พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน · จูฬวรรค
๓. กามสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๙ (Royal Thai)3/10 in จูฬวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน จูฬวรรค กามสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 44 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 293–294
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน
พระอริยบุคคลตัดกิเลสสวัฏฏะและกรรมวัฏฏะได้
แล้วจึงบรรลุถึงนิพพานที่ปราศจากตัณหา กระแสแห่ง
ตัณหาที่พระอริยบุคคลให้เหือดแห้งไปด้วยอรหัตมรรค
แล้วย่อมไหลไปอีกไม่ได้ วัฏฏะที่ท่านตัดได้แล้วย่อมไม่
หมุนวนได้อีก นี่แหละเป็นที่สิ้นสุดแห่งวัฏฏทุกข์
๓. ปฐมสัตตสูตร
ว่าด้วยเหล่าสัตว์ผู้ติดข้อง สูตรที่ ๑
{๑๔๙} [๖๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล พวกมนุษย์ในพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้อง กำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกหมุ่น พัวพัน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันจนเกินขอบเขตครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า ภิกษุเป็นจำนวนมากครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี กลับจากเที่ยวบิณฑบาตหลังฉันภัตตาหารแล้ว ชวนกันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส พวกมนุษย์ในพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้อง กำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกหมุ่น พัวพัน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันจนเกินขอบเขต พระพุทธเจ้าข้า”
- ๑วัตถุกาม วัตถุอันน่าใคร สิ่งที่น่าปรารถนา สิ่งที่อยากได้ ได้แก่ กามคุณ ๕
๗. จูฬวรรค ๔. ทุติยสัตตสูตร
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
เหล่าสัตว์ติดข้องอยู่ในกามทั้งหลาย ถูกเครื่องข้อง
คือกามคล้องไว้ มองไม่เห็นโทษในสังโยชน์ เหล่าสัตว์
ผู้ติดข้องอยู่ในเครื่องข้องคือสังโยชน์จะข้ามห้วงน้ำที่
๔. ทุติยสัตตสูตร
ว่าด้วยเหล่าสัตว์ผู้ติดข้อง สูตรที่ ๒
{๑๕๐} [๖๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็ครั้งนั้นแล พวกมนุษย์ ในพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้อง กำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกมุ่น พัวพัน มืดมน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันจนเกินขอบเขตครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงครองอันตรวาสกแล้ว ทรงถือบาตรจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี ก็ได้ทอดพระเนตร เห็นชาวพระนครสาวัตถีส่วนมากเป็นผู้ติดข้องกำหนัด ยินดี รักใคร่ หมกมุ่น พัวพัน มืดมน มัวเมาอยู่ในวัตถุกามกันอย่างนั้น
- ๑โทษในสังโยชน์ หมายถึงโทษที่มีวัฏฏทุกข์เป็นมูล กล่าวคือกิเลสมีกามราคะเป็นต้นที่ได้ชื่อว่าสังโยชน์เพราะเป็นเครื่องประกอบผูกพันกัมมวัฏฏะไว้ด้วยวิปากวัฏฏะ (หมายถึงเมื่อทำกรรมแล้ว ต้องได้รับผลกรรมหมุนเวียนไป) หรือผูกมัดเหล่าสัตว์ไว้ด้วยทุกข์ต่าง ๆ (ขุ.อุ.อ. ๓๙๑)
- ๒ห้วงนํ้าที่กว้างใหญ่ หมายถึงโอฆกิเลสมีกามโอฆะเป็นต้นหรือห้วงนํ้าคือสังสารวัฏ (ขุ.อุ.อ. ๓๙๒)
End of ๓. กามสูตร ที่ ๑