิ คณสฺส สตฺถา

สงฺกสฺสราจาโร น สตํ สริกฺโขติ ฯ

Royal Thai

เวฏัมพรีเทพบุตร ได้กล่าวตอบอาโกฏกเทพบุตรด้วยคาถาว่าสุนัขจิ้งจอกสัตว์เลวๆ ใคร่จะตีตนเสมอราชสีห์ แม้จะไม่ใช่สัตว์ขี้เรื้อน แต่ก็มีบางคราวที่ทำตนเทียมราชสีห์ ฯ

ครูของหมู่บำเพ็ญตัวเป็นคนแนะหนทาง แต่พูดคำเท็จ มีมรรยาทน่ารังเกียจ จะเทียบกับสัตบุรุษไม่ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข มาโร ปาปิมา เวฏมฺพรึ เทวปุตฺตํ อนฺวาวิสิตฺวา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

ตโปชิคุจฺฉาย อายุตฺตา ปาลยํ ปวิเวกิยํ

รูเป จ เย นิวิฏฺฐาเส เทวโลกาภินนฺทิโน

เต เจ ๔ สมฺมานุสาสนฺติ ปรโลกาย มาติยาติ ฯ

๑ สี. ยุ. สคารเวนาปิ ฯ ม. สหาจริเตน ฯ ๒ สี. ชโว ฯ ๓ สี. โกตฺถุโก ฯ

ยุ. กุตฺถโก ฯ อ. กุฏฺฐโก ฯ ๔ ม. ยุ. เว. ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น มารผู้ลามกเข้าสิงเวฏัมพรีเทพบุตรแล้วได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

สัตว์เหล่าใด ประกอบแล้ว ในความเกลียดบาปด้วยตบะรักษาความสงบสงัดอยู่ ติดอยู่ในรูป ปรารถนาเทวโลก สัตว์เหล่านั้น ย่อมสั่งสอนชอบ เพื่อปรโลกโดยแท้ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข ภควา มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย ปจฺจภาสิ

เยเกจิ รูปา อิธ วา หุรํ วา

เย จนฺตลิกฺขสฺมิ ปภาสวณฺณา

สพฺเพว เต เต นมุจิปฺปสตฺถา

อามิสํว มจฺฉานํ วธาย ขิตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า นี้เป็นมารตัวร้ายกาจ จึงได้ทรงภาษิตคาถาตอบมารผู้ลามกว่า

รูปใดๆ จะอยู่ในโลกนี้หรือโลกหน้า และจะอยู่ในอากาศ มีรัศมี

รุ่งเรืองก็ตามที รูปทั้งหมดเหล่านั้น อันมารสรรเสริญแล้ว วางดักสัตว์ไว้แล้ว เหมือนเขาเอาเหยื่อล่อเพื่อฆ่าปลาฉะนั้น ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข มาณวคามิโย เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

วิปุโล ราชคหิยานํ คิริ เสฏฺโฐ ปวุจฺจติ

เสโต หิมวตํ เสฏฺโฐ อาทิจฺโจ อฆคามินํ

สมุทฺโททธินํ เสฏฺโฐ นกฺขตฺตานญฺจ ๑ จนฺทิมา

สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจตีติ ฯ

นานาติตฺถิยวคฺโค ตติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

สิโว เขโม จ เสรี จ ฆฏิ ชนฺตุ จ โรหิโต

นนฺโท นนฺทิวิสาโล จ สุสิโม นานาติตฺถิเยน เต ทสาติ ฯ

เทวปุตฺตสํยุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

__________

โกสลสํยุตฺตํ

ปฐมวคฺโค ปฐโม

๑ ม. ยุ. ... ว ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น มาณวคามิยเทพบุตร ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ในสำนัก พระผู้มีพระภาคปรารภถึงพระผู้มีพระภาคว่า

ภูเขาวิปุละ เขากล่าวกันว่า เป็นสูงเยี่ยมกว่าภูเขาที่ตั้งอยู่ในพระนครราชคฤห์ เสตบรรพตเป็นเลิศกว่าภูเขาที่ตั้งอยู่ในป่าหิมวันต์ พระอาทิตย์เป็นเลิศกว่าสิ่งที่ไปในอากาศ มหาสมุทรเป็นเลิศกว่าห้วงน้ำทั้งหลายพระจันทร์เป็นเลิศกว่าดวงดาวทั้งหลาย พระพุทธเจ้าโลกกล่าวว่าเป็นเลิศกว่าประชุมชนทั้งโลก พร้อมทั้งเทวโลก ฯ

จบ นานาติตถิยวรรค ที่ ๓

__________________________________

รวมพระสูตรในนานาติตถิยวรรคที่ ๓ นี้ มี ๑๐ สูตร คือ สิวสูตรที่ ๑ เขมสูตรที่ ๒

เสรีสูตรที่ ๓ ฆฏิการสูตรที่ ๔ ชันตุสูตรที่ ๕ โรหิตัสสสูตรที่ ๖ นันทสูตรที่ ๗ นันทิวิสาลสูตรที่ ๘ สุสิมสูตรที่ ๙ และนานาติตถิยสูตรที่ ๑๐ ฯ

จบ เทวปุตตสังยุตต์

End of นานาติตถิยวรรค