arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · ภิกขุนีสังยุต

๔. วิชยาสูตร เล่ม ๑๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๓๑–๕๓๓ (Royal Thai)4/10 in ภิกขุนีสังยุต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ วิชยาสุตฺตํ

วิชยาสูตรที่ ๔

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต วิชยาสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 25 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข วิชยา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ฯเปฯ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ ฯ

Royal Thai

สาวัตถีนิทาน ฯ

ครั้งนั้น เวลาเช้า วิชยาภิกษุณีนุ่งห่มแล้ว ถือบาตรและจีวร ฯลฯ จึงนั่ง พักกลางวัน

ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข มาโร ปาปิมา วิชยาย ภิกฺขุนิยา ภยํ ฯเปฯ สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม เยน วิชยา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา วิชยํ ภิกฺขุนึ คาถาย อชฺฌภาสิ

ทหรา ตฺวํ รูปวตี อหญฺจ ทหโร สุสุ

ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน เอหยฺเยภิรมามฺหเสติ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. วิหตา ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปใคร่จะให้วิชยาภิกษุณีบังเกิดความกลัว ความหวาดเสียว

ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้า ไปหาวิชยาภิกษุณีถึงที่นั่งพักครั้นแล้ว ได้กล่าวกะวิชยาภิกษุณีด้วยคาถาว่า

เธอยังเป็นสาวมีรูปงาม และฉันก็ยังเป็นหนุ่มแน่น มาเถิดนาง เรามาอภิรมย์กันด้วยดนตรี มีองค์ห้า ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข วิชยาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ โก นุ โข อยํ มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา คาถํ ภาสตีติ ฯ อถ โข วิชยาย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ มาโร โข อยํ ปาปิมา ฯเปฯ คาถํ ภาสตีติ ฯ อถ โข วิชยา ภิกฺขุนี มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ

รูปา สทฺทา คนฺธา รสา โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา

นิยฺยาตยามิ ตุเยฺหว มาร น ๑ หิ เตน อตฺถิกา

อิมินา ปูติกาเยน ภินฺทเนน ปภงฺคุนา

อฏฺฏิยามิ หรายามิ กามตณฺหา สมูหตา

เย จ รูปูปคา สตฺตา เย จ อรูปภาคิโน ๒

ยา จ สนฺตา สมาปตฺติ สพฺพตฺถ วิหโต ตโมติ ฯ

อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ มํ วิชยา ภิกฺขุนีติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น วิชยาภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่ใครหนอกล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์

หรืออมนุษย์ ฯ

ทันใดนั้น วิชยาภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่คือมารผู้มีบาป ใคร่จะให้เราบังเกิดความกลัว

ความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้เคลื่อน จากสมาธิ จึงได้กล่าวคาถา ฯ

ครั้นวิชยาภิกษุณีทราบว่า นี่คือมารผู้มีบาปแล้ว จึงได้กล่าวกะมารผู้มีบาปด้วยคาถาว่าดูกรมาร รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่ารื่นรมย์ใจ เราขอ

มอบให้ท่านผู้เดียว เพราะเราไม่ต้องการมัน เราอึดอัด ระอาด้วยกาย

เน่า อันจะแตกทำลาย เปื่อยพังไปนี้ กามตัณหา เราถอนได้แล้ว

ความมืดในรูปภพที่สัตว์ทั้งหลายเข้าถึง ในอรูปภพที่สัตว์ทั้งหลายเป็น

ภาคี และในสมาบัติอันสงบทั้งปวง เรากำจัดได้แล้ว ฯ

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า วิชยาภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปใน

ที่นั้นเอง ฯ

End of ๔. วิชยาสูตร