พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ปฐมวรรค
๕. อัตตรักขิตสูตร เล่ม ๑๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๓๗–๓๓๙ (Royal Thai)5/10 in ปฐมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺจมํ อตฺตรกฺขิตสุตฺตํ
อัตตรักขิตสูตรที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ปฐมวรรค อัตตรักขิตสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิโกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธ มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ เกสํ นุ โข รกฺขิโต อตฺตา เกสํ นุ โข ๑ อรกฺขิโต อตฺตาติ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ เย จ โข เกจิ กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา กิญฺจาปิ เต หตฺถิกาโย วา รกฺเขยฺย อสฺสกาโย วา รกฺเขยฺย รถกาโย วา รกฺเขยฺย ปตฺติกาโย วา รกฺเขยฺย อถ โข เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา ตํ กิสฺส เหตุ พาหิรา เหสา รกฺขา เนสา รกฺขา อชฺฌตฺติกา ตสฺมา เตสํ อรกฺขิโต อตฺตาติ เย จ โข เกจิ กาเยน สุจริตํ จรนฺติ วาจาย สุจริตํ จรนฺติ มนสา สุจริตํ จรนฺติ เตสํ รกฺขิโต อตฺตา กิญฺจาปิ เต เนว หตฺถิกาโย รกฺเขยฺย น อสฺสกาโย รกฺเขยฺย น รถกาโย รกฺเขยฺย น ปตฺติกาโย รกฺเขยฺย อถ โข เตสํ รกฺขิโต อตฺตา ตํ กิสฺส เหตุ อชฺฌตฺติกา เหสา รกฺขา เนสา รกฺขา พาหิรา ตสฺมา เตสํ รกฺขิโต อตฺตาติ ฯ
๑ สี. ชหเต ฯ ๒ สี. กิญฺจ ฯ ๓ ม. ตํว ฯ ๔ ม. ตํวสฺส ตํ ฯ
พระเจ้าปเสนทิโกศล ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วันนี้หม่อมฉันได้เข้าที่ลับ พักผ่อนอยู่ ได้เกิดความ
นึกคิดอย่างนี้ว่า ชนพวกไหนหนอแล ชื่อว่าเป็นผู้รักษา ตน ชนพวกไหนหนอแล ชื่อว่าเป็น
ผู้ไม่รักษาตน ข้าพระองค์ได้คิดต่อไปว่า ก็ชนบางพวกแลย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ
ชนพวกนั้นชื่อว่าเป็นผู้ ไม่รักษาตน ถึงแม้พลช้าง พลม้า พลรถ หรือพลเดินเท้า จะพึงรักษา
เขา ถึง เช่นนั้นชนพวกนั้น ก็ชื่อว่าไม่เป็นผู้รักษาตน ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร ก็เพราะ เหตุว่า
การรักษาเช่นนั้น เป็นการรักษาภายนอก มิใช่เป็นการรักษาภายใน ฉะนั้น ชนพวกนั้นจึงชื่อว่า
เป็นผู้ไม่รักษาตน ส่วนว่าชนบางพวกย่อมประพฤติสุจริตด้วย กาย วาจา ใจ ชนพวกนั้นชื่อว่า
เป็นผู้รักษาตน ถึงแม้ว่าพลช้าง พลม้า พลรถ หรือพลเดินเท้า จะไม่รักษาเขา ถึงเช่นนั้น
ชนพวกนั้นก็ชื่อว่าเป็นผู้รักษาตน ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร ก็เพราะเหตุว่าการรักษาเช่นนั้น เป็น
การรักษาภายใน มิใช่ เป็นการรักษาภายนอก ฉะนั้น ชนพวกนั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้รักษาตน ฯ
เอวเมตํ มหาราช เอวเมตํ มหาราช เย หิ เกจิ มหาราช กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ ฯเปฯ เตสํ อรกฺขิโต อตฺตาติ ตํ กิสฺส เหตุ พาหิรา เหสา มหาราช รกฺขา เนสา รกฺขา อชฺฌตฺติกา ตสฺมา เตสํ อรกฺขิโต อตฺตาติ เย หิ เกจิ มหาราช กาเยน สุจริตํ จรนฺติ วาจาย สุจริตํ จรนฺติ มนสา สุจริตํ จรนฺติ เตสํ รกฺขิโต อตฺตา กิญฺจาปิ เต เนว หตฺถิกาโย รกฺเขยฺย น อสฺสกาโย รกฺเขยฺย น รถกาโย รกฺเขยฺย น ปตฺติกาโย รกฺเขยฺย อถ โข เตสํ รกฺขิโต อตฺตา ตํ กิสฺส เหตุ อชฺฌตฺติกา เหสา มหาราช รกฺขา เนสา รกฺขา พาหิรา ตสฺมา เตสํ รกฺขิโต อตฺตาติ ฯ
๑ สี. ยุ. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ถูกแล้วๆ มหาบพิตร ก็ชนบาง พวกย่อมประพฤติ
ทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ ชนพวกนั้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่รักษาตน ถึงแม้ชนพวกนั้นจะมีพลช้าง
พลม้า พลรถ หรือพลเดินเท้า คอยรักษา ถึง เช่นนั้นชนพวกนั้นก็ชื่อว่าไม่รักษาตน ข้อนั้น
เป็นเพราะเหตุไร ก็เพราะเหตุว่า การรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายนอก มิใช่เป็นการรักษา
ภายใน ฉะนั้น ชนพวก นั้นจึงชื่อว่าไม่รักษาตน ส่วนว่าชนบางพวกย่อมประพฤติสุจริตด้วยกาย
วาจา ใจ ชนพวกนั้นชื่อว่าเป็นผู้รักษาตน ถึงแม้ชนพวกนั้นจะไม่มีพลช้าง พลม้า พลรถ
หรือพลเดินเท้า คอยรักษา ถึงเช่นนั้นชนพวกนั้นก็ชื่อว่ารักษาตน ข้อนั้นเป็น เพราะเหตุไร ก็
เพราะเหตุว่าการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายใน มิใช่เป็นการ รักษาภายนอก ฉะนั้น ชนพวก
นั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้รักษาตน ฯ
อิทมโวจ ฯเปฯ
กาเยน สํวโร สาธุ สาธุ วาจาย สํวโร
มนสา สํวโร สาธุ สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร
สพฺพตฺถ สํวุโต ลชฺชี รกฺขิโตติ ปวุจฺจตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
การสำรวมด้วยกายเป็นการดี การสำรวมด้วยวาจาเป็นการดีการสำรวมด้วยใจเป็นการดี การสำรวมในที่ทั้งปวงเป็นการดีบุคคลสำรวมในที่ทั้งปวงแล้วมีความละอายต่อบาป เรากล่าวว่าเป็นผู้รักษาตน ฯ
End of ๕. อัตตรักขิตสูตร