arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปัญญาวรรค

๑๐. มาติกากถา เล่ม ๓๑

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๓๗–๗๔๑ (Royal Thai)10/10 in ปัญญาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺญาวคฺเค มาติกกถา

ปัญญาวรรค มาติกากถา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค มาติกากถา (Royal Thai Volume 31 · Mahachula Volume 31 · Mahamakut Volume 69 · Chaloem Phrakiat Volume 31)

Pali (Siam Rath)

นิจฺฉาโต มุจฺจตีติ ๑ วิโมกฺโข วิชฺชาวิมุตฺติ อธิสีลํ อธิจิตฺตํ อธิปญฺญา ปสฺสทฺธิ ญาณํ ทสฺสนํ สุทฺธิ ๒ เนกฺขมฺมํ นิสฺสรณํ ปวิเวโก โวสฺสคฺโค จริยา ฌานวิโมกฺโข ภาวนาธิฏฺฐานชีวิตํ ๓ ฯ

นิจฺฉาโตติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทโต นิจฺฉาโต อพฺยาปาเทน พฺยาปาทโต นิจฺฉาโต ฯเปฯ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณหิ นิจฺฉาโต ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเสหิ นิจฺฉาโต มุจฺจติ ๔ ฯ

วิโมกฺโขติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทโต มุจฺจตีติ วิโมกฺโข อพฺยาปาเทน พฺยาปาทโต มุจฺจตีติ วิโมกฺโข ฯเปฯ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณหิ มุจฺจตีติ วิโมกฺโข ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเสหิ มุจฺจตีติ วิโมกฺโข ฯ

วิชฺชาวิมุตฺตีติ เนกฺขมฺมํ วิชฺชตีติ วิชฺชา กามจฺฉนฺทโต มุจฺจตีติ วิมุตฺติ วิชฺชนฺโต มุจฺจติ มุจฺจนฺโต วิชฺชตีติ วิชฺชาวิมุตฺติ อพฺยาปาทํ ๑ วิชฺชตีติ วิชฺชา พฺยาปาทโต มุจฺจตีติ วิมุตฺติ วิชฺชนฺโต มุจฺจติ มุจฺจนฺโต วิชฺชตีติ วิชฺชาวิมุตฺติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺโค วิชฺชตีติ วิชฺชา สพฺพกิเลเสหิ มุจฺจตีติ วิมุตฺติ วิชฺชนฺโต มุจฺจติ มุจฺจนฺโต วิชฺชตีติ วิชฺชาวิมุตฺติ ฯ

๑ สี. ม. - โมกฺโข วิโมกฺโข ฯ เอวมุปริปิ ฯ นิจฺจโต วิมุตฺตีติ ฯ

๒ ม. ยุ. วิสุทฺธิ ฯ ๓ ม. ยุ. ภาวนา อธิฏฺฐานํ ชีวิตํ ฯ ๔ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ

Royal Thai

บุคคลผู้ไม่มีความหิว ย่อมหลุดพ้น เพราะเหตุนั้น ความหลุดพ้น เป็น

วิโมกข์ วิชชาวิมุติ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ปัสสัทธิ ญาณทัสนะ สุทธิ เนกขัมมะนิสสรณะ ปวิเวก โวสัคคะ จริยา ฌานวิโมกข์ภาวนาธิษฐานชีวิต ฯ

คำว่า นิจฺฉาโต ความว่า บุคคลผู้มีความหิว ย่อมหลุดพ้นจากกามฉันทะ ด้วยเนกขัมมะผู้ไม่มีความหิว ย่อมหลุดพ้นจากพยาบาทด้วยความไม่พยาบาทฯลฯ ผู้ไม่มีความหิว ย่อมหลุดพ้นจากนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ผู้ไม่มีความหิวย่อมหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงด้วยอรหัตมรรค ฯ

คำว่า วิโมกฺโข ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องพ้นจากกามฉันทะ ความไม่พยาบาทชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องพ้นจากพยาบาท ฯลฯ ปฐมฌานชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องพ้นจากนิวรณ์ ฯลฯ อรหัตมรรคชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องพ้นจากกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า วิชฺชาวิมุตฺติ ความว่า เนกขัมมะชื่อว่า วิชชา เพราะอรรถว่า มีอยู่ ชื่อว่าวิมุตติเพราะอรรถว่า หลุดพ้นจากกามฉันทะ ชื่อว่าวิชชาวิมุติ เพราะอรรถว่า มีอยู่หลุดพ้น หลุดพ้นมีอยู่ความไม่พยาบาทชื่อว่าวิชชาเพราะอรรถว่า มีอยู่ ชื่อว่าวิมุตติ เพราะอรรถว่า หลุดพ้นจากพยาบาท

ชื่อว่าวิชชาวิมุติ เพราะอรรถว่า มีอยู่หลุดพ้น หลุดพ้นมีอยู่ ฯลฯ อรหัตมรรคชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า มีอยู่ ชื่อว่าวิมุตติ เพราะอรรถว่า หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง ชื่อว่าวิชชาวิมุติ เพราะอรรถว่า มีอยู่หลุดพ้น หลุดพ้นมีอยู่ ฯ

Pali (Siam Rath)

อธิสีลํ อธิจิตฺตํ อธิปญฺญาติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธิ อวิกฺเขปฏฺเฐน จิตฺตวิสุทฺธิ ทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โย ตตฺถ สํวรฏฺโฐ อยํ อธิสีลสิกฺขา โย ตตฺถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา โย ตตฺถ ทสฺสนฏฺโฐ อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธิ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธิ อวิกฺเขปฏฺเฐน จิตฺตวิสุทฺธิ ทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โย ตตฺถ สํวรฏฺโฐ อยํ อธิสีลสิกฺขา โย ตตฺถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา โย ตตฺถ ทสฺสนฏฺโฐ อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ

Royal Thai

ข้อว่า อธิสีลํ อธิจิตฺตํ อธิปญฺญา ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าสีลวิสุทธิ

เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องกั้นกามฉันทะ ชื่อว่าจิตตวิสุทธิเพราะอรรถว่าเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน ชื่อว่าทิฐิวิสุทธิ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องเห็นความกั้นในสีลวิสุทธิ เป็นอธิสีลสิกขา ความไม่ฟุ้งซ่านในจิตตวิสุทธิ เป็นอธิจิตตสิกขา ความเห็นในทิฏฐิวิสุทธิ เป็นอธิปัญญาสิกขา ความไม่พยาบาทชื่อว่าสีลวิสุทธิ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องกั้นความพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรคชื่อว่าสีลวิสุทธิ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องกั้นกิเลสทั้งปวง ชื่อว่าจิตตวิสุทธิเพราะอรรถว่าเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน ชื่อว่าทิฏฐิวิสุทธิ

เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องเห็นความกั้นในสีลวิสุทธิ เป็นอธิสีลสิกขา ความไม่ฟุ้งซ่านในจิตตวิสุทธิเป็นอธิจิตตสิกขา ความเห็นในทิฏฐิวิสุทธิ เป็นอธิปัญญาสิกขา ฯ

Pali (Siam Rath)

ปสฺสทฺธีติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ

ญาณนฺติ กามจฺฉนฺทสฺส ปหีนตฺตา เนกฺขมฺมํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ พฺยาปาทสฺส ปหีนตฺตา อพฺยาปาโท ญาตฏฺเฐน ญาณํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ ปหีนตฺตา อรหตฺตมคฺโค ญาตฏฺเฐน ญาณํ ฯ

ทสฺสนนฺติ กามจฺฉนฺทสฺส ปหีนตฺตา เนกฺขมฺมํ ทิฏฺฐตฺตา ทสฺสนํ พฺยาปาทสฺส ปหีนตฺตา อพฺยาปาโท ทิฏฺฐตฺตา ทสฺสนํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ ปหีนตฺตา อรหตฺตมคฺโค ทิฏฺฐตฺตา ทสฺสนํ ฯ

วิสุทฺธีติ กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต เนกฺขมฺเมน วิสุชฺฌติ พฺยาปาทํ ปชหนฺโต อพฺยาปาเทน วิสุชฺฌติ ฯเปฯ สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต อรหตฺตมคฺเคน วิสุชฺฌติ ฯ

๑ ม. ยุ. อพฺยาปาโท ฯ

Royal Thai

คำว่า ปสฺสทฺธิ ความว่า เนกขัมมะเป็นเครื่องระงับกามฉันทะ ความไม่

พยาบาทเป็นเครื่องระงับพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรคเป็นเครื่องระงับกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า ญาณํ ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ เพราะเป็นเหตุให้ละกามฉันทะ ความไม่พยาบาทชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ เพราะเป็นเหตุให้ละพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรคชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ เพราะเป็นเหตุให้ละกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า ทสฺสนํ ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าทัสนะ เพราะความว่าเห็น เพราะเป็นเหตุให้ละกามฉันทะ ความไม่พยาบาทชื่อว่าทัสนะ เพราะความว่าเห็นเพราะเป็นเหตุให้ละพยาบาท ฯลฯ

อรหัตมรรคชื่อว่าทัสนะ เพราะความว่าเห็นเพราะเป็นเหตุให้ละกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า วิสุทฺธิ ความว่า บุคคลละกามฉันทะ ย่อมหมดจดด้วยเนกขัมมะ ละพยาบาทย่อมหมดจดด้วยความไม่พยาบาท ฯลฯ ละกิเลสทั้งปวง ย่อมหมดจดด้วยอรหัตมรรค ฯลฯ ละกิเลสทั้งปวง ย่อมหมดจดด้วยอรหัตมรรค ฯ

Pali (Siam Rath)

เนกฺขมฺมนฺติ กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺมํ รูปานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ อารุปฺปํ ยํ โข ปน กิญฺจิ ภูตํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ นิโรโธ ตสฺส เนกฺขมฺมํ พฺยาปาทสฺส อพฺยาปาโท เนกฺขมฺมํ ถีนมิทฺธสฺส อาโลกสญฺญา เนกฺขมฺมํ ฯเปฯ ฯ

นิสฺสรณนฺติ กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺมํ รูปานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ อารุปฺปํ ยํ โข ปน กิญฺจิ ภูตํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ นิโรโธ ตสฺส นิสฺสรณํ กามจฺฉนฺทสฺส เนกฺขมฺมํ นิสฺสรณํ พฺยาปาทสฺส อพฺยาปาโท นิสฺสรณํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ อรหตฺตมคฺโค นิสฺสรณํ ฯ

ปวิเวโกติ กามจฺฉนฺทสฺส เนกฺขมฺมํ ปวิเวโก พฺยาปาทสฺส อพฺยาปาโท ปวิเวโก ฯเปฯ สพฺพกิเลสานํ อรหตฺตมคฺโค ปวิเวโก ฯ

โวสฺสคฺโคติ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ โวสฺสชฺชติ อพฺยาปาเทน{ พฺยาปาทํ โวสฺสชฺชติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส โวสฺสชฺชติ ฯ

จริยาติ กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต เนกฺขมฺเมน จรติ พฺยาปาทํ ปชหนฺโต อพฺยาปาเทน จรติ ฯเปฯ สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต อรหตฺตมคฺเคน จรติ ฯ

ฌานวิโมกฺโขติ เนกฺขมฺมํ ชายตีติ ฌานํ กามจฺฉนฺทํ ฌาเปตีติ ฌานํ ชายนฺโต มุจฺจตีติ ฌานวิโมกฺโข ฌาเปนฺโต มุจฺจตีติ ฌานวิโมกฺโข ชายนฺตีติ ธมฺมา ฌาเปนฺตีติ กิเลเส ชาเต จ ฌาเป จ ชานาตีติ ฌานวิโมกฺโข อพฺยาปาโท ชายตีติ ฌานํ พฺยาปาทํ ฌาเปตีติ ฌานํ อาโลกสญฺญา ชายตีติ ฌานํ ฯเปฯ ถีนมิทฺธํ ฌาเปตีติ ฌานํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺโค ชายตีติ ฌานํ สพฺพกิเลเส ฌาเปตีติ ฌานํ ชายนฺโต มุจฺจตีติ ฌานวิโมกฺโข ฌาเปนฺโต มุจฺจตีติ ฌานวิโมกฺโข ชายนฺตีติ ธมฺมา ฌาเปนฺตีติ กิเลเส ชาเต จ ฌาเป จ ชานาตีติ ฌานวิโมกฺโข ฯ

Royal Thai

คำว่า เนกฺขมฺมํ ความว่า เนกขัมมะ เป็นเครื่องสลัดกาม อรูปฌาน เป็น

เครื่องสลัดรูป นิโรธ เป็นเนกขัมมะ แห่งสิ่งที่มีที่เป็น อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น ความไม่พยาบาท เป็นเนกขัมมะแห่งพยาบาทอาโลกสัญญา เป็นเนกขัมมะแห่งถีนมิทธะ ฯลฯ

คำว่า นิสฺสรณํ ความว่า เนกขัมมะ เป็นเครื่องสลัดกาม อรูปฌานเป็นเครื่องสลัดรูป นิโรธ เป็นเครื่องสลัดสิ่งที่มีที่เป็น อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น เนกขัมมะ เป็นเครื่องสลัดกามฉันทะ ความไม่พยาบาท เป็นเครื่องสลัดพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรค เป็นเครื่องสลัดกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า ปวิเวโก ความว่า เนกขัมมะ เป็นที่สงัดกามฉันทะ ความไม่พยาบาท เป็นที่สงัดพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรค เป็นที่สงัดกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า โวสฺสคฺโค ความว่า เนกขัมมะ เป็นเครื่องปล่อยวางกามฉันทะความไม่พยาบาท เป็นเครื่องปล่อยวางพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรค เป็นเครื่องปล่อยวางกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า จริยา ความว่า เนกขัมมะ เป็นเครื่องประพฤติละกามฉันทะความไม่พยาบาทเป็นเครื่องประพฤติละพยาบาท ฯลฯ อรหัตมรรค เป็นเครื่องประพฤติละกิเลสทั้งปวง ฯ

คำว่า ฌานวิโมกฺโข ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าฌาน เพราะอรรถว่าเกิด เพราะอรรถว่าเผากามฉันทะ ชื่อว่าฌานวิโมกข์ เพราะอรรถว่า เกิดหลุดพ้นเพราะอรรถว่า เผาหลุดพ้น เนกขัมมธรรม เพราะอรรถว่า เกิด เพราะอรรถว่าเผา ชื่อว่าฌานวิโมกข์ เพราะอรรถว่า รู้กิเลสที่เกิดและที่ถูกเผา ความไม่พยาบาทชื่อว่าฌาน เพราะอรรถว่า เกิด เพราะอรรถว่า เผาพยาบาทฯลฯ อาโลกสัญญาชื่อว่าฌาน เพราะอรรถว่า เผาถีนมิทธะ ฯลฯ อรหัตมรรคชื่อว่าฌาน เพราะอรรถว่า เกิด เพราะอรรถว่า เผากิเลสทั้งปวง ชื่อว่าฌานวิโมกข์ เพราะอรรถว่า เกิดหลุดพ้น เพราะอรรถว่า เผาหลุดพ้น อรหัตมรรคธรรมชื่อว่าฌานเพราะอรรถว่า เกิด เพราะอรรถว่า เผา ชื่อว่าฌานวิโมกข์ เพราะอรรถว่ารู้กิเลสที่เกิดและที่ถูกเผา ฯ

Pali (Siam Rath)

ภาวนาธิฏฺฐานชีวิตนฺติ กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต เนกฺขมฺมํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน เนกฺขมฺมวเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน สฺวายํ เอวํ ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน สมํ ชีวติ โน วิสมํ สมฺมา ชีวติ โน มิจฺฉา วิสุทฺธํ ชีวติ โน กิลิฏฺฐนฺติ อาชีวสมฺปนฺโน สฺวายํ เอวํ ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน อาชีวสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต ตํ กิสฺสเหตุ ตถา หิ โส ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน อาชีวสมฺปนฺโน พฺยาปาทํ ปชหนฺโต อพฺยาปาทํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน ถีนมิทฺธํ ปชหนฺโต

อาโลกสญฺญํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน อุทฺธจฺจํ ปชหนฺโต อวิกฺเขปํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน วิจิกิจฺฉํ ปชหนฺโต ธมฺมววตฺถานํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน อวิชฺชํ ปชหนฺโต ญาณํ ๑ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน อรตึ ปชหนฺโต ปามุชฺชํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน นีวรณํ ๒ ปชหนฺโต ปฐมชฺฌานํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน ฯเปฯ สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต อรหตฺตมคฺคํ ภาเวตีติ ภาวนาสมฺปนฺโน อรหตฺตมคฺควเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน สฺวายํ เอวํ ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน สมํ ชีวติ โน วิสมํ สมฺมา ชีวติ โน มิจฺฉา วิสุทฺธํ ชีวติ โน กิลิฏฺฐนฺติ อาชีวสมฺปนฺโน สฺวายํ เอวํ ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน อาชีวสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต ตํ กิสฺสเหตุ ตถา หิ โส ภาวนาสมฺปนฺโน อธิฏฺฐานสมฺปนฺโน อาชีวสมฺปนฺโนติ ฯ

มาติกกถา นิฏฺฐิตา ฯ

ปฏิสมฺภิทาปกรณํ สมตฺตํ ฯ

ตตฺรุทฺทานํ ภวติ

ญาณํ ทิฏฺฐิ จ อสฺสาสํ ๑ อินฺทฺริยํ วิโมกฺเขน ปญฺจมํ

คติกมฺมํ วิปลฺลาโส มคฺโค มณฺเฑน ๒ เต ทส

ยุคนทฺธํ สจฺจโพชฺฌงฺคา เมตฺตา วิราเคน ปญฺจมํ

ปฏิสมฺภิทา ธมฺมจกฺกํ โลกุตฺตรํ พลํ สุญฺญโต เต ทส ๓

ปญฺญา อิทฺธิ อภิสมโย วิเวกํ จริเยน ๔ ปญฺจมํ

ปาฏิหิริยญฺจ สมสีสญฺจ ๕ สติปฏฺฐานํ วิปสฺสนา ๖

ตติเย ปญฺญวคฺคมฺหิ มาติกาย จ เต ทสาติ ฯ

[๗]

ติวคฺโค ยสฺส วิกฺเขโป ๘ ปฏิสมฺภิทาปกรเณ

อนนฺตนยมคฺเคสุ คมฺภีโร สาครูปโม

นภํ จ ตารกากิณฺณํ ถูโล ชาตสฺสโร ยถา

กถิกานํ วิลาสาย โยคินํ ญาณโชตนนฺติ ฯ

อิติ ปฏิสมฺภิทา นิฏฺฐิตา ฯ

___________________

๑ ม. วิชฺชํ ฯ ๒ ม. นีวรเณ ฯ

๑ ยุ. อานาปานํ ฯ ๒ ยุ. มณฺโฑติ ฯ ๓ ม. ญาณํ ... เต ทสาติ อิเม ปาฐา

นตฺถิ ฯ ยุ. เต ทสาติ อิทํ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ ๔ ม. ยุ. วิเวโก จริยปญฺจโม ฯ

๕ ม. ปาฏิหาริ สมสีสิ ฯ ยุ. ปฏิหาริยญฺจ ... ฯ ๖ ยุ. สติ วิปสฺสนมาติกาติ ฯ

๗ ม. มหาวคฺโค ยุคนทฺโธ ปญฺญาวคฺโค จ นามโก ฯ ๘ ม. ตโยว วคฺโค อิมมฺหิ ฯ

๗ ม. มหาวคฺโค ยุคนทฺโธ ปญฺญาวคฺโค จ นามโก ฯ ๘ ม. ตโยว วคฺโค อิมมฺหิ ฯ

Royal Thai

คำว่า ภาวนาธิฏฺฐานชีวิตํ ความว่า บุคคลผู้ละกามฉันทะ เจริญเนกขัมมะเพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยภาวนา ย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยอธิษฐาน ผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนา ถึงพร้อมด้วยอธิษฐานอย่างนี้นั้น ย่อมเป็นอยู่สงบ ไม่เป็นอยู่ไม่สงบเป็นอยู่ชอบ ไม่เป็นอยู่ผิด เป็นอยู่หมดจด ไม่เป็นอยู่เศร้าหมอง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยอาชีวะ ผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนาถึงพร้อมด้วยอธิษฐาน ถึงพร้อมด้วยอาชีวะอย่างนี้นั้น เข้าไปสู่ที่ประชุมใด คือ ที่ประชุมกษัตริย์ก็ดี ที่ประชุมพราหมณ์ก็ดี ที่ประชุมคฤหบดีก็ดี ที่ประชุมสมณะก็ดี ย่อมองอาจไม่เก้อเขินเข้าไปข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะบุคคลนั้น เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนา ถึงพร้อมด้วยอธิษฐาน ถึงพร้อมด้วยอาชีวะอย่างนั้น บุคคลละพยาบาทเจริญความไม่พยาบาทละถีนมิทธะเจริญอาโลกสัญญา ละอุทธัจจะเจริญความไม่ฟุ้งซ่าน ละวิจิกิจฉาเจริญธรรมววัตถาน ละอวิชชาเจริญฌาน ละอรติเจริญความปราโมทย์ ละนิวรณ์เจริญปฐมฌาน ฯลฯ

ละกิเลสทั้งปวงเจริญอรหัตมรรค เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยภาวนา บุคคลย่อมตั้งมั่นจิตด้วยสามารถอรหัตมรรค เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยอธิษฐาน ผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนา ถึงพร้อมด้วยอธิษฐานอย่างนี้นั้น ย่อมเป็นอยู่สงบ ไม่เป็นอยู่ไม่สงบ ไม่เป็นอยู่ชอบ เป็นอยู่ไม่ผิดเป็นอยู่หมดจด ไม่เป็นอยู่เศร้าหมอง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าถึงพร้อมด้วยอาชีวะผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนา ถึงพร้อมด้วยอธิษฐาน ถึงพร้อมด้วยอาชีวะอย่างนี้นั้นเข้าไปสู่ที่ประชุมใด คือ ที่ประชุมกษัตริย์ก็ดี ที่ประชุมพราหมณ์ก็ดี ที่ประชุมคฤหบดีก็ดี ที่ประชุมสมณะก็ดี ย่อมองอาจไม่เก้อเขินเข้าไป ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยภาวนา ถึงพร้อมด้วยอธิษฐานถึงพร้อมด้วยอาชีวะอย่างนั้น ฉะนี้แล ฯ

จบมาติกากถา

ปกรณ์ปฏิสัมภิทาจบบริบูรณ์

______

รวมกถาที่มีในปกรณ์ปฏิสัมภิทานั้น คือ

๑. ญาณกถา ๒. ทิฏฐิกถา

๓. อานาปานกถา ๔. อินทรียกถา

๕. วิโมกขกถา ๖. คติกถา

๗. กรรมกถา ๘. วิปัลลาสกถา

๙. มรรคกถา ๑๐. มัณฑเปยยกถา ฯ

๑. ยุคนัทธกถา ๒. สัจจกถา

๓. โพชฌงคกถา ๔. เมตตากถา

๕. วิราคกถา ๖. ปฏิสัมภิทากถา

๗. ธรรมจักรกถา ๘. โลกุตรกถา

๙. พลกถา ๑๐. สุญญกถา ฯ

๑. มหาปัญญากถา ๒. อิทธิกถา

๓. อภิสมยกถา ๔. วิเวกกถา

๕. จริยากถา ๖. ปาฏิหาริยกถา

๗. สมสีสกถา ๘. สติปัฏฐานกถา

๙. วิปัสสนากถา ๑๐. มาติกากถา ฯ

วรรค ๓ วรรคในปกรณ์ปฏิสัมภิทา มีอรรถกว้างขวางลึกซึ้งในมรรคเป็นอนันตนัย เปรียบด้วยสาคร เหมือนนภากาศเกลื่อนกลาดด้วยดวงดาว และเช่นสระใหญ่ ความสว่างจ้าแห่งญาณของพระโยคีทั้งหลาย ย่อมมีได้โดยพิลาสแห่งคณะพระธรรมกถิกาจารย์ ฉะนี้แล ฯ

ปฏิสัมภิทาจบด้วยประการฉะนี้

______

End of ๑๐. มาติกากถา