พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ · อุโปสถวรรค
อิธโลกสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอุโปสถวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรค อิธโลกสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๓ หน้า ๓๓๗–๓๔๑
มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการเสียสละ เป็นผู้ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกแจกทานอยู่ครองเรือนดูก่อนนกุลมาตา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล หลัง จากตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาเหล่ามนาปกายิกา”สตรีผู้มีปรีชาย่อมไม่ดูหมิ่นสามีผู้หมั่นเพียรขวนขวาย
อยู่เป็นนิตย์ เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ทั้งให้ความปรารถนา
ทั้งปวง
ไม่ทำสามีให้ขุ่นเคืองด้วยการประพฤติแสดงความ
หึงหวงสามี และบูชาผู้ที่เป็นที่เคารพของสามีทุกคน
เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้าน สงเคราะห์คนข้างเคียง
ของสามี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามี
หามาได้
นารีใดประพฤติตามความพอใจของสามีได้อย่างนี้ นารี
นั้นย่อมเข้าถึงความเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา
๙. ปฐมอิธโลกิกสูตร
ว่าด้วยคุณธรรมของมาตุคามผู้จะมีชัยชนะ สูตรที่ ๑
{๑๓๙} [๔๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ปุพพาราม ปราสาทของมิคารมารดา ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล นางวิสาขามิคารมารดา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มี พระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง
- ๑คหปตานี แม่เจ้าเรือน หญิงที่มีอันจะกิน แม่บ้าน แม่เรือน (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๑๗๖) เป็นคำคู่กับคำว่าคฤหบดี
- <*> มนาปกายิกา - ผู้รวบรวม
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะนางวิสาขามิคารมารดาว่า “ดูก่อนวิสาขา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว ธรรม ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ มาตุคามในโลกนี้
(๑) เป็นผู้จัดการงานดี
(๒) สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี
(๓) ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี
(๔) รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้จัดการงานดีอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานภายในบ้านของสามี คือ การทำผ้าขนสัตว์หรือการทำผ้าฝ้าย ประกอบด้วยปัญญาอันเป็นอุบายในการงานนั้น ๆ อาจทำ อาจจัดได้ ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้จัดการงานดีอย่างนี้แล
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้ คนเหล่าใดเป็นคนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกร การงานที่คนเหล่านั้นทำแล้วก็รู้ว่าทำแล้ว ยังไม่ได้ทำก็รู้ว่ายังไม่ได้ทำ ย่อมรู้ผู้ที่ป่วยไข้ว่ามีกำลังหรือไม่มีกำลัง และแบ่งปันของเคี้ยวของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างนี้แลดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติเป็นที่พอใจของสามีอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้ไม่ประพฤติสิ่งอันไม่เป็นที่พอใจของสามีแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าประพฤติเป็นที่พอใจของสามีอย่างนี้แล
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่ารักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้อย่างไร คือ สิ่งใดที่สามีหามาได้ จะเป็นทรัพย์ ข้าวเปลือก เงิน หรือทองก็ตาม ย่อมรักษา
คุ้มครองสิ่งนั้นให้พร้อมมูลไว้ และไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่ารักษา ทรัพย์ที่สามีหามาได้อย่างนี้แล
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่าปรารภโลกหน้าแล้ว ธรรม ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ มาตุคามในโลกนี้
(๑) เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา (๒) เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
(๓) เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ (๔) เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาอย่างไร คือมาตุคามในโลกนี้เป็นผู้มีศรัทธา คือ เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า‘แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้เบิกบานแล้ว ทรงเป็นผู้จำแนกธรรม ’ ดูก่อนวิสาขามาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาอย่างนี้แลดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต เว้นขาดจากอทินนาทาน เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร เว้นขาดจากมุสาวาท และเว้นขาดจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้แล
- ๑ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้วหมายถึงเป็นผู้ได้ริเริ่มระดมความเพียรอย่างมุ่งมั่นเพื่อให้การงานที่ต้อง จัดต้องทำในโลกนี้สำเร็จผลบริบูรณ์แล้ว (นัย องฺ.อฏฺฐก.อ. ๒๖๐)
ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างไร คือ มาตุคาม ในโลกนี้มีจิตปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือ อันชุ่ม ยินดีในการเสียสละ เป็นผู้ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกแจกทาน อยู่ครองเรือน ดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างนี้แลดูก่อนวิสาขา มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญาที่ตามเห็นความเกิดและความดับ เป็นปัญญาประเสริฐ เป็นไปเพื่อความรู้แจ้งแทงตลอด เป็นหนทางจะให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ดูก่อนวิสาขา มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา อย่างนี้แลดูก่อนวิสาขา มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลชื่อว่าเป็นผู้ ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่าปรารภโลกหน้าแล้ว”
มาตุคามเป็นผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียง
ของสามีดี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์
ที่สามีหามาได้
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล รู้ความประสงค์
ปราศจากความตระหนี่ ชำระทางสัมปรายิกัตถประโยชน์
อยู่เป็นนิตย์
นารีใดมีธรรม ๘ ประการดังกล่าวมานี้ ปราชญ์
ทั้งหลายกล่าวสรรเสริญนารีแม้นั้นว่าเป็นผู้มีศีล ตั้งอยู่
ในธรรม พูดแต่คำจริง
อุบาสิกาผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖ อย่าง ประกอบ
ด้วยองค์คุณ ๘ ประการเช่นนี้ ย่อมเข้าถึงเทวโลก
เหล่ามนาปกายิกา
- ๑พระพุทธคุณ ๙ บท ดูความหมายที่เชิงอรรถในข้อ ๔ (วิตถตพลสูตร ธนวรรค สัตตกนิบาต) หน้า ๕-๗ ในเล่มนี้
๑๐. ทุติยอิธโลกิกสูตร
ว่าด้วยคุณธรรมของมาตุคามผู้จะมีชัยชนะ สูตรที่ ๒
{๑๔๐} [๕๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว ธรรม ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ มาตุคามในโลกนี้
(๑) เป็นผู้จัดการงานดี
(๒) สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี
(๓) ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี
(๔) รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้จัดการงานดีอย่างไร คือมาตุคามในโลกนี้เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานภายในบ้านของสามี คือ การทำผ้าขนสัตว์หรือการทำผ้าฝ้าย ประกอบด้วยปัญญาอันเป็นอุบายในการงานนั้น อาจทำ อาจจัดได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้จัดการงานดีอย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้ คนเหล่าใดเป็นคนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกร การงานที่คนเหล่านั้นทำแล้วก็รู้ว่าทำแล้ว ยังไม่ได้ทำก็รู้ว่ายังไม่ได้ทำ ย่อมรู้ผู้ที่ป่วยไข้ว่ามีกำลังหรือไม่มีกำลัง และแบ่งปันของเคี้ยวของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคาม ชื่อว่าเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี อย่างไร คือ มาตุคามในโลกนี้ไม่ประพฤติสิ่งอันไม่เป็นที่พอใจของสามี แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามชื่อว่าประพฤติเป็นที่ พอใจของสามีอย่างนี้แล
จบ อิธโลกสูตร ที่ ๑