พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ทัสสนัตติกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๗๗–๖๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๖ ในทัสสนัตติกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ทัสสนัตติกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๑)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๗ หน้า ๑–๒๑
พระอภิธรรมปิฎก
เล่มที่ ๗
ปัฏฐาน ภาคที่ ๓๑
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๘. ทัสสนติกะ
ปฏิจจวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๕๗๗] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์๒ อาศัยขันธ์ ๒.
๒. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม.
๑. บาลีเล่มที่ ๔๑
๓. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาว-
นายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนน-ปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒.
[๕๗๘] ๔. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-ธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒.
๕. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม.
๖. ภาวนายปทาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาว-
นายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหา-ตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒.
[๕๗๙] ๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนน-นภาวนายปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสส-เนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒.
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯ ล ฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ๒ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
[๕๘๐] ๘. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
[๕๘๑] ๙. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาว-นายปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๕๘๒] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์๒ อาศัยขันธ์ ๒.
[๕๘๓] ๒. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์๒ อาศัยขันธ์ ๒.
[๕๘๔] ๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-ธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ.
๓. อธิปติปัจจัย
[๕๘๕] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ.
๔. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ (วาระที่ ๔ - ๖)
๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-
ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๘. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๙. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาว-
นายปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๔. อนันตรปัจจัย ๕. สมนันตรปัจจัย
[๕๘๖] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย.
เหมือนกับอารัมมณปัจจัย.
๖. สหชาตปัจจัย
[๕๘๗] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ.
๔. ภาวนาย ฯ ล ฯ มี ๓ วาระ.
๗. เนวทัสสเนน ฯลฯ
คือ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป...
อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑...ฯลฯ
๘. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนน-ปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๙. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนาย-ปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๗. อัญญมัญญปัจจัย
[๕๘๘ ] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ.
๒. อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ มี ๑ วาระ.
๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-ธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสส-เนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุอาศัยขันธ์ ๒.
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป...อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒.
๘. นิสสยปัจจัย ฯลฯ ๑๒. กัมมปัจจัย
[๕๘๙] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย
เหมือนกับเหตุปัจจัย.
เพราะปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ไม่มีปฏิสนธิ.
เพราะอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่มีวิปากปฏิสนธิ.
เพราะกัมมปัจจัย อัชฌัตติกรูป และมหาภูตรูปของอสัญญสัตว์ทั้งหลายมีบริบูรณ์.
๑๓. วิปากปัจจัย
[๕๙๐] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๑๔. อาหารปัจจัย
[๕๙๑] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย
อัชฌัตติกรูป มหาภูตรูป และอาหารสมุฏฐานรูปมีบริบูรณ์.
๑๕. อินทริยปัจจัย ฯลฯ ๒๓. อวิคตปัจจัย
เพราะอินทริยปัจจัย เหมือนกับกัมมปัจจัย.
เพราะฌานปัจจัย, เพราะมัคคปัจจัย เหมือนกับเหตุปัจจัย.
เพราะสัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย.
เพราะวิปปยุตตปัจจัย เหมือนกับวิปปยุตตปัจจัย ในกุสลติกะ.
เพราะอัตถิปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย.
เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
สุทธมูลกนัย
[๕๙๒] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระในอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสมนันตรปัจจัยมี ๓ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระในนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัยมี ๓ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๙ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๙วาระ ในฌานปัจจัย มี ๙ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัยมี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
บทเหล่านั้นผู้มีปัญญาพึงนับอนุโลม.
อนุโลม จบ
ปัจจนียนัย
๑. นเหตุปัจจัย
[๕๙๓] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา.
[๕๙๔] ๒. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
[๕๙๕] ๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ที่เป็นเนวทัสสเนน-นภาวนายปหาตัพพธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒.
หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ, มหาภูตรูป๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตรูป ที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
พาหิรรูป...อาหารสมุฏฐานรูปะ..อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑, กฏัตตา-รูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตทั้งหลาย.
๒. นอารัมมณปัจจัย
[๕๙๖] ๑. เนวทัสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะนอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม.
[๕๙๗] ๒. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม.
[๕๙๘] ๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนอารัมมณ-ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนาย-ปหาตัพพธรรม.
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนน-นภาวนายปหาตัพพธรรม, หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ฯลฯ
พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป.. อุตุสมุฏฐานรูป... ฯลฯ
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑... ฯลฯ
[๕๙๙ ] ๔. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะนอารัมมณปัจจัย-
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
[๖๐๐] ๕. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะนอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๓. นอธิปติปัจจัย
[๖๐๑] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย
พึงทำให้บริบูรณ์ เหมือนกับเหตุปัจจัย.
๔. เพราะนอนันตรปัจจัย
๕. เพราะนสมนันตรปัจจัย
๖. เพราะนอัญญมัญญปัจจัย
๗. เพราะนอุปนิสสยปัจจัย... ฯลฯ
๘. นปุเรชาตปัจจัย
[๖๐๒] ๑. ฯลฯ เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมฯลฯ
๒. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสส-เนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย.
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม.
๓. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-ธรรม ฯลฯ
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรมฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
๔. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
๕. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนภาวนาย-ปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นเนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพธรรม.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.
มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูปะ... อุตุสมุฏฐานรูป... ฯลฯ
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
๖. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพธรรมฯลฯ
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
ภาวนายปหาตัพพธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย.
๙. นปัจฉาชาตปัจจัย ๑๐. นอาเสวนปัจจัย ๑๑. นกัมมปัจจัย[๖๐๓] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัยเพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม.
[๖๐๔] ๒. ภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม.
๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัย
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม.
พาหิรรูป...อาหารสมุฏฐานรูปะ...อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.
๑๒. นวิปากปัจจัย
[๖๐๕] ๑. ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพ-ธรรม เกิดขึ้น เพราะนวิปากปัจจัย เหมือนกับ เพราะอธิปติปัจจัยฯลฯ ปฏิสนธิไม่มี.
๑๓. นอาหารปัจจัย
[๖๐๖] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยเนว-ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนอาหารปัจจัย
คือ พาหิรรูป...อุตุสมุฏฐานรูป ...
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ... ฯลฯ
๑๔. นอินทริยปัจจัย
[๖๐๗] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ เพราะนอินทริยปัจจัย
คือ พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป ... อุตุสมุฏฐานรูป ... มหา-ภูตรูป ๑ ... ฯลฯ
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
๑๕. นฌานปัจจัย
[๖๐๘] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
เพราะนฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
พาหิรรูป ... อาหารสมุฏฐานรูป...อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ... ฯลฯ.
๑๖. นมัคคปัจจัย
[๖๐๙] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
เพราะนมัคคปัจจัย
คือ เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ.
ในอเหตุกปฏิสนธิ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.
พาหิรรูป... อาหารสมุฏฐานรูป ... อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.
๑๗. นสัมปยุตตปัจจัย
[๖๑๐] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับเพราะนอารัมมณปัจจัย ( มี ๕ วาระ)
๑๘. นวิปปยุตตปัจจัย
[๖๑๑] ๑. อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯลฯ เพราะนวิปป-ยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯลฯ.
๒. อาศัยภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ เพราะนวิปป-ยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ.
๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ เพราะ
นวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ (ขันธ์ ๓) อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม.
พาหิรรูป ... อาหารสมุฏฐานรูป ... อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.
ส่วนอสัญญสัตว์ทั้งหลาย... ฯลฯ
๑๙. โนนัตถิปัจจัย ๒๐. โนวิคตปัจจัย
[๖๑๒] ๑. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯลฯ เพราะในนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัยเหมือนกับ เพราะนอารัมมณปัจจัย.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
สุทธมูลกนัย
[๖๑๓] ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ ในนสมนันตร-ปัจจัย มี ๕ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี๕ วาระ ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระในนอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย
มี ๙ วาระ ในนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ ในนอินทริยปัจจัย มี ๑ วาระในนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ ในนสัมปยุตตปัจจัยมี ๕ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ ในโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ.
รู้แล้ว พึงนับ.
ปัจจนียนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
การนับจำนวนวาระในอนุโลมปัจจนียะ
[๖๑๔] เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ...ในนอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ ในนสมนันตรปัจจัยมี ๕ วาระ ในนอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ ในนอาเสวน-ปัจจัย มี ๙ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๙ วาระในนสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในโนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ ในโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ.
ผู้มีปัญญา พึงนับอย่างนี้.
อนุโลมปัจจนียะ จบ
ปัจจนียานุโลม
การนับจำนวนวาระในปัจจนียานุโลม
[๖๑๕] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ...ในอนัน-ตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ในนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓ วาระในอินทริยปัจจัย มี ๓ วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๒วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
ผู้มีปัญญา พึงนับอย่างนี้.
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาระ จบ
สหชาตวาระ
อนุโลมนัย
เหตุปัจจัย
[๖๑๖] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดร่วมกับทัสสเนนปหา-ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เกิดร่วมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ฯลฯ
เกิดร่วมกับขันธ์ ๒ ฯลฯ.
สหชาตวาระ เหมือนกับปฏิจจวาระ.
สหชาตวาระ จบ
จบ ปฏิจจวาร