พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี นิกเขปกัณฑ์ · อัตถุทธารกัณท์
อุปาทานโคจฉกะ เล่ม ๓๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๕๖–๙๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในอัตถุทธารกัณท์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี นิกเขปกัณฑ์ อัตถุทธารกัณท์ อุปาทานโคจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๔ หน้า ๔๔๐–๔๔๓
{๙๕๔} [๑๕๔๙] ธรรมอาศัยมหาภูตรูปเกิด เป็นไฉน
จักขายตนะ ... กพฬิงการาหาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม อาศัยมหาภูตรูปเกิด
[๑๕๕๐] ธรรมไม่อาศัยมหาภูตรูปเกิด เป็นไฉน
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ มหาภูตรูป ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมไม่อาศัย มหาภูตรูปเกิด{๙๕๕} [๑๕๕๑] ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครอง เป็นไฉน
วิบากในภูมิ ๓ และรูปที่กรรมแต่งขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม อันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครอง[๑๕๕๒] ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง เป็นไฉน
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปที่กรรมไม่ได้ แต่งขึ้น มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่าธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง
จบ มหันตรทุกะ
อุปาทานโคจฉกะ
{๙๕๖} [๑๕๕๓] ธรรมเป็นอุปาทาน เป็นไฉน
อุปาทาน ๔ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน
กามุปาทานเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง
ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทานเกิดขึ้นในจิตตุปบาท ที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมเป็นอุปาทาน
[๑๕๕๔] ธรรมไม่เป็นอุปาทาน เป็นไฉน
อกุศลที่เหลือ เว้นอุปาทานทั้งหลาย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม ไม่เป็นอุปาทาน{๙๕๗} [๑๕๕๕] ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูป ทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
[๑๕๕๖] ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่าธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
{๙๕๘} [๑๕๕๗] ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน เป็นไฉน
จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะสัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทที่ สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง เว้นโลภะที่เกิดขึ้นในจิตตุป บาทเหล่านี้ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน[๑๕๕๘] ธรรมวิปปยุตจากอุปาทาน เป็นไฉน
โลภะที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม วิปปยุตจากอุปาทาน
{๙๕๙} [๑๕๕๙] ธรรมเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน
อุปาทานธรรมเหล่านั้นแหละชื่อว่าธรรมเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ ของอุปาทาน
[๑๕๖๐] ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน เป็นไฉน
อกุศลที่เหลือ เว้นอุปาทานทั้งหลาย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานจะกล่าวว่าธรรมเป็นอุปาทานและเป็น อารมณ์ของอุปาทานก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็น อุปาทานก็ไม่ได้{๙๖๐} [๑๕๖๑] ธรรมเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน เป็นไฉน
ทิฏฐิและโลภะ เกิดขึ้นร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าธรรมเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน
[๑๕๖๒] ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน เป็นไฉน
จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง เว้นอุปาทานทั้งหลายที่เกิดขึ้น ในจิตตุปบาทเหล่านี้ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ ไม่เป็นอุปาทานธรรมวิปปยุตจากอุปาทานจะกล่าวว่าธรรมเป็นอุปาทานและสัมปยุต ด้วยอุปาทานก็ไม่ได้ ว่าธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็ไม่ได้{๙๖๑} [๑๕๖๓] ธรรมวิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็น ไฉน
โลภะที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน[๑๕๖๔] ธรรมวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่า นี้ชื่อว่าธรรมวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทานจะกล่าวว่าธรรมวิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานก็ไม่ได้ ว่าธรรมวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานก็ไม่ได้
จบ อุปาทานโคจฉกะ
กิเลสโคจฉกะ
{๙๖๒} [๑๕๖๕] ธรรมเป็นกิเลส เป็นไฉน
กิเลสวัตถุ ๑๐ คือ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ
โลภะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง
โทสะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวง
โมหะเกิดขึ้นในอกุศลทั้งปวง
มานะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง
ทิฏฐิเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง
วิจิกิจฉาเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ถีนะเกิดขึ้นในอกุศลจิตที่เป็นสสังขาริก
จบ อุปาทานโคจฉกะ