arnon.world

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต · นิสสายวรรค

มนสิการสูตร เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในนิสสายวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

มนสิการสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรค มนสิการสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

บาลี (สยามรัฐ)

๘ อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ สิยา นุ โข ภนฺเต ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา น จกฺขุํ มนสิกเรยฺย น รูปํ มนสิกเรยฺย น โสตํ มนสิกเรยฺย น สทฺทํ มนสิกเรยฺย น ฆานํ มนสิกเรยฺย น คนฺธํ มนสิกเรยฺย น ชิวฺหํ มนสิกเรยฺย น รสํ มนสิกเรยฺย น กายํ มนสิกเรยฺย น โผฏฺฐพฺพํ มนสิกเรยฺย น ปฐวึ มนสิกเรยฺย น อาปํ มนสิกเรยฺย น เตชํ มนสิกเรยฺย น วายํ มนสิกเรยฺย น อากาสานญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น วิญฺญาณญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น อากิญฺจญฺญายตนํ มนสิกเรยฺย น เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ

มนสิกเรยฺย น อิธโลกํ มนสิกเรยฺย น ปรโลกํ มนสิกเรยฺย ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมฺปิ น มนสิกเรยฺย มนสิ จ ปน กเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺท ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา น จกฺขุํ มนสิกเรยฺย น รูปํ มนสิกเรยฺย น โสตํ มนสิกเรยฺย น สทฺทํ มนสิกเรยฺย น ฆานํ มนสิกเรยฺย น คนฺธํ มนสิกเรยฺย น ชิวฺหํ มนสิกเรยฺย น รสํ มนสิกเรยฺย น กายํ มนสิกเรยฺย น โผฏฺฐพฺพํ มนสิกเรยฺย น ปฐวึ มนสิกเรยฺย น อาปํ มนสิกเรยฺย น เตชํ มนสิกเรยฺย น วายํ มนสิกเรยฺย น อากาสานญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น วิญฺญาณญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น อากิญฺจญฺญายตนํ มนสิกเรยฺย น เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ

มนสิกเรยฺย น อิธโลกํ มนสิกเรยฺย น ปรโลกํ มนสิกเรยฺย ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมฺปิ น มนสิกเรยฺย มนสิ จ ปน กเรยฺยาติ ฯ ยถากถํ ปน ภนฺเต สิยา ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา น จกฺขุํ มนสิกเรยฺย น รูปํ มนสิกเรยฺย ฯเปฯ ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมฺปิ น มนสิกเรยฺย มนสิ จ ปน กเรยฺยาติ ฯ

อิธานนฺท ภิกฺขุ เอวํ มนสิกโรติ เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานนฺติ เอวํ โข อานนฺท สิยา ภิกฺขุโน ตถารูโป สมาธิปฏิลาโภ ยถา น จกฺขุํ มนสิกเรยฺย น รูปํ มนสิกเรยฺย น โสตํ มนสิกเรยฺย น สทฺทํ มนสิกเรยฺย น ฆานํ มนสิกเรยฺย น คนฺธํ มนสิกเรยฺย น ชิวฺหํ มนสิกเรยฺย น รสํ มนสิกเรยฺย น กายํ มนสิกเรยฺย น โผฏฺฐพฺพํ มนสิกเรยฺย น ปฐวึ มนสิกเรยฺย น อาปํ มนสิกเรยฺย น เตชํ มนสิกเรยฺย น วายํ มนสิกเรยฺย น อากาสานญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น วิญฺญาณญฺจายตนํ มนสิกเรยฺย น อากิญฺจญฺญายตนํ มนสิกเรยฺย น เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ มนสิกเรยฺย น อิธโลกํ มนสิกเรยฺย น ปรโลกํ มนสิกเรยฺย ยมิทํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา ตมฺปิ น มนสิกเรยฺย มนสิ จ ปน กเรยฺยาติ ฯ

๑ ม. เจว ฯ ๒ โป. วิคณฺหิสฺสติ ฯ ยุ. วิคฺคหิสฺสติ ฯ ๓ ม. เอเตหิ อกฺขเรหิ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พึงมีได้หรือหนอแล การที่ภิกษุได้สมาธิโดยประการที่ตนไม่พึงกระทำจักษุไว้ในใจไม่พึงกระทำรูปไว้ในใจ ไม่พึงกระทำเสียงไว้ในใจ ไม่พึงกระทำจมูกไว้ในใจ ไม่พึงกระทำกลิ่นไว้ในใจ ไม่พึงกระทำลิ้นไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรสไว้ในใจ ไม่พึงกระทำกายไว้ในใจไม่พึงกระทำโผฏฐัพพะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำปฐวีธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอาโปธาตุไว้ในใจไม่พึงกระทำเตโชธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำวาโยธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอากาสานัญจายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำวิญญาณัญจายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอากิญจัญญายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำเนวสัญญานาสัญญายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำโลกนี้ไว้ในใจ ไม่พึงกระทำโลกหน้าไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึงแล้ว ที่แสวงหาแล้ว ที่ตรองตามแล้วด้วยใจ ก็แต่ว่าพึงทำไว้ในใจ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอานนท์ พึงมีได้ การที่ภิกษุได้สมาธิ โดยประการที่ตนไม่พึงกระทำจักษุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรูปไว้ในใจ ... ไม่พึงกระทำรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยินอารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึงแล้ว ที่แสวงหาแล้ว ที่ตรองตามแล้วด้วยใจ ไว้ในใจ ก็แต่ว่าพึงทำไว้ในใจ ฯ

อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พึงมีได้อย่างไร การที่ภิกษุได้สมาธิโดยประการที่ตนไม่พึงกระทำจักษุไว้ในใจ ฯลฯ ไม่พึงกระทำรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยินอารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้งที่ถึงแล้ว ที่แสวงหาแล้ว ที่ตรองตามแล้วด้วยใจไว้ในใจ ก็แต่ว่าพึงทำไว้ในใจ ฯ

พ. ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมทำไว้ในใจอย่างนี้ว่าธรรมชาตินั่นสงบธรรมชาตินั่นประณีต คือ ความสงบสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหาความสิ้นกำหนัด ความดับ นิพพาน ดูกรอานนท์ พึงมีได้อย่างนี้แล การที่ภิกษุได้สมาธิโดยประการที่ตนไม่พึงกระทำจักษุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรูปไว้ในใจ ไม่พึงกระทำหูไว้ในใจ ไม่พึงกระทำเสียงไว้ในใจ ไม่พึงกระทำจมูกไว้ในใจ ไม่พึงกระทำกลิ่นไว้ในใจ ไม่พึงกระทำลิ้นไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรสไว้ในใจ ไม่พึงกระทำกายไว้ในใจ ไม่พึงกระทำโผฏฐัพพะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำปฐวีธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอาโปธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำเตโชธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำวาโยธาตุไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอากาสานัญจายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำวิญญาณัญจายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำอากิญจัญญายตนะไว้ในใจ ไม่พึงกระทำเนวสัญญานาสัญญายตนะไว้ในใจไม่พึงกระทำโลกนี้ไว้ในใจ ไม่พึงกระทำโลกหน้าไว้ในใจ ไม่พึงกระทำรูปที่ได้เห็นเสียงที่ได้ยินอารมณ์ที่ทราบ ธรรมที่รู้แจ้ง ที่ถึงแล้ว ที่แสวงหาแล้ว ที่ตรองตามแล้วด้วยใจ ไว้ในใจ ก็แต่ว่าพึงกระทำไว้ในใจ ฯ

จบสูตรที่ ๘

จบ มนสิการสูตร