พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · กกุธวรรค
๙. สีหสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในกกุธวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรค สีหสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๑๗๑–๑๗๒
(๑) เป็นผู้มีความริเริ่มน้อย มีกิจน้อย เลี้ยงง่าย ยินดียิ่งในบริขารแห่งชีวิต
(๒) เป็นผู้มีอาหารน้อย ประกอบความเป็นผู้ไม่เห็นแก่ปากแก่ท้อง
(๓) เป็นผู้มีความง่วงนอนน้อย ประกอบความเพียรเป็นเครื่องตื่นอยู่
(๔) เป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้อยู่ในเสนาสนะอันสงัด
(๕) พิจารณาจิตตามที่หลุดพ้นแล้ว
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ทำให้ มากซึ่งอานาปานสติอยู่ ย่อมแทงตลอดอรหัตที่ไม่กำเริบได้ต่อกาลไม่นานนัก”
๙. สีหสูตร
ว่าด้วยราชสีห์จับสัตว์กับพระพุทธเจ้าแสดงธรรม
{๙๙} [๙๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พญาสีหมฤคราชย่อมออกจากที่อาศัยใน เวลาเย็น ครั้นออกจากที่อาศัยแล้ว ก็เหยียดกาย ครั้นแล้วก็เหลียวแลดูทิศ ทั้ง ๔ โดยรอบ แล้วบันลือสีหนาท ๓ ครั้ง บันลือแล้วจึงออกเดินไปหากิน สีห มฤคราชนั้นถ้าแม้จะตะปบช้าง ย่อมตะปบโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะ ตะปบกระบือ ย่อมตะปบโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะตะปบโค ย่อม ตะปบโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะตะปบเสือเหลือง ย่อมตะปบโดยแม่นยำ ไม่พลาด ถ้าแม้จะตะปบเหล่าสัตว์เล็ก ๆ โดยที่สุดแม้กระต่ายและแมว ย่อมตะปบโดยแม่นยำ ไม่พลาด ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าสีหมฤคราช นั้นคิดว่า ‘ทางหากินของเราอย่าได้เสียไป’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่า ‘สีหะ’ นั้นแลเป็นชื่อแห่งตถาคตอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ข้อที่ตถาคตแสดงธรรมแก่บริษัทนี้แลจัดเป็นสีหนาท
ของตถาคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้ตถาคตจะแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายตถาคตย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสกทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ถ้าแม้จะแสดงธรรมแก่อุบาสิกาทั้งหลาย ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ โดยที่สุดแม้แก่คนขอทานและพรานนก ก็ย่อมแสดงโดยเคารพ ไม่แสดงโดยไม่เคารพ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะว่าตถาคตเป็นผู้หนักในธรรม เคารพในธรรม”
๑๐. กกุธสูตร
ว่าด้วยศาสดา ๕ ประเภท
[๑๐๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
{๑๐๐} สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม ใกล้ พระนครโกสัมพีก็สมัยนั้นแล โกฬิยบุตรชื่อกกุธะผู้เป็นอุปัฏฐากของท่าน พระมหาโมคคัลลานะถึงแก่กรรมไปไม่นาน ได้เข้าถึงมโนมัยกาย หมู่หนึ่ง อัตภาพที่เขาได้มีขนาดเท่ากับคามเขตของชาวมคธ ๒ หรือ ๓ แห่ง แต่เขาก็มิ ได้ทำตนและคนอื่นให้เดือดร้อนเพราะอัตภาพที่ได้นั้น ครั้งนั้น กกุธเทพบุตร เข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้นมัสการท่านพระมหา โมคคัลลานะแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้บอกท่านพระมหา โมคคัลลานะว่า “ท่านเจ้าข้า พระเทวทัตถูกลาภสักการะและความสรรเสริญ ครอบงำรึงรัดจิตแล้ว ได้เกิดความปรารถนาเห็นปานนี้ว่าเราจักปกครองภิกษุสงฆ์ ท่านเจ้าข้า พร้อม ๆ กับความคิดที่เกิดขึ้นนั้น พระเทวทัตได้เสื่อม จากฤทธิ์นั้นแล้ว” กกุธเทพบุตรได้กล่าวอย่างนี้ แล้วนมัสการท่านพระมหา โมคคัลลานะ กระทำประทักษิณ แล้วอันตรธานไป ณ ที่นั้นเอง
- ๑มโนมัยกาย หมายถึงหมู่เทพผู้บังเกิดด้วยณานจิตอยู่ในสุทธาวาสภูมิ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๒๖)
จบ ๙. สีหสูตร