arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ปฐมวรรค

๗. อรรถกรณสูตร เล่ม ๑๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๔๓–๓๔๕ (Royal Thai)7/10 in ปฐมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ปฐมวรรค อรรถกรณสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 15, pp. 136–137

Page 136

การก้าวถลำไป เหมือนพวกมฤคไม่รู้สึกถึงโก่งที่เขาดักไว้ ฉะนั้น ผลที่เจ็บปวดย่อมมีแก่สัตว์เหล่านั้นในภายหลัง เพราะว่ากรรมเช่นนั้นมีวิบากที่ชั่วช้า

๗. อัตถกรณสูตร

ว่าด้วยคนพูดเท็จเพราะเรื่องกาม

{๓๔๓} [๑๑๘] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

พระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอโอกาส เมื่อข้าพระองค์นั่งอยู่ในที่พิจารณาคดี ได้เห็นกษัตริย์มหาศาลบ้าง พราหมณ์มหาศาลบ้าง คฤหบดีมหาศาลบ้าง ซึ่งเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีทรัพย์เครื่องอุปกรณ์น่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์คือข้าวเปลือกมาก พากันกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่เพราะเหตุแห่งกาม เพราะกามเป็นปัจจัย เพราะกามเป็นเหตุ ข้าพระองค์นั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เราอย่าพิจารณาคดีเองในบัดนี้เลย วิฑูฑภะผู้มีใบหน้างดงามจักปรากฏชื่อในตอนนี้ได้ด้วยการพิจารณาคดีนี้’{๓๔๔} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า “ถูกแล้ว ๆ มหาบพิตร กษัตริย์มหาศาล พราหมณ์มหาศาล คฤหบดีมหาศาลเหล่าใด แม้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินและทองมาก มีทรัพย์เครื่องอุปกรณ์น่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์ คือข้าวเปลือกมาก ก็ยังกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่เพราะเหตุแห่งกาม เพราะกามเป็นปัจจัย เพราะกามเป็นเหตุ ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่พวกเขาเหล่านั้นตลอดกาลนาน”

{๓๔๕} พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดาครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

Page 137

สัตวโลกทั้งหลายผู้ยินดีนักในโภคทรัพย์ที่น่าใคร่ มักมาก หลงใหลในกามคุณทั้งหลาย ย่อมไม่รู้สึกตัวถึงการก้าวถลำไป เหมือนพวกมฤคไม่รู้สึกถึงโก่งที่เขาดักไว้ ฉะนั้น ผลที่เจ็บปวดย่อมมีแก่สัตว์เหล่านั้นในภายหลัง เพราะว่ากรรมเช่นนั้นมีวิบากที่ชั่วช้า

๘. มัลลิกาสูตร

ว่าด้วยไม่มีใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตัว

{๓๔๖} [๑๑๙] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ก็สมัยนั้นแล พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับอยู่ที่ปราสาทหลังงามชั้นบนกับพระนางมัลลิการาชเทวี ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ตรัสถามพระนางมัลลิการาชเทวีว่า “แม่มัลลิกา ยังมีใครอื่นอีกบ้างไหมซึ่งจะเป็นที่รักของเธอยิ่งไปกว่าตัวเอง”พระนางมัลลิกาทูลสนองว่า “ข้าแต่มหาราชเจ้า ไม่มีใครอื่นหรอกซึ่งจะเป็นที่รักของหม่อมฉันยิ่งไปกว่าตัวเอง ก็พระองค์ทรงมีใครอื่นซึ่งเป็นที่รัก ยิ่งไปกว่าตัวเองหรือไฉน”

“แม่มัลลิกา แม้เราเองก็ไม่มีใครอื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตัวเอง”

{๓๔๗} ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จลงจากปราสาทแล้วเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอโอกาส ข้าพระองค์อยู่ที่ปราสาทหลังงามชั้นบนกับพระนางมัลลิการาชเทวี ได้พูดกับพระนางมัลลิการาชเทวีว่า ‘แม่มัลลิกา ยังมีใครอื่นอีกบ้างไหมซึ่งจะเป็นที่รักของเธอยิ่งไปกว่าตัวเอง’

End of ๗. อรรถกรณสูตร