พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมถขันธกะ
ระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกา เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๑๑–๖๑๓ (Royal Thai)6/12 in สมถขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกา
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมถขันธกะ ระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกา (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สงฺฆมชฺเฌ ภณฺฑนชาตา กลหชาตา วิวาทาปนฺนา อญฺญมญฺญํ มุขสตฺตีหิ วิตุเทนฺตา วิหรนฺติ น สกฺโกนฺติ ตํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เอวรูปํ อธิกรณํ เยภุยฺยสิกาย วูปสเมตุํ ฯ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สลากคาหาปโก สมฺมนฺนิตพฺโพ โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย คหิตาคหิตญฺจ ชาเนยฺย ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ สลากคาหาปกํ สมฺมนฺเนยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ สลากคาหาปกํ สมฺมนฺนติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สลากคาหาปกสฺส สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สลากคาหาปโก ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
๑ ม. อาม อาวุโส ฯ
สมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ถึงความวิวาทกันในท่ามกลางสงฆ์ กล่าวทิ่มแทงกันและกันด้วยหอกคือปากอยู่ ไม่อาจเพื่อระงับอธิกรณ์นั้นได้ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ระงับอธิกรณ์เห็นปานนี้ด้วยเยภุยยสิกา พึงสมมติ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ให้เป็นผู้ให้จับฉลาก คือ:-
๑. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความชอบพอ
๒. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความเกลียดชัง
๓. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความงมงาย
๔. ไม่ถึงความลำเอียงเพราะความกลัว และ
๕. รู้จักฉลากที่จับแล้วและยังไม่จับ
ก็แล สงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ พึงขอร้องภิกษุก่อน ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
กรรมวาจาสมมติ
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นผู้ให้จับฉลาก นี้เป็นญัตติ
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้ เป็นผู้ให้จับฉลาก การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ให้เป็นผู้ให้จับฉลาก ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด
ภิกษุมีชื่อนี้อันสงฆ์สมมติแล้วให้เป็นผู้ให้จับฉลาก ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ
ทสยิเม ภิกฺขเว อธมฺมิกา สลากคาหา ทส ธมฺมิกา ๑ ฯ กตเม ทส อธมฺมิกา สลากคาหา ฯ โอรมตฺตกญฺจ อธิกรณํ โหติ น จ คติคตํ โหติ น จ สริตสาริตํ โหติ ชานาติ อธมฺมวาที พหุตราติ อปฺเปวนาม อธมฺมวาที พหุตรา อสฺสูติ ชานาติ สงฺโฆ ภิชฺชิสฺสตีติ อปฺเปวนาม สงฺโฆ ภิชฺเชยฺยาติ อธมฺเมน คณฺหนฺติ วคฺคา คณฺหนฺติ น จ ยถาทิฏฺฐิยา คณฺหนฺติ อิเม ทส อธมฺมิกา สลากคาหา ฯ
การจับฉลากไม่เป็นธรรม ๑๐ อย่าง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การจับฉลากไม่เป็นธรรม ๑๐ อย่าง เป็น ธรรม ๑๐ อย่าง เหล่านี้การจับฉลากไม่เป็นธรรม ๑๐ อย่าง เป็นไฉน คือ:-
๑. อธิกรณ์เป็นเรื่องเล็กน้อย
๒. ไม่ลุกลามไปไกล
๓. ภิกษุพวกนั้นระลึกไม่ได้เอง และพวกอื่นก็ให้ระลึกไม่ได้
๔. รู้ว่า อธรรมวาทีมากกว่า
๕. รู้ว่า ไฉน อธรรมวาทีพึงมีมากกว่า
๖. รู้ว่า สงฆ์จักแตกกัน
๗. รู้ว่า ไฉน สงฆ์พึงแตกกัน
๘. อธรรมวาทีภิกษุจับโดยไม่เป็นธรรม
๙. อธรรมวาทีภิกษุจับเป็นพวกๆ
๑๐. ไม่จับตามความเห็น
การจับฉลากไม่เป็นธรรม ๑๐ อย่าง เหล่านี้ ฯ
กตเม ทส ธมฺมิกา สลากคาหา ฯ น จ โอรมตฺตกํ อธิกรณํ โหติ คติคตญฺจ โหติ สริตสาริตญฺจ โหติ ชานาติ ธมฺมวาที พหุตราติ อปฺเปวนาม ธมฺมวาที พหุตรา อสฺสูติ ชานาติ สงฺโฆ น ภิชฺชิสฺสตีติ อปฺเปวนาม สงฺโฆ น ภิชฺเชยฺยาติ ธมฺเมน คณฺหนฺติ สมคฺคา คณฺหนฺติ ยถาทิฏฺฐิยา จ คณฺหนฺติ อิเม ทส ธมฺมิกา สลากคาหาติ ฯ
การจับฉลากเป็นธรรม ๑๐ อย่าง
การจับฉลากเป็นธรรม ๑๐ อย่าง เป็นไฉน คือ:-
๑. อธิกรณ์ไม่ใช่เรื่องเล็ก
๒. ลุกลามไปไกล
๓. ภิกษุพวกนั้นระลึกได้ และพวกอื่นก็ให้ระลึกได้
๔. รู้ว่า ธรรมวาทีมากกว่า
๕. รู้ว่า ไฉนธรรมวาทีพึงมีมากกว่า
๖. รู้ว่า สงฆ์จักไม่แตกกัน
๗. รู้ว่า ไฉนสงฆ์ไม่พึงแตกกัน
๘. ธรรมวาทีภิกษุจับโดยธรรม
๙. ธรรมวาทีภิกษุพร้อมเพรียงกันจับ
๑๐. จับตามความเห็น
การจับฉลากเป็นธรรม ๑๐ อย่าง เหล่านี้ ฯ
End of ระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกา