พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน · จูฬวรรค
๒. ภัททิยสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๘ (Royal Thai)2/10 in จูฬวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน จูฬวรรค ภัททิยสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 44 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 292–293
๗. จูฬวรรค ๒. ทุติยลกุณฑกภัททิยสูตร
ธรรมีกถาอยู่อย่างนั้น จนจิตของท่านพระลกุณฑกภัททิยะหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรง เปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
บุคคลผู้ละสังโยชน์ทั้งเบื้องต่ำเบื้องสูงได้เด็ดขาดแล้ว
ไม่ยึดมั่นว่านี้เป็นตัวเรา นี้เป็นสมบัติของเรา พ้นได้
เด็ดขาดอย่างนี้แล้ว ชื่อว่าข้ามพ้นโอฆะ ๔ ที่ตนยังไม่
เคยข้ามเพื่อไม่เกิดอีกต่อไม่ได้แล้ว
๒. ทุติยลกุณฑกภัททิยสูตร
ว่าด้วยความสิ้นสุดวัฎฎทุกข์
{๑๔๘} [๖๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเข้าใจว่าท่านพระลกุณฑกภัททิยะยังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ จึงชี้แจง ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถามากมายหลายวิธีพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเห็นท่านพระสารีบุตรเข้าใจว่าท่านพระลกุณทกภัททิยะยังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ จึงชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริงด้วยธรรมีกถาอยู่อย่างนั้นลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน
พระอริยบุคคลตัดกิเลสสวัฏฏะและกรรมวัฏฏะได้
แล้วจึงบรรลุถึงนิพพานที่ปราศจากตัณหา กระแสแห่ง
ตัณหาที่พระอริยบุคคลให้เหือดแห้งไปด้วยอรหัตมรรค
แล้วย่อมไหลไปอีกไม่ได้ วัฏฏะที่ท่านตัดได้แล้วย่อมไม่
หมุนวนได้อีก นี่แหละเป็นที่สิ้นสุดแห่งวัฏฏทุกข์
๓. ปฐมสัตตสูตร
ว่าด้วยเหล่าสัตว์ผู้ติดข้อง สูตรที่ ๑
{๑๔๙} [๖๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล พวกมนุษย์ในพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้อง กำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกหมุ่น พัวพัน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันจนเกินขอบเขตครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า ภิกษุเป็นจำนวนมากครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี กลับจากเที่ยวบิณฑบาตหลังฉันภัตตาหารแล้ว ชวนกันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส พวกมนุษย์ในพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้อง กำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกหมุ่น พัวพัน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันจนเกินขอบเขต พระพุทธเจ้าข้า”
- ๑วัตถุกาม วัตถุอันน่าใคร สิ่งที่น่าปรารถนา สิ่งที่อยากได้ ได้แก่ กามคุณ ๕
End of ๒. ภัททิยสูตร ที่ ๒