arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · ธาตุกถา

๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส เล่ม ๓๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๙–๒๒๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๕ ในธาตุกถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. ปญฺจมนย

๕. อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทส

๕. ปัญจมนัย

๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๓๕–๔๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๖ หน้า ๔๗–๕๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา. เต ธมฺมา กติหิ ขนฺเธหิ กติหายตเนหิ กติหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา? เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับรูปขันธ์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา. สญฺญากฺขนฺเธน เย ธมฺมา. สงฺขารกฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิญฺญาณกฺขนฺเธน เย ธมฺมา. มนายตเนน เย ธมฺมา. จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ มโนธาตุยา เย ธมฺมา. มโนวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา. มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ มนินทรีย์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตเนน เย ธมฺมา. จกฺขุธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุยา เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ธมฺมายตเนน เย ธมฺมา. ธมฺมธาตุยา เย ธมฺมา. อิตฺถินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. ปุริสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. ชีวิตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สมุทยสจฺเจน เย ธมฺมา. มคฺคสจฺเจน เย ธมฺมา. นิโรธสจฺเจน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสมุทยสัจ มัคคสัจ นิโรธสัจสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จกฺขุนฺทฺริเยน เย ธมฺมา ฯเปฯ กายินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับจักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. ทุกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. โสมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. โทมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. อุเปกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. สทฺธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. วิริยินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. สตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. สมาธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. ปญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. อนญฺญาตญฺ- ญสฺสามีตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. อญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. อญฺญาตาวินฺทฺริเยน เย ธมฺมา. อวิชฺชาย เย ธมฺมา. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัยสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทส-หายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิญฺญาณปจฺจยา นามรูเปน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับนามรูปที่เกิดเพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัยสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และ ธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นามรูปปจฺจยา สฬายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสฬายตนะที่เกิดเพราะมีนามรูปเป็นปัจจัยสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน เย ธมฺมา. ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา. เวทนาปจฺจยา ตณฺหาย เย ธมฺมา. ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาเนน เย ธมฺมา. อุปาทานปจฺจยา (๑) กมฺมภเวน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สี.อิ. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ.
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะ มีผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่ เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพที่เกิดเพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัยสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อรูปภเวน เย ธมฺมา. เนวสญฺญานาสญฺญาภเวน เย ธมฺมา. จตุโวการภเวน เย ธมฺมา. อิทฺธิปาเทน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพ อิทธิบาทสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสญฺญาภเวน เย ธมฺมา. เอกโวการภเวน เย ธมฺมา. ชาติยา เย ธมฺมา. ชราย เย ธมฺมา. มรเณน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับอสัญญาภพ เอกโวการภพ ชาติ ชรา มรณะสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปริเทเวน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับปริเทวะสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสเกน เย ธมฺมา. ทุกฺเขน เย ธมฺมา. โทมนสฺเสน เย ธมฺมา. อุปายาเสน เย ธมฺมา. สติปฏฺฐาเนน เย ธมฺมา. สมฺมปฺปธาเนน เย ธมฺมา. ฌาเนน เย ธมฺมา. อปฺปมญฺญาย เย ธมฺมา. ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ เย ธมฺมา. ปญฺจหิ พเลหิ เย ธมฺมา. สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ เย ธมฺมา. อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน เย ธมฺมา. ผสฺเสน เย ธมฺมา. เวทนาย เย ธมฺมา. สญฺญาย เย ธมฺมา. เจตนาย เย ธมฺมา. อธิโมกฺเขน เย ธมฺมา. มนสิกาเรน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทส-หายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับโสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จิตฺเตน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุ- สงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับจิตสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๑. ติก กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อกุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. วิปาเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. วิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อนุปาทินฺนานุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อสงฺกิลิฏฺฐ- อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สวิตกฺกสวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อวิตกฺกวิจารมตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ

ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อปจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. เสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อเสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. มหคฺคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อปฺปมาเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปริตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. มหคฺคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อปฺปมาณารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. หีเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปณีเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. มิจฺฉตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สมฺมตฺต- นิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. มคฺคารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา.

มคฺคเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. มคฺคาธิปตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อตีตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อนาคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปจฺจุปนฺนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อชฺฌตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. พหิทฺธา- รมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ติกะ

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นวิบาก สภาวธรรมที่ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้า หมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมที่ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคล สภาวธรรม ที่เป็นมหัคคตะ สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมที่มีปริตตะ เป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมชั้นประณีต สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็น เหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรม เป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภาย นอกตนเป็นอารมณ์สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่ กระทบได้สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ ธาตุ ๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๒. ทุก เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. เหตูหิ เจว สเหตุเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. เหตูหิ เจว เหตุสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ทุกะ

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. เหตุสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สเหตุเกหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. เหตุสมฺปยุตฺเตหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. น เหตูหิ สเหตุเกหิ (๑) ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. นเหตุสเหตุเกหิ สี. น เหตู สเหตุเกหิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรม ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปจฺจเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อสงฺขเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัย ปรุงแต่งสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สนิทสฺสเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เห็นได้ สภาวธรรมที่กระทบได้สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ ธาตุ ๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รูปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นรูปสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อรูปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. โลกุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาสเวหิ เจว สาสเวหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาสเวหิ เจว อาสวสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็น อารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาสวสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาสวสมฺป- ยุตฺเตหิ เจว โน จ อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อาสววิปฺปยุตฺเตหิ อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สญฺโญชเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. คนฺเถหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. โอเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. โยเคหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. นีวรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปรามาเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปรามาเสหิ เจว ปรามฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ ของปรามาสสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปรามาสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปรามาส-วิปฺปยุตฺเตหิ อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมาฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ ของปรามาส สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. โน จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตวิสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. พาหิเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อุปาทาธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่มี จิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่เป็นไป ตามจิต สภาวธรรมที่เป็นภายนอก สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และ ธาตุ ๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นจิตสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เจตสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อชฺฌตฺติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นภายในตนสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และ ธาตุ ๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปาทาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลเสหิ เจว สงฺกิเลสิเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลเสหิ เจว สงฺกิลิฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลเสหิ เจว กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ฯเปฯ เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและ กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสสภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ ธาตุ ๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สงฺกิลิฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สงฺกิลิฏฺเฐหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ อสํกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สปฺปีติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อุเปกฺขาสหคเตหิ

ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. น กามาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. รูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อรูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อปริยาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. นิยฺยานิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. นิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. อนุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา. สรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา. เต ธมฺมา กติหิ ขนฺเธหิ กติหายตเนหิ กติหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา? เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา.

รูปญฺจ ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ

อิตฺถิปุมํ ชีวิตํ นามรูปํ

เทฺว ภวา ชาติชรา มจฺจุรูปํ

อนารมฺมณํ โน จิตฺตํ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ.

วิสํสฏฺฐํ สมุฏฺฐานสหภุ อนุปริวตฺติ

พาหิรํ อุปาทา เทฺว วีสติ (๑) เอส นโย สุพุทฺโธ.

อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตปทนิทฺเทโส ปญฺจโม.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม.สี. วิสโย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็น อรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะ และธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร

สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ ธาตุ ๑๐

รวมบทธรรมในปัญจมนัย ๒๒ บท

รูป ๑ ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ อิตถินทรีย์ ๑ ปุริสินทรีย์ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ นามรูป ๑ ภพ ๒ (อสัญญีภพและเอกโวการภพ) ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ บทที่เป็นรูป ๑ อนารัมมณบท ๑ โนจิตตบท ๑ จิตตวิปปยุตตบท ๑

จิตตวิสังสัฏฐบท ๑ จิตตสมุฏฐานบท ๑ จิตตสหภูบท ๑ จิตตานุปริวัตติบท ๑ พาหิรบท ๑ อุปาทาบท ๑ นัย ๒๒ บทนี้เป็นวิสัยแห่งปุจฉาและวิสัชนา

อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทสที่ ๕ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ในอรรถกถาได้แสดงอุททานคาถาไว้โดยสมบูรณ์ดังนี้ :- <c>รวมบทธรรมในปัญจมนัย ๒๕๗ บท</c> <c>ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๒๒ ปฏิจจสมุปบาท ๒๓</c> <c>ต่อจากปฏิจจสมุปบาท ๑๖ ในติกะ ๔๓ บท ในโคจฉกะ ๗๒ บท ในจูฬันตรทุกะ ๗ ในมหันตรทุกะ ๑๘ ปิฏฐิทุกะ ๑๘ พึงทราบว่าที่เหลือท่านไม่กล่าวไว้ ณ ที่นี้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๓/๑๖)</c>

จบ ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส