พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ · สัตตาวาสวรรค
ขฬุงคสูตร เล่ม ๒๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๑ ในสัตตาวาสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรค ขฬุงคสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๓ หน้า ๕๐๖–๕๑๑
(๑) มีอายุทิพย์ (๒) มีวรรณะทิพย์
(๓) มีสุขทิพย์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทพชั้นดาวดึงส์ประเสริฐกว่าพวกมนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและพวกมนุษย์ชาวชมพูทวีปด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปประเสริฐกว่าพวกมนุษย์ชาว อุตตรกุรุทวีปและพวกเทพชั้นดาวดึงส์ด้วยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ คืออะไรบ้าง คือ
(๑) เป็นผู้กล้า (๒) เป็นผู้มีสติ
(๓) เป็นผู้อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีปประเสริฐกว่าพวกมนุษย์ชาว อุตตรกุรุทวีปและพวกเทพชั้นดาวดึงส์ด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แล”
๒. อัสสขฬุงกสูตร
ว่าด้วยม้าดีม้าโกงและคนดีคนโกง
{๒๒๖} [๒๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงม้ากระจอก ๓ ประเภท คนกระจอก ๓ ประเภท ม้าดี ๓ ประเภท คนดี ๓ ประเภท ม้าอาชาไนยชั้นดี ๓ ประเภท และบุรุษอาชาไนยชั้นดี ๓ ประเภท เธอทั้งหลายจงฟังดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ม้ากระจอก ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ม้ากระจอกบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ความเร็ว แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยสี ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๒) ม้ากระจอกบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๓) ม้ากระจอกบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ม้ากระจอกมี ๓ ประเภทนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนคนกระจอก ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) คนกระจอกบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๒) คนกระจอกบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๓) คนกระจอกบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนกระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมรู้ประจักษ์ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้เหตุเกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์’ เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ แต่เมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็จนปัญญา วิสัชนาไม่ได้
- ๑ม้ากระจอก คือ ม้าชั้นต่ำมื่อเทียบกับม้าดีและม้าอาชาไนย คนกระจอก คือ คนที่ด้อยเมื่อเทียบ กับคนดีและบุรุษอาชาไนย
เรากล่าวว่านี้ไม่ใช่วรรณะของเธอ และเธอย่อมไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้ไม่ใช่ความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนกระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วย วรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนกระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ย่อมรู้ประจักษ์ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ข้อปฏิบัติให้ถึง ความดับทุกข์’ เรากล่าวว่านี้เป็นเชาว์ของเธอ และเมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่านี้เป็นวรรณะของเธอ แต่เธอไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้ไม่ใช่ความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน กระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความ สูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็คนกระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมรู้ประจักษ์ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ข้อปฏิบัติให้ถึง ความดับทุกข์’ เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ และเมื่อเธอถูกถามปัญหา ในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่านี้เป็นวรรณะของเธอ และเธอก็ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้เป็นความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน กระจอกผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความ สูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนกระจอกมี ๓ ประเภทนี้แล
- ๑ในที่นี้คำว่า เชาวน์ หมายถึงญาณปัญญาที่รู้ประจักษ์อริยสัจ ๔ วรรณะ หมายถึงคุณคือ ความสามารถวิสัชนาปัญหาที่ถามในอภิธรรมและอภิวินัยได้ ความสูงและความใหญ่ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ด้วยปัจจัย ๔ (นัย องฺ.ติก.อ. ๒๗๓)
- ๒อภิธรรม อภิวินัย มีความหมายที่ควรกำหนดดังนี้ พระบาลีสุตตันตปิฎกชื่อว่าธรรม พระบาลี อภิธรรมปิฎก ๗ คัมภร์ชื่อว่าอภิธรรม(ธรรมอันยิ่ง) คัมภีร์วิภังค์แห่งสิกขาบททั้งสองฝ่ายคือภิกขุ วิภังค์และภิกขุนีวิภังค์ (พระบาลีวินัยปิฎกเล่ม ๑-๓) ชื่อว่าวินัย คัมภีร์ขันธกะและปริวาร (พระ บาลีวินัยปิฎกเล่ม ๔- ๘) ชื่อว่าอภิวินัย (วินัยอันยิ่ง)อีกความหมายหนึ่งพระบาลีสุตตัน ตปิฎกชื่อว่าธรรม มรรค ๔ ผล ๔ ชื่อว่าอภิธรรม พระบาลีวินัยปิฎกทั้งสิ้นชื่อว่าวินัย การ กระทำความควบคุมกิเลสให้ระงับชื่อว่าอภิวินัย (ที.ปา.อ. ๒๔๗)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ม้าดี ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ม้าดีบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยสี ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๒) ม้าดีบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๓) ม้าดีบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ม้าดีมี ๓ ประเภทนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนดี ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) คนดีบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๒) คนดีบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
(๓) คนดีบางคนในโลกนี้ สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะและสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นโอปปาติกะ จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ สิ้นไป เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ แต่เมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็จนปัญญา วิสัชนาไม่ได้ เรากล่าวว่านี้ใม่ใช่วรรณะของเธอ และเธอไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ
และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้ไม่ใช่ความสูงและความใหญ่ของ เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็คนดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัย นี้เป็นโอปปาติกะ จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ สิ้นไป เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ และเมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่านี้เป็นวรรณะของเธอ แต่เธอไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้ไม่ใช่ความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนดีเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ แต่ไม่สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็คนดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นโอปปาติกะ จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ สิ้นไป เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ และเมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่านี้เป็นวรรณะของเธอ และเธอก็ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้เป็นความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนดีมี ๓ ประเภทนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ม้าอาชาไนยชั้นดี ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ม้าอาชาไนยชั้นดีบางตัวในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยความเร็ว ...
- ๑โอปปาติกะ ผู้ที่ผุดเกิดขึ้นโตเต็มตัว ในที่นี้หมายถึงพระอนาคามี (ผู้ไม่เวียนกลับมาอีก) ซึ่งเมื่อสิ้นชีวิตแล้วก็จะไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส และจะปรินิพพานในที่นั้นโดยไม่ต้องกลับมาเกิด ในมนุษยโลกอีก (ม.มู.อ. ๑/๑๗๖, องฺ.ติก.อ. ๒๔๒)
(๓) ม้าอาชาไนยชั้นดีบางตัวสมบูรณ์ด้วยความเร็ว สมบูรณ์ด้วยสี และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยชั้นดีมี ๓ ประเภทนี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุรุษอาชาไนยชั้นดี ๓ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
(๑) บุรุษอาชาไนยชั้นดีบางคนในโลกนี้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ ...
(๓) บุรุษอาชาไนยบางคนสมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ สมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่
...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุรุษอาชาไนยชั้นดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ เรากล่าวว่านี้เป็นเชาวน์ของเธอ และเมื่อเธอถูกถามปัญหาในอภิธรรม ในอภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่านี้เป็นวรรณะของเธอ และเธอก็ได้จีวรบิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เรากล่าวว่านี้เป็นความสูงและความใหญ่ของเธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยชั้นดีผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่เป็นอย่างนี้แลดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยชั้นดีมี ๓ ประเภทนี้แล”
๓. ตัณหามูลกสูตร
ว่าด้วยธรรมมีตัณหาเป็นมูล ๙ ประการ
{๒๒๗} [๒๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันมีตัณหาเป็นมูลราก ๙ประการ เธอทั้งหลายจงฟัง ...
จบ ขฬุงคสูตร