พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมถขันธกะ
ทำกรรมไม่ตามปฏิญาณ เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๐๘–๖๑๐ (Royal Thai)5/12 in สมถขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ทำกรรมไม่ตามปฏิญาณ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมถขันธกะ ทำกรรมไม่ตามปฏิญาณ (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กโรนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปิ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กริสฺสนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมํ กาตพฺพํ ตชฺชนียํ วา นิยสฺสํ วา ปพฺพาชนียํ วา ปฏิสารณียํ วา อุกฺเขปนียํ วา โย กเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
สมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปฏิ
สารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลาย ไม่ตามปฏิญาณ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ...
ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้ทำกรรมคือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลาย ไม่ตามปฏิญาณเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พระฉัพพัคคีย์ทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลาย ไม่ตามปฏิญาณ จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมคือ ตัชชนียกรรมก็ดี นิยสกรรมก็ดี ปัพพาชนียกรรมก็ดี ปฏิสารณียกรรมก็ดี อุกเขปนียกรรมก็ดี อันภิกษุไม่พึงทำ แก่ภิกษุทั้งหลาย ไม่ตามปฏิญาณ รูปใดทำ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ เอวํ ธมฺมิกํ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ สงฺฆาทิเสเสน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ถุลฺลจฺจยํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ถุลฺลจฺจเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ
ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปาจิตฺติยํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาจิตฺติเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาฏิเทสนีเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ ฯ
อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุพฺภาสิเตน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโน ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน สงฺฆาทิเสสํ ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ
ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การทำตามปฏิญาณที่ไม่เป็นธรรมอย่างนี้แลที่เป็นธรรมอย่างนี้การทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรมอย่างไร
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสสงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส การปรับอย่างนี้ ชื่อว่า ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติถุลลัจจัย สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติถุลลัจจัย การปรับอย่างนี้ ชื่อว่า ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่า ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติปาฏิเทสนียะสงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติทุกกฏ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตาม ปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุพภาสิต การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตาม ปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ...
ภิกษุต้องอาบัติถุลลัจจัย ...
ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์ ...
ภิกษุต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ...
ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ ...
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่าคุณผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสสงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติสังฆาทิเสส การปรับอย่างนี้ ชื่อว่า ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติถุลลัจจัยสงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติถุลลัจจัย การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตาม ปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติปาจิตตีย์ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาจิตตีย์ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตาม ปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาฏิเทสนียะ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์ หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า คุณ ผมมิได้ต้องอาบัติ ทุพภาสิต ผมต้องอาบัติทุกกฏสงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุกกฏ การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ทำตามปฏิญาณไม่เป็นธรรม ฯ
กถญฺจ ภิกฺขเว ธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ อามาวุโส ๑ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ ฯ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ อามาวุโส ๑ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุพฺภาสิเตน กาเรติ ฯ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณนฺติ ฯ
ทำตามปฏิญาณเป็นธรรม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การทำตามปฏิญาณเป็นธรรมอย่างไร
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติปาราชิก เธอกล่าวอย่างนี้ว่า ถูกละ คุณ ผมต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติปาราชิก การปรับอย่างนี้ ชื่อว่าทำตามปฏิญาณ เป็นธรรม
ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ...
ภิกษุต้องอาบัติถุลลัจจัย ...
ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์ ...
ภิกษุต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ...
ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ ...
ภิกษุต้องอาบัติทุพภาษิต สงฆ์ หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต เธอกล่าวอย่างนี้ว่า ถูกละคุณ ผมต้องอาบัติ ทุพภาสิต สงฆ์ปรับเธอด้วยอาบัติทุพภาสิต การปรับ อย่างนี้ ชื่อว่าทำตาม ปฏิญาณเป็นธรรม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ทำตามปฏิญาณเป็นธรรม ฯ
End of ทำกรรมไม่ตามปฏิญาณ