arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · สัญญาวรรค

๒. สัญญาสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรค สัญญาสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๑๑๕–๑๑๖

หน้า ๑๑๕

(๑) อสุภสัญญา (๒) มรณสัญญา

(๓) อาทีนวสัญญา (๔) อาหาเรปฏิกูลสัญญา

(๕) สัพพโลเกอนภิรตสัญญา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัญญา ๕ ประการนี้แลอันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด”

๒. ทุติยสัญญาสูตร

ว่าด้วยสัญญาที่มีผลมาก ๕ ประการ

{๖๒} [๖๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัญญา ๕ ประการนี้อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะ เป็นที่สุด สัญญา ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

(๑) อนิจจสัญญา (๒) อนัตตสัญญา

(๓) มรณสัญญา (๔) อาหาเรปฏิกูลสัญญา

(๕) สัพพโลเกอนภิรตสัญญา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัญญา ๕ ประการนี้แลอันบุคคลเจริญแล้ว ทำ ให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ร่างกายอันมีความเจ็บไข้ต่าง ๆ (๔) อาหาเรปฏิกูลสัญญา หมายถึงความกำหนดหมายว่าเป็นของปฏิกูลในอาหาร (๕) สัพพโลเกอนภิรตสัญญา หมายถึงความกำหนดหมายว่าไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง (นัย องฺ.เอกก.อ. ๔๖๙-๔๗๐)
  2. ๑อมตะ หมายถึงพระนิพพาน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓๓)
  3. ๒อนิจจสัญญา หมายถึงความกำหนดหมายความไม่เที่ยงแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ อนัตตสัญญา หมาย
  4. ถึงความกำหนดหมายความเป็นอนัตตาในอุปาทานขันธ์ ๕ (องฺ.เอกก.อ. ๔๖๙, องฺ.ปญฺจก.อ. ๓๕)
หน้า ๑๑๖

๓. ปฐมวัฑฒิสูตร

ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ

{๖๓} [๖๓] ‘‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้เจริญ๕ ประการ ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้เจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่า เป็นผู้ถือเอาสาระและถือเอาสิ่งประเสริฐแห่งกายไว้ได้ ธรรมเป็นเหตุให้เจริญ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

(๑) เจริญด้วยศรัทธา (๒) เจริญด้วยศีล

(๓) เจริญด้วยสุตะ (๔) เจริญด้วยจาคะ

(๕) เจริญด้วยปัญญา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้เจริญ ๕ ประการนี้แล ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้เจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาสาระและถือเอาสิ่งประเสริฐแห่งกายไว้ได้”อริยสาวกผู้ใดย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ทั้งสองฝ่าย อริยสาวกผู้เช่นนั้นจัดเป็นสัตบุรุษ มีปรีชาเห็นประจักษ์ ชื่อว่าย่อมถือเอาสาระแห่งตนในโลก นี้ไว้ได้ทีเดียว

๔. ทุติยวัฑฒิสูตร

ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ

{๖๔} [๖๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวิกาผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้ เจริญ ๕ ประการ ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุให้เจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาสาระและถือเอาสิ่งประเสริฐแห่งกายไว้ได้ ธรรมเป็นเหตุ ให้เจริญ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

จบ ๒. สัญญาสูตร ที่ ๒