พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · อาฆาตวรรค
๙. นิสันติสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอาฆาตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรค นิสันติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๒๘๔–๒๘๕
ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมาสมาธิย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย เมื่อยถาภูตญาณ ทัสสนะมีอยู่ นิพพิทาและวิราคะของภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยยถาภูตญาณ ทัสสนะย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย เมื่อนิพพิทาและวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณ ทัสสนะของภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยนิพพิทาและวิราคะย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เหมือนต้นไม้ที่สมบูรณ์ด้วยกิ่งและใบ กะเทาะก็ดี เปลือกก็ดี กระพี้ก็ดี แก่นก็ดีของต้นไม้นั้นย่อมถึงความสมบูรณ์ได้ ฉันใด ฉันนั้นเหมือนกัน ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย สัมมาสมาธิของภิกษุผู้มีศีลผู้ถึงพร้อม ด้วยศีลย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสสนะ ของภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมาสมาธิย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย เมื่อยถาภูตญาณ ทัสสนะมีอยู่ นิพพิทาและวิราคะของภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยยถาภูตญาณทัสสนะ ย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย เมื่อนิพพิทาและวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณทัสสนะ ของภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยนิพพิทาและวิราคะย่อมสมบูรณ์ด้วยเหตุปัจจัย”
๙. ขิปปนิสันติสูตร
ว่าด้วยเหตุให้คิดได้เร็วและเรียนได้ดี
{๑๖๙} [๑๖๙] ครั้งนั้นแล พระอานนท์เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึก ถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนี่ง แล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า
“ดูก่อนท่านสารีบุตร ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล ภิกษุจึงจะเป็นผู้ เข้าใจได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย เรียนได้ดี เรียนได้มาก และสิ่งที่เธอเรียน แล้วย่อมไม่ลืม”
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านอานนท์แลเป็นพหูสูต ข้อความนั้น ย่อมแจ่มแจ้งแก่ท่านอานนท์ทีเดียว”
“ดูก่อนท่านสารีบุตร ถ้าเช่นนั้น ท่านจงฟัง จงใส่ใจให้ดี ผมจักกล่าวให้ฟัง” ท่านพระสารีบุตรรับคำท่านพระอานนท์ว่า “อย่างนั้นก็ได้ อาวุโส”
ท่านพระอานนท์ได้กล่าวว่า “ดูก่อนท่านสารีบุตร ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้
(๑) เป็นผู้ฉลาดในอรรถ (๒) เป็นผู้ฉลาดในธรรม
(๓) เป็นผู้ฉลาดในพยัญชนะ (๔) เป็นผู้ฉลาดในนิรุตติ
(๕) เป็นผู้ฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล ภิกษุจึงจะเป็นผู้เข้าใจได้เร็วในกุศลธรรม ทั้งหลาย เรียนได้ดี เรียนได้มาก และสิ่งที่เธอเรียนแล้วย่อมไม่ลืม”
“น่าอัศจรรย์นัก อาวุโส น่าแปลกใจนัก อาวุโส ตามที่ท่านอานนท์ กล่าวไว้ดีแล้วนี้ และพวกเราจะขอทรงจำท่านอานนท์ผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้ไว้ว่า ‘ท่านอานนท์เป็นผู้ฉลาดในอรรถ ฉลาดในธรรม ฉลาดในพยัญชนะ ฉลาดในนิรุตติ และฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย”
๑๐. ภัททชิสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่เป็นยอด ๕ ประการ
{๑๗๐} [๑๗๐] สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ที่โฆสิตาราม ใกล้พระนครโกสัมพี ครั้งนั้นแล ท่านพระภัททชิเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว
- ๑ในพระสูตรนี้ ฉลาดในอรรถ หมายถึงเชี่ยวชาญในอรรถกถา ฉลาดในธรรม หมายถึงเชี่ยวชาญ ในพระบาลี ฉลาดในพยัญชนะ หมายถึงเชี่ยวชาญในประเภทแห่งอักษร ฉลาดในนิรุตติ หมายถึงเชี่ยวชาญในการใช้ภาษา ฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย หมายถึงเชี่ยวชาญในเบื้องต้น เบื้องปลายแห่งอรรถ ธรรม บท อักษร และอนุสนธิ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๖๕)
จบ ๙. นิสันติสูตร