arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ · พราหมณวรรค

๔. การณปาลีสูตร เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในพราหมณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรค การณปาลีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๓๓๑–๓๓๓

หน้า ๓๓๑

แจ่มแจ้งนัก พระภาษิตของพระองค์ไพเราะนัก พระพทธเจ้าข้า ... ขอพระโคดมผู้ เจริญได้โปรดจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่ วันนี้เป็นต้นไป”

๔. การณปาลีสูตร

ว่าด้วยเหตุที่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

{๑๙๔} [๑๙๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี สมัยนั้น การณปาลีพราหมณ์ใช้คนทำงาน ของเจ้าลิจฉวีอยู่ ได้เห็นปิงคิยานีพราหมณ์ เดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้ถามว่า “อ้าว ท่านปิงคิยานีมาจากไหนแต่วัน”ปิงคิยานีพราหมณ์ตอบว่า “ข้าพเจ้ามาจากสำนักพระสมณโคดม”

“ท่านปิงคิยานีย่อมเข้าใจพระปรีชาของพระสมณโคดมว่าเป็นบัณฑิต อย่างไรเล่า”

“ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นใคร และด้วยเหตุอะไรจึงจักรู้ถึงพระปรีชา ของพระสมณโคดม ผู้ที่จะพึงรู้พระปรีชาของพระสมณโคดมได้ ก็พึงเป็นคน เช่นกับพระสมณโคดมนั้นเท่านั้น”

“ได้ยินว่า ท่านปิงคิยานีสรรเสริญพระสมณโคดมยิ่งนัก”

“ข้าพเจ้าเป็นใคร และด้วยเหตุอะไรจึงจักสรรเสริญพระสมณโคดม ก็ ท่านพระสมณโคดมพระองค์นั้นใคร ๆ ก็ยกย่องสรรเสริญกันว่าเป็นผู้ประเสริฐ ที่สุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปิงคิยานีพราหมณ์ ผู้นี้เป็นอริยสาวกชั้นอนาคามีบุคคล ได้นำเครื่องหอมและดอกไม้เป็นต้นไป บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าแต่เช้าเป็นกิจวัตรประจำ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๗๕)
หน้า ๓๓๒

“ก็ท่านปิงคิยานีเห็นอำนาจประโยชน์อะไร จึงเลื่อมใสยิ่งนักในพระ สมณโคดมอย่างนี้”

“ท่านผู้เจริญ เปรียบเหมือนผู้ที่อิ่มในรสอันเลิศแล้วย่อมไม่ปรารถนารส ที่เลวอื่น ๆ อีก ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้นโดยลักษณะใด ๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณะ หรือโดยอัพภูตธรรมก็ตาม ก็ย่อมไม่ปรารถนาวาทะของสมณะเป็นอันมากอื่น ๆ โดยลักษณะนั้น ๆ อีก ฉันนั้นเปรียบเหมือนบุรุษผู้ถูกความหิวและความอ่อนเพลียครอบงำได้พบรวง ผึ้งเข้า เขาจะลิ้มรสโดยลักษณะใด ๆ ก็ได้รสดีที่ไม่เจือปน ฉันใด บุคคลฟัง ธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้นโดยลักษณะใด ๆ คือ โดยสุตตะ โดย เคยยะ โดยไวยากรณะ หรือโดยอัพภูตธรรมก็ตาม ย่อมได้ความพอใจได้ ความเลื่อมใสแห่งใจโดยลักษณะนั้น ๆ ฉันนั้นเปรียบเหมือนบุรุษได้ไม้จันทน์เหลืองหรือจันทน์แดงมา

เขาจะสูดกลิ่น จากที่ใด ๆ คือ จากราก จากลำต้น หรือจากยอดก็ตาม ก็ได้กลิ่นหอมดีที่ไม่เจือปน ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้นโดยลักษณะใด ๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณะ หรือโดยอัพภูตธรรมก็ตาม ก็ย่อมได้ความปราโมทย์ได้ความโสมนัสโดยลักษณะนั้น ๆ ฉันนั้นเปรียบเหมือนบุรุษที่ป่วยเป็นไข้หนัก ได้รับทุกขเวทนา มีหมอผู้เชี่ยว ชาญมาบำบัดอาการป่วยของเขาให้หายไปโดยเร็ว ฉันใด บุคคลฟังธรรมของ ท่านพระโคดมพระองค์นั้นโดยลักษณะใด ๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดย ไวยากรณะ หรือโดยอัพภูตธรรมก็ตาม ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจของเขาย่อมหมดไปในลักษณะนั้น ๆ ฉันนั้นเปรียบเหมือนมีสระโบกขรณีซึ่งมีนํ้าใส สะอาด เย็น สนิท มีท่าอันดี น่ารื่นรมย์ มีบุรษผู้ถูกความร้อนแผดเผา ถูกความร้อนครอบงำ เหน็ดเหนื่อย

หน้า ๓๓๓

อยากนํ้า หิวกระหาย เดินทางมา เขาลงไปในสระนํ้านั้น อาบ ดื่ม พึง ระงับความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวง ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้นโดยลักษณะใด ๆ คือ โดย สุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณะ หรือโดยอัพภูตธรรมก็ตาม ความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงของเขาก็ย่อมระงับไปโดยลักษณะนั้น ๆ ฉันนั้น”เมื่อปิงคิยานีพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว การณปาลีพราหมณ์ลุกจากที่นั่งห่มผ้าเฉวียงบ่า คุกเข่าข้างขวาลงบนแผ่นดิน ประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ เปล่งอุทานสามครั้งว่า

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แล้วกล่าวต่อไปว่า “ท่านปิงคิยานี ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งนัก ท่านปิงคิยานี ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งนัก ท่านปิงคิยานีประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่ควํ่า เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ดังนี้ ข้าพเจ้านี้ขอถึงท่านพระโคดมพระองค์นั้น พร้อมทั้งพระธรรม และพระภิกษุ สงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอท่านปิงคิยานีจงจำข้าพเจ้าว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึง สรณะจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”

๕. ปิงคิยานีสูตร

ว่าด้วยรัตนะที่หายากยิ่ง ๕ ประการ

{๑๙๕} [๑๙๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่า มหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี สมัยนั้น เจ้าลิจฉวีประมาณ ๕๐๐ องค์เข้าไป

จบ ๔. การณปาลีสูตร