พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · วัชชีวรรค
หานิสูตร เล่ม ๒๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวัชชีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
หานิสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรค หานิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)
สตฺติเม ภิกฺขเว ธมฺมา อุปาสกสฺส ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม สตฺต ภิกฺขุทสฺสนํ หาเปติ สทฺธมฺมสฺสวนํ ปมชฺชติ อธิสีเล น สิกฺขติ อปฺปสาทพหุโล โหติ ภิกฺขูสุ เถเรสุ เจว นเวสุ จ มชฺฌิเมสุ จ อุปารมฺภจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ รนฺธคเวสี อิโต พหิทฺธา ทกฺขิเณยฺยํ คเวสติ ตตฺถ จ ปุพฺพการํ กโรติ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต ธมฺมา อุปาสกสฺส ปริหานาย สํวตฺตนฺติ ฯ สตฺติเม ภิกฺขเว ธมฺมา อุปาสกสฺส อปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม สตฺต ภิกฺขุทสฺสนํ น หาเปติ สทฺธมฺมสฺสวนํ นปฺปมชฺชติ อธิสีเล สิกฺขติ ปสาทพหุโล โหติ ภิกฺขูสุ เถเรสุ เจว นเวสุ จ มชฺฌิเมสุ จ อนุปารมฺภจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ น รนฺธคเวสี น อิโต พหิทฺธา ทกฺขิเณยฺยํ คเวสติ อิธ จ ปุพฺพการํ กโรติ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต ธมฺมา อุปาสกสฺส อปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ
ทสฺสนํ ภาวิตตฺตานํ โย หาเปติ อุปาสโก
สวนญฺจ อริยธมฺมานํ อธิสีเล น สิกฺขติ
อปฺปสาโท จ ภิกฺขูสุ ภิยฺโย ภิยฺโย ปวฑฺฒติ
อุปารมฺภกจิตฺโต จ สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ
อิโต จ พหิทฺธา อญฺญํ ทกฺขิเณยฺยํ คเวสติ
ตตฺเถว จ ปุพฺพการํ โย กโรติ อุปาสโก
เอเต โข ปริหานีเย ๑ สตฺต ธมฺเม สุเทสิเต
อุปาสโก เสวมาโน สทฺธมฺมา ปริหายติ ฯ
ทสฺสนํ ภาวิตตฺตานํ โย น หาเปติ อุปาสโก
สวนญฺจ อริยธมฺมานํ อธิสีเล จ สิกฺขติ
ปสาโท จสฺส ภิกฺขูสุ ภิยฺโย ภิยฺโย ปวฑฺฒติ
อนุปารมฺภจิตฺโต จ สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ
น อิโต พหิทฺธา อญฺญํ ทกฺขิเณยฺยํ คเวสติ
อิเธว จ ปุพฺพการํ โย กโรติ อุปาสโก
เอเต โข อปริหานีเย สตฺต ธมฺเม สุเทสิเต
อุปาสโก เสวมาโน สทฺธมฺมา น จ หายตีติ ๑ ฯ
๑-๕ ม. เสโข ฯ ๒ ม. น ฯ ๓ ๖ ม. เตสุ ฯ ๔ ม. อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ
๑ ม. ปริหานิเย ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก๗ ประการเป็นไฉน คือ อุบาสกขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๑ละเลยการฟังธรรม ๑ ไม่ศึกษาในอธิศีล ๑ ไม่มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ ทั้งเป็นผู้ใหม่ ทั้งปานกลาง ๑ตั้งจิตติเตียนคอยเพ่งโทษฟังธรรม ๑แสวงหาเขตบุญภายนอกศาสนานี้ ๑ ทำสักการะก่อนในเขตบุญภายนอกศาสนานี้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสกดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก๗ ประการเป็นไฉน คือ อุบาสกไม่ขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุ ๑ ไม่ละเลยการฟังธรรม ๑ ศึกษาในอธิศีล ๑ มากด้วยความเลื่อมใสในภิกษุทั้งที่เป็นเถระ ทั้งเป็นผู้ใหม่ทั้งปานกลาง ๑ ไม่ตั้งจิตติเตียน ไม่คอยเพ่งโทษฟังธรรม ๑ ไม่แสวงหาเขตบุญภายนอกศาสนานี้ ๑ กระทำสักการะก่อนในเขตบุญในศาสนานี้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก ฯ
อุบาสกใดขาดการเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรมตน ละเลยการฟัง
อริยธรรม ไม่ศึกษาในอธิศีล มีความไม่เลื่อมใสเจริญยิ่งๆ
ขึ้นไป ในภิกษุทั้งหลาย ตั้งจิตติเตียนปรารถนาฟังสัทธรรม
แสวงหาเขตบุญอื่นภายนอกศาสนานี้ และกระทำสักการะ
ก่อนในเขตบุญภายนอกศาสนานี้ อุบาสกนั้นซ่องเสพธรรม
อันเป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม อันเราแสดงแล้ว ๗ ประการ
นี้แล ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม อุบาสกใดไม่ขาดการเยี่ยม
เยียนภิกษุผู้อบรมตน ไม่ละเลยการฟังอริยธรรม ศึกษาอยู่
ในอธิศีล มีความเลื่อมใสเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปในภิกษุทั้งหลาย
ไม่ตั้งจิตติเตียนปรารถนาฟังสัทธรรม ไม่แสวงหาเขตบุญอื่น
ภายนอกศาสนานี้ และกระทำสักการะก่อนในเขตบุญใน
ศาสนานี้ อุบาสกนั้นซ่องเสพธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่ง
ความเสื่อม อันเราแสดงดีแล้ว ๗ ประการนี้แล ย่อมไม่
เสื่อมจากสัทธรรม ฯ
จบสูตรที่ ๙
จบ หานิสูตร