พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ · ทีฆจาริกวรรค
๘. ภัตตสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในทีฆจาริกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรค ภัตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๔๘๐–๔๘๒
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ ๕ประการเป็นไฉน ? คือ เพราะอาศัยโภคทรัพย์ บุคคลจึงเลี้ยงตนให้เป็นสุขเอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงมารดาบิดาให้เป็นสุข เอิบอิ่มบริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงบุตรภรรยา คนใช้ คนงาน และบริวารให้เป็นสุข เอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ เลี้ยงมิตรและอำมาตย์ให้เป็นสุข เอิบอิ่ม บริหารให้เป็นสุขได้โดยชอบ ๑ ย่อมบำเพ็ญทักษิณาทานที่มีผลเลิศเป็นทางสวรรค์ มีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อสวรรค์ ในสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้แล.
จบโภคสูตรที่ ๗
๘. ภัตตสูตร
ว่าด้วยคุณและโทษของการหุงต้ม
[๒๒๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารในเวลาสาย ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ย่อมไม่ได้ต้อนรับแขกที่ควรต้อนรับตามเวลา ๑ ไม่ได้บูชาเทวดาผู้รับพลีตามเวลา ๑ ไม่ได้ต้อนรับสมณพราหมณ์ผู้ฉันหนเดียว งดการฉันในเวลากลางคืน เว้นการฉันในเวลาวิกาลตามเวลา ๑ พวกคนใช้ คนงาน และบริวารหลบหน้าทำการงาน ๑อาหารที่บริโภคตามเวลาที่ไม่ควรเช่นนั้นไม่มีโอชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายโทษ ๕ ประการนี้แล มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารในเวลาสาย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการนี้ มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารตามเวลา ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ย่อมได้ต้อนรับแขกที่ควรต้อนรับ
ตามเวลา ๑ ย่อมได้บูชาเทวดาผู้รับพลีตามเวลา ๑ ย่อมได้ต้อนรับสมณ-พราหมณ์ผู้ฉันหนเดียว งดการฉันในเวลากลางคืน เว้นการฉันในเวลาวิกาลตามเวลา ๑ คนใช้ คนงาน และบริวารย่อมไม่หลบหน้าทำการงาน ๑ อาหารที่บริโภคตามเวลาที่ควรเช่นนั้นย่อมมีโอชา ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์๕ ประการนี้แล มีอยู่ในสกุลที่หุงต้มอาหารตามเวลา.
จบภัตตสูตรที่ ๘
อรรถกถาภัตตสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในภัตตสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อุสฺสูรภตฺเต ได้แก่ ในตระกูลที่หุงต้มอาหารสาย. บทว่าน กาเลน กฏิปูเชนฺติ ความว่า พวกเขาไม่หุงต้มยาคูในเวลายาคู ของ-ขบเคี้ยวในเวลาขบเคี้ยว อาหารในเวลาอาหาร จึงไม่บูชาตามเวลา เพราะเวลาที่ประกอบขวนขวายล่วงเลยไปแล้ว. ชื่อว่า ให้ด้วยจิตของตนเท่านั้น.
ต่อมา เมื่อพวกชนเหล่านั้น มาสู่เรือนของตน เขาก็ย่อมกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน. แม้เทวดาผู้คอยรับพลีมาแล้ว ตามประเพณีแห่งตระกูล ต่อได้ลาภตามกาลอันเหมาะอันควรจึงรักษาคุ้มครอง. แต่เมื่อได้รับความบีบคั้นไม่ได้ตามเวลาไม่ทำอารักขาด้วยคิดว่า พวกเหล่านี้เป็นผู้ไม่เอื้อเฟื้อในพวกเรา ดังนี้. แม้สมณพราหมณ์ ย่อมไม่ทำกิจที่ควรทำในงานมงคลและอวมงคล ด้วยคิดว่าในเรือนของคนเหล่านั้น ไม่มีอาหารในเวลาอาหาร เขาให้ในเวลาเที่ยงตรงดังนี้. บทว่า วิมุขา กมฺมํ กโรนฺติ ความว่า พวกคนใช้เป็นต้น ละงานนั่งอยู่ด้วยคิดว่า ในเวลาเช้า พวกเรายังไม่ได้อะไรเลย. พวกเราหิวเหลือเกิน
แล้ว ไม่สามารถจะทำการงานได้ดังนี้. บทว่า อโนชวนฺตํ โหติ ได้แก่อาหารที่บริโภคไม่เป็นไปตามเวลา ย่อมไม่สามารถจะแผ่โอชะไปได้. ธรรมที่เป็นสุกกปักข์ฝ่ายดี พึงทราบตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.
จบอรรถกถาภัตตสูตรที่ ๘
๙. ปฐมสัปปสูตร
ว่าด้วยโทษของงูเห่าและมาตุคาม
[๒๒๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นสัตว์ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีความน่ากลัวมาก ๑มีภัยเฉพาะหน้า ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า๕ ประการนี้แล.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการ ฉันนั้นเหมือนกัน
๕ ประการเป็นไฉน ? คือ เป็นผู้ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีความน่ากลัวมาก ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายโทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ แล.
จบปฐมสัปปสูตรที่ ๙
จบ ๘. ภัตตสูตร