พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · พลวรรค
๔. วิตถตสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในพลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรค วิตถตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๑๙–๒๑
๓. สังขิตตสูตร
ว่าด้วยกำลัง ๕ ประการ โดยย่อ
{๑๓} [๑๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังมี ๕ ประการนี้ กำลัง ๕ ประการคือ อะไรบ้าง คือ
(๑) กำลังคือศรัทธา (๒) กำลังคือวิริยะ
(๓) กำลังคือสติ (๔) กำลังคือสมาธิ
(๕) กำลังคือปัญญา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังมี ๕ ประการนี้แล”
4. วิตถตสูตร
ว่าด้วยกำลัง ๕ ประการ โดยพิสดาร
{๑๔} [๑๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายกำลังมี ๕ ประการนี้ กำลัง ๕ ประการ คือ อะไรบ้าง คือ
(๑) กำลังคือศรัทธา (๒) กำลังคือวิริยะ
(๓) กำลังคือสติ (๔) กำลังคือสมาธิ
(๕) กำลังคือปัญญา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังคือศรัทธาเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรมวินัย นี้เป็นผู้มีศรัทธา คือ เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระอรหันต์ … ทรงเป็นผู้เบิกบานแล้ว ทรงเป็นผู้จำแนกธรรม’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากำลังคือศรัทธาดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กำลังคือวิริยะเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรม
วินัยนี้เป็นผู้ปรารภความเพียรเพื่อจะละอกุศลธรรม เพื่อจะยังกุศลธรรมให้ถึงพร้อม คือเป็นผู้เข้มแข็ง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดทิ้งธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากำลังคือวิริยะ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กำลังคือสติเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีสติ ประกอบด้วยสติเครื่องรักษาตัวชั้นเยี่ยม คือ ระลึกตามแม้สิ่งที่ทำ แม้คำที่พูดไว้นานแล้วได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากำลังคือสติ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กำลังคือสมาธิเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรม วินัยนี้สงัดแล้วจากกาม สงัดแล้วจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอบรรลุทุติยฌานที่มีความผ่องใสในภายใน มีภาวะที่จิตเป็นเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอมีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุข ด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ‘ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข’ ดังนี้อยู่ เธอบรรลุจตุตถฌาน ที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา เพราะละสุขละทุกข์ได้และเพราะโสมนัสโทมนัสดับไปก่อนแล้วอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า กำลังคือสมาธิดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กำลังคือปัญญาเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญาที่ตามเห็นความเกิดและความดับ เป็นปัญญาประเสริฐ เป็นไปเพื่อความรู้แจ้งแทงตลอด เป็นหนทางจะให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากำลังคือปัญญา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังมี ๕ ประการนี้แล”
๕. ทัฏฐัพพสูตร
ว่าด้วยที่ที่จะพึงเห็นกำลังได้ ๕
{๑๕} [๑๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลัง ๕ ประการนี้ กำลัง ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) กำลังคือศรัทธา (๒) กำลังคือวิริยะ
(๓) กำลังคือสติ (๔) กำลังคือสมาธิ
(๕) กำลังคือปัญญา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็กำลังคือศรัทธาพึงเห็นได้ที่ไหน พึงเห็นได้ใน โสตาปัตติยังคะ ๔ พึงเห็นกำลังคือศรัทธาได้ในที่นี้กำลังคือวิริยะพึงเห็นได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในสัมมัปปธาน ๔ พึงเห็นกำลัง คือวิริยะได้ในที่นี้กำลังคือสติพึงเห็นได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในสติปัฏฐาน ๔ พึงเห็นกำลังคือ สติในที่นี้กำลังคือสมาธิพึงเห็นได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในฌาน ๔ พึงเห็นกำลังคือ สมาธิในที่นี้กำลังคือปัญญาพึงเห็นได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในอริยสัจ ๔ พึงเห็นกำลังคือ ปัญญาในที่นี้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลัง ๕ ประการนี้แล
- ๑โสดาปัตติยังคะ องค์เครื่องบรรลุโสดา หมายถึงองค์ธรรมส่วนเบี้องต้นอันเป็นเหตุให้ได้บรรลุ ความเป็นพระโสดาบัน ๔ ประการ ซึ่งจำแนกเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ ได้แก่ (๑) การ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า (๒) การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม (๓) การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์(๔) การประกอบ ด้วยอริยศีล ประเภทที่ ๒ ได้แก่ (๑) สัปปุริสสังเสวะ การคบสัตบุรุษ (๒) สัทธัมมัสสวนะ การฟังคำสั่งสอนของท่าน (๓) โยนิโสมนสิการ การทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ (๔) ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม {สํ.ม.(แปล) ๑๙/๙๙๗,๑๐๐๑/๕๐๔-๕๐๕,๕๑๐, สํ.ม.อ. ๓๕๘}
จบ ๔. วิตถตสูตร