พระอภิธรรมปิฎก · ปัฏฐาน
ปัจจัย ๒๔ เล่ม ๔๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑ (ฉบับหลวง)มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจจัย ๒๔ (ฉบับหลวง เล่ม ๔๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๐)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๐ หน้า ๑–๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ปัฏฐาน
[ปฐมภาค]
ฉบับเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
พุทธศักราช ๒๕๔๙
มหาเถรสมาคม จัดพิมพ์
๔๐
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
{๑}[๐] ๑. ปัจจยุทเทส
ปัจจัย ๒๔ คือ
๑. เหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นเหตุ
๒. อารัมมณปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นอารมณ์
๓. อธิปติปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นอธิบดี
๔. อนันตรปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความต่อเนื่องกันไปไม่มีระหว่างคั่น
- ๑คำว่า ปัฏฐาน โดยทั่วไปแปลว่า การตั้งไว้ก่อน การวางไว้ข้างหน้า การเริ่มตั้ง การเริ่มต้น จุดเริ่มต้น แหล่ง หรือเหตุ แต่ในที่นี้เป็นชื่อคัมภีร์สุดท้ายแห่งพระอภิธรรมปิฎก ๗ คัมภีร์ (คือ ธัมมสังคณี, วิภังค์, ธาตุกถา, ปุคคลบัญญัติ, กถาวัตถุ, ยมก, ปัฏฐาน) มีความหมาย ๓ นัย คือ
- (๑) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่แสดงฐานคือปัจจัยโดยประการต่าง ๆ (เกนฏเฐน ปฎฺฐานนฺติ นานปฺปการปจฺจยฏฺเฐน ป-อักษร = นานัปปการัตถะ มีความหมายว่า ประการต่าง ๆ ฐานคัพท์ = ปัจจยัตถะ มีความหมายว่าปัจจัย) หมายถึงว่าเป็นปกรณ์หรือ คัมภีร์ที่รวบรวมแต่ละปัจจัยในบรรดาปัจจัยทั้ง ๒๔ มาประมวลแสดงไวัโดยเนื้อความต่าง ๆ อย่างพิสดาร
- (๒) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่จำแนกสภาวธรรมด้วยปัจจัยต่าง ๆ (เกนฏเฐน ปฏฺฐานนฺติ วิภชนฏฺเฐน) หมายถึงว่าเป็นปกรณ์หรือคัมภีร์ที่จำแนกอธิบายขยาย ความสภาวธรรมทั้งหลายมีสภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นต้นด้วยปัจจัยทั้ง ๒๔ มีเหตุปัจจัยเป็นต้น
๕. สมนันตรปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความต่อเนื่องกันไปไม่มีระหว่างคั่นด้วยดี๖. สหชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเกิดพร้อมกัน
๗. อัญญมัญญปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเกื้อหนุนกัน
๘. นิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นที่อาศัย
๙. อุปนิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นที่อาศัยมั่น
๑๐. ปุเรชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเกิดก่อน
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเกิดทีหลัง
๑๒. อาเสวนปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเสพคุ้น
- (๓) ที่ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะมีความหมายว่าเป็นที่สามารถดำเนินไปในปัจจัยต่าง ๆ อย่าง สะดวกยิ่งแห่งพระสัพพัญญุตญาณ (เกนฏเฐน ปฏฐานนฺติ ปฏฐิตฏเรน คมนฏเฐน) หมายถึง ว่าเป็นปกรณ์ที่แสดงถึงความสามารถแห่งพระสัพพัญญุตญาณของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าที่ ดำเนินไปอย่างไม่ติดขัดในการจำแนกสภาวธรรมด้วยปัจจัยต่าง ๆ โดยนัยที่วิจิตรพิสดาร
- ดังนั้น เมื่อว่าโดยเนื้อหา คัมภีร์ปัฏฐานจัดเป็นคัมภีร์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประมวล สภาวธรรมที่เป็นฐานหรือจุดตั้งด้นซึ่งเรียกว่าปัจจัย จำนวนทั้ง ๒๔ปัจจัย มาจำแนกแสดงให้เห็นถึง ศักยภาพหรือความสามารถ(สัตติ)และการทำหน้าที่ของแต่ละปัจจัยแล้วทรงนำสภาวธรรมที่จัด เป็นมาติกาจำนวน ๑๒๒ หมวดจากคัมภีร์ธัมมสังคณีมาจำแนกด้วยปัจจัยทั้ง ๒๔ เหล่านี้ เพื่อ ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุและเป็นผลของกันและกัน โดยจัดเป็นคัมภีร์พระไตรปิฎกเล่ม ที่ ๔๐ ถึงเล่มที่ ๔๕ ซึ่งเป็นชุดคัมภีร์ ๖ เล่มสุดท้ายของพระไตรปิฎกแห่งคณะสงฆ์ไทย
- องค์ธรรมของคัมภีร์ปัฏฐานได้แก่ ปัจจัยทั้ง ๒๔ ส่วนองค์ประกอบที่เป็นเนื้อหาสาระของ คัมภีร์ปัฏฐาน ได้แก่ อภิธรรมมาติกาของคัมภร์ธัมมสังคณื (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๔) ซึ่งประกอบ ด้วย ติกมาติกา คือ หมวดสภาวธรรมแม่บทหมวดละ๓ข้อ จำนวน ๒๒หมวด และทุกมาติกา หมวดสภาวธรรมแม่บทหมวดละ ๒ ข้อ จำนวน ๑๐๐ หมวด
- การจัดแบ่งเนื้อหา คัมภีร์ปัฏฐานแบ่งเนื้อหาเป็น ๖ ภาค ภาคละ ๑ เล่มหนังสือ ดังนี้
- (๑) ปัฏฐานภาคที่ ๑ เล่มที่ ๔๐ ว่าด้วยอารัมภกถาซึ่งแบ่งเป็นปัจจยุทเทส คือ การยกปัจจัย ทั้ง ๒๔ ขึ้นแสดงโดยระบุเพียงแต่ชื่อของปัจจัย และปัจจยนิทเทส คือ การจำแนกปัจจัย ๒๔โดย พิสดารด้วยการแสดงถึงเหตุ ผล และความสามารถของแต่ละปัจจัยที่เข้าช่วยอุปการะเกื้อกูล ให้สภาวธรรมอื่น ๆ สามารถดำรงอยู่ได้ ซึ่งเป็นการปูพื้นความเข้าใจเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึง
๑๓. กัมมปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นกรรม
๑๔. วิปากปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นวิบาก
๑๕. อาหารปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นอาหาร
๑๖. อินทริยปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นอินทรีย ์
๑๗. ฌานปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นฌาน
๑๘. มัคคปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นมรรค
๑๙. สัมปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความสัมปยุตด้วย
๒๐. วิปปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความวิปปยุตจาก
๒๑. อัตถิปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นภาวะที่มีอยู่
๒๒. นัตถิปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นภาวะที่ไม่มีอยู่
๒๓. วิคตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความปราศจากไป
๒๔. อวิคตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความไม่ปราศจากไป
จบ ปัจจยุทเทส
- เข้าสู่เนื้อหาที่ว่าด้วยความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งหมวดสภาวธรรมแม่บทหมวดละ ๓ ข้อโดยอนุโลม คือ แสดงไปตามวาร (หรือวาระ) ต่าง ๆ ๗ วาร มีปฏิจจวารเป็นปฐม ตามอำนาจของแต่ละปัจจัยทั้ง ๒๔ ในเชิงบอกเล่า ไม่มีการแสดงโดยเชิงปฏิเสธ แต่เนื่องจากมีเนื้อหาที่ยาวมาก ซึ่งไม่สามารถแสดงให้จบได้ในภาคที่ ๑ หรือเล่มที่ ๔๐ นี้ ดังนั้น ปัฏฐานภาคที่ ๑ นี้จึงเรียกว่า ธัมมานุโลม ติกปัฏฐาน (ตอนต้น)
- (๒) ปัฏฐานภาคที่ ๒ เล่มที่ ๔๑ ว่าด้วยความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งหมวดสภาวธรรมแม่บท หมวดละ ๓ ข้อโดยอนุโลม ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ต่อเนื่องจากปัฏฐานภาคที่ ๑ จึงเรียกว่า ธัมมานุโลม ติกปัฏฐาน (ตอนปลาย)
- (๓) ปัฏฐานภาคที่ ๓ เล่มที่ ๔๒ ว่าด้วยความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งหมวดสภาวธรรมแม่บท หมวดละ ๒ ข้อโดยอนุโลม เรียกว่า ธัมมานุโลม ทุกปัฏฐาน (ตอนต้น) ซึ่งมีวิธีการแสดงเหมือน กับติกปัฏฐาน
- (๔) ปัฏฐานภาคที่ ๔ เล่มที่ ๔๓ ว่าด้วยความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งหมวดสภาวธรรมแม่บท หมวดละ ๒ ข้อโดยอนุโลม ต่อเนื่องจากภาคที่ ๓ เรียกว่า ธัมมานุโลม ทุกปัฏฐาน (ตอนปลาย)
๒. ปัจจยนิทเทส
{๒}[๑] เหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอัน สัมปยุตด้วยเหตุและรูปซึ่งมีสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน โดยเหตุปัจจัย{๓}[๒] อารัมมณปัจจัย คือ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ และสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุนั้นโดยอารัมมณปัจจัย
- (๕) ปัฏฐานภาคที่ ๕ เล่มที่ ๔๔ ว่าด้วยความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งหมวดสภาวธรรมแม่บท ต่าง ๆ ที่เกิดจากการนำทุกปัฏฐานและติกปัฏฐานมาแสดงร่วมกันแบบสลับไปมาและนำมาแสดง ร่วมกันกันเองโดยอนุโลม รวม ๔ ชุดปัฏฐาน คีอ (๑) ธัมมานุโลม ทุกติกปัฏฐาน (๒) ธัมมานุโลม ติกทุกปัฏฐาน (๓) ธัมมานุโลม ติกติกปัฏฐาน (๔) ธัมมานุโลม ทุกทุกปัฏฐาน
- ปัฏฐานทั้ง ๕ ภาคดังกล่าวมานี้เป็นการอธิบายสภาวธรรมแม่บทเชิงบอกเล่า จึงเรียกอีก อย่างว่า ปัฏฐานฝ่ายอนุโลม
- (๖) ปัฏฐานภาคที่ ๖ เล่มที่ ๔๕ ว่าด้วยการอธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งสภาวธรรม แม่บทอย่างปัฏฐานทั้ง ๕ ภาคนั่นเอง แต่อธิบายในเชิงปฏิเสธ ซึ่งเรียกว่า ปัฏฐานฝ่ายปัจจนียะ จำแนกเป็น ๓ ลักษณะ คือ
- ๖.๑ ลักษณะที่นำสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะมาผสมกับสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะด้วยกัน หรือปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ คือ ทั้งบทประธานและบทกรรมเป็นปฏิเสธ เรียกว่า ...ปัจจนีย...ปัฏฐาน เช่น สภาวธรรมที่ไม่ใช่กุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร มี ๖ ชุด คือ
- ๖.๑.๑ ธัมมปัจจนียติกปัฏฐาน ๖.๑.๒ ธัมมปัจจนียทุกปัฏฐาน
- ๖.๑.๓ ธัมมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ๖.๑.๔ ธัมมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน
- ๖.๑.๕ ธัมมปัจจนียติกติกปัฏฐาน ๖.๑.๖ ธัมมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน
- ๖.๒ ลักษณะที่นำสภาวธรรมฝ่ายปัจจนียะมาผสมกับสภาวธรรมฝ่ายอนุโลม คือ บทประธานเป็นปฏิเสธ บทกรรมเป็นอนุโลม เรียกว่า ...อนุโลม...ปัจจนียปัฏฐาน เช่น สภาวธรรม ที่ไม่เป็นเหตุซึ่งไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เป็นเหตุซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร มี ๖ ชุด คือ
- ๖.๑.๑ ธัมมานุโลมปัจจนียติกปัฏฐาน ๖.๑.๒ ธัมมานุโลมปัจจนียทุกปัฏฐาน
- ๖.๑.๓ ธัมมานุโลมปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ๖.๑.๔ ธัมมานุโลมปัจจนียติกทุกปัฏฐาน
- ๖.๑.๕ ธัมมานุโลมปัจจนียติกติกปัฏฐาน ๖.๑.๖ ธัมมานุโลมปัจจนียทุกทุกปัฏฐาน
จบ ปัจจัย ๒๔