arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · ภิกขุนีสังยุต

๕. อุบลวรรณาสูตร เล่ม ๑๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๓๔–๕๓๖ (Royal Thai)5/10 in ภิกขุนีสังยุต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจมํ อุปฺปลวณฺณาสุตฺตํ

อุบลวรรณาสูตรที่ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต อุบลวรรณาสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 25 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ฯเปฯ อญฺญตรสฺมึ สุปุปฺผิตสาลรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ ฯ

๑ ม. นาหํ ฯ ๒ ม. ยุ. อารุปฺปฏฺฐายิโน ฯ

Royal Thai

สาวัตถีนิทาน ฯ

ครั้งนั้น เวลาเช้า อุบลวรรณาภิกษุณีนุ่งห่มแล้ว ถือบาตรและจีวร ฯลฯ ได้ยืนอยู่ที่โคนต้นสาลพฤกษ์ซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง ต้นหนึ่ง ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข มาโร ปาปิมา อุปฺปลวณฺณาย ภิกฺขุนิยา ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม เยน อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อุปฺปลวณฺณํ ภิกฺขุนึ คาถาย อชฺฌภาสิ

สุปุปฺผิตคฺคํ อุปคมฺม ภิกฺขุนิ

เอกา ตุวํ ติฏฺฐสิ สาลมูเล

น จตฺถิ เต ทุติยา วณฺณธาตุ

อิธาคตา ตาทิสิกา ภเวยฺยุํ

พาเลน ตฺวํ ภายสิ ธุตฺตกานนฺติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปใคร่จะให้อุบลวรรณาภิกษุณีบังเกิดความ กลัว ความ

หวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหาอุบลวรรณา

ภิกษุณีถึงที่ที่ยืนอยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะอุบลวรรณาภิกษุณี ด้วยคาถาว่า

ดูกรภิกษุณี ท่านคนเดียว เข้ามายังต้นสาลพฤกษ์ ซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง

ตลอดยอด แล้วยืนอยู่ที่โคนต้นสาลพฤกษ์ ก็ฉวีวรรณของท่านไม่มี

ที่สอง คนทั้งหลายก็จะมาในที่นี้เช่นท่านท่านกลัวพวกนักเลงเพราะ

ความเขลาหรือ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข อุปฺปลวณฺณาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ โก นุ ขฺวายํ มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา คาถํ ภาสตีติ ฯ อถ โข อุปฺปลวณฺณาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ มาโร โข อยํ ปาปิมา มม ภยํ ฯเปฯ คาถํ ภาสตีติ ฯ อถ โข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ

สตํ สหสฺสานิปิ ธุตฺตกานํ

อิธาคตา ตาทิสิกา ภเวยฺยุํ

โลมํ น อิญฺชามิ น สนฺตสามิ

มาร น ภายามิ ตเมกิกาปิ

เอสา อนฺตรธายามิ กุจฺฉึ วา ปวิสามิ เต

ปขุมนฺตริกายมฺปิ ติฏฺฐนฺติ มํ น ทกฺขสิ

จิตฺตสฺมึ วสิภูตมฺหิ อิทฺธิปาทา สุภาวิตา

สพฺพพนฺธนมุตฺโตมฺหิ ๑ น ตํ ภายามิ อาวุโสติ ฯ

อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ มํ อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนีติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่ใครหนอกล่าว คาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ ฯ

ทันใดนั้น อุบลวรรณาภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่คือมารผู้มีบาป ใคร่จะให้เราบังเกิดความกลัวความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้ เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา ฯ

ครั้นอุบลวรรณาภิกษุณีทราบว่า นี่คือมารผู้มีบาปแล้ว จึงได้กล่าวกะมารผู้มีบาปด้วยคาถาว่า

แม้นักเลงตั้งแสนมาในที่นี้ ก็ตามเถิด เราไม่สะเทือนขน ไม่สะดุ้งดูกรมาร ถึงเราคนเดียว ก็ไม่กลัวท่าน ฯ

เรานี้จะหายตัวหรือเข้าท้องพวกท่าน แม้จะยืนอยู่ ณ ระหว่าง ดวงตาบนดั้งจมูก ท่านจักไม่เห็นเรา ฯ

เราเป็นผู้ชำนาญในจิต อิทธิบาทเราเจริญดีแล้ว เราพ้นแล้ว จากเครื่องผูกทุกชนิด เราไม่กลัวท่านดอก ท่านผู้มีอายุ ฯ

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า อุบลวรรณาภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปในที่นั้นเอง ฯ

End of ๕. อุบลวรรณาสูตร