พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ · อากังขวรรค
กัณฏกสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในอากังขวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
กัณฏกสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัณณาสก์ที่ ๒ อากังขวรรค กัณฏกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ สมฺพหุเลหิ อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหิ เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธึ อายสฺมตา จ ปาเลน ๓ อายสฺมตา จ อุปปาเลน ๔ อายสฺมตา จ กกฺกเฏน ๕ อายสฺมตา จ กฬิมฺเภน อายสฺมตา จ นิกเฏน อายสฺมตา จ กฏิสฺสเหน อญฺเญหิ จ อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหิ เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธึ ฯ เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา ลิจฺฉวี ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ ปรมฺปราย ๑ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา มหาวนํ อชฺโฌคาหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย ฯ
อถโข อายสฺมนฺตานํ เอตทโหสิ อิเม โข สมฺพหุลา อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา ลิจฺฉวี ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ ปรมฺปราย ๑ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา มหาวนํ อชฺโฌคาหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย สทฺทกณฺฏกา โข ปน ฌานา วุตฺตา ภควตา ยนฺนูน มยํ เยน โคสิงฺคสาลวนทาโย เตนุปสงฺกเมยฺยาม ตตฺถ มยํ อปฺปสทฺทา อปฺปกิณฺณา ผาสุ ๒ วิหเรยฺยามาติ อถโข เต อายสฺมนฺโต เยน โคสิงฺคสาลวนทาโย เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ เต อายสฺมนฺโต อปฺปสทฺทา อปฺปกิณฺณา ผาสุ ๒ วิหรนฺติ ฯ อถโข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ กหํ นุ โข ภิกฺขเว ปาโล ๓ กหํ อุปปาโล ๔ กหํ กกฺกโฏ กหํ กฬิมฺโภ กหํ นิกโฏ กหํ กฏิสฺสโห กหํ นุ โข เต ภิกฺขเว เถรา สาวกา คตาติ ฯ
อิธ ภนฺเต เตสํ อายสฺมนฺตานํ เอตทโหสิ อิเม โข สมฺพหุลา อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา ลิจฺฉวี ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ ปรมฺปราย ๑ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา มหาวนํ อชฺโฌคาหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย สทฺทกณฺฏกา โข ฌานา วุตฺตา ภควตา ยนฺนูน มยํ เยน โคสิงฺคสาลวนทาโย เตนุปสงฺกเมยฺยาม ตตฺถ มยํ อปฺปสทฺทา อปฺปกิณฺณา ผาสุ วิหเรยฺยามาติ อถโข เต ภนฺเต อายสฺมนฺโต เยน โคสิงฺคสาลวนทาโย เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ เต อายสฺมนฺโต อปฺปสทฺทา อปฺปกิณฺณา ผาสุ วิหรนฺตีติ ฯ
สาธุ สาธุ ภิกฺขเว ยถา เต มหาสาวกา สมฺมา พฺยากรมานา พฺยากเรยฺยุํ สทฺทกณฺฏกา หิ ภิกฺขเว ฌานา วุตฺตา มยา ทสยิเม ภิกฺขเว กณฺฏกา กตเม ทส ปวิเวการามสฺส สงฺคณิการามตา กณฺฏโก อสุภนิมิตฺตานุโยคํ อนุยุตฺตสฺส สุภนิมิตฺตานุโยโค กณฺฏโก อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารสฺส วิสูกทสฺสนํ กณฺฏโก พฺรหฺมจริยสฺส มาตุคามูปจาโร ๑ กณฺฏโก ปฐมสฺส ฌานสฺส สทฺโท กณฺฏโก ทุติยสฺส ฌานสฺส วิตกฺกวิจารา กณฺฏกา ตติยสฺส ฌานสฺส ปีติ กณฺฏกา ๒ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อสฺสาสปสฺสาสา ๓ กณฺฏกา สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติยา สญฺญา จ เวทนา จ กณฺฏกา ๔ ราโค กณฺฏโก โทโส กณฺฏโก อกณฺฏกา ภิกฺขเว วิหรถ [๕] อกณฺฏกา ๖ นิกณฺฏกา ภิกฺขเว วิหรถ อกณฺฏกา ภิกฺขเว อรหนฺโต [๖] อกณฺฏกา ๗ นิกณฺฏกา ภิกฺขเว อรหนฺโตติ ฯ
๑-๒ โป. อรตึ อภิภุยฺย รตึ อภิภุยฺย ฯ ม. ยุ. อภิภุยฺย อภิภุยฺย ฯ
๓ ม. ยุ. จาเลน ฯ ๔ ม. ยุ. อุปจาเลน ฯ ๕ โป. ม. กุกฺกุเฏน ฯ
๑ โป. ปริปุราย ฯ ม. ปรปุราย ฯ ยุ. จรปุราย ฯ ๒ ม. อปฺปากิณฺณา ผาสุํ ฯ
๓ ม. ยุ. จาโล ฯ ๔ ม. ยุ. อุปจาโล ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาป่ามหาวันใกล้พระนครเวสาลี พร้อมด้วยพระเถระผู้เป็นสาวกซึ่งมีชื่อเสียงหลายรูป คือท่านพระปาละ ท่านพระอุปปาละท่านพระกักกฏะ ท่านพระกฬิมภะ ท่านพระนิกฏะ ท่านพระกฏิสสหะ และพร้อมด้วยพระเถระผู้เป็นสาวกซึ่งมีชื่อเสียงเหล่าอื่น ก็สมัยนั้นแล พวกเจ้าลิจฉวีที่มีชื่อเสียงเป็นอันมาก ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึงต่อกันเข้าไปยังป่ามหาวัน เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค
ครั้งนั้นแล ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า เจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากเหล่านี้แล ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึงต่อกันเข้ามายังป่ามหาวันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค ก็พระผู้มีพระภาคตรัสฌานว่ามีเสียงเป็นปฏิปักษ์ ไฉนหนอ เราทั้งหลายพึงเข้าไปยังโคสิงคสาลทายวัน ณ ที่นั้นเราทั้งหลายพึงเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่นอยู่ให้ผาสุก ครั้งนั้นแล ท่านผู้มีอายุเหล่านั้น เข้าไปยังโคสิงคสาลทายวันณ ที่นั้น ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่น อยู่เป็นผาสุกครั้งนั้นแลพระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาลภิกษุไปไหน อุปปาลภิกษุกักกฏภิกษุ กฬิมภภิกษุ นิกฏภิกษุ กฏิสสหภิกษุไปไหน พระเถระผู้เป็นสาวกเหล่านั้นไปไหนภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นคิดว่าเจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากเหล่านี้แล ขึ้นยานชั้นดีมีเสียงอื้ออึงต่อกันเข้ามายังป่ามหาวันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค ก็พระผู้มีพระภาคตรัสฌานว่ามีเสียงเป็นปฏิปักษ์ไฉนหนอ เราทั้งหลายพึงเข้าไปยังโคสิงคสาลทายวัน ในที่นั้น พวกเราพึงเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่น อยู่เป็นผาสุก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นเข้าไปยังโคสิงคสาลทายวัน ในที่นั้นท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีเสียงน้อย ไม่เกลื่อนกล่นอยู่เป็นผาสุก พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ดีละ ดีละจริงดังที่มหาสาวกเหล่านั้น เมื่อพยากรณ์โดยชอบ พึงพยากรณ์ดังนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวฌานว่ามีเสียงเป็นปฏิปักษ์
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิปักษ์ ๑๐ประการนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะเป็นปฏิปักษ์ต่อความเป็นผู้ยินดีในที่สงัด ๑ การประกอบสุภนิมิต เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ประกอบอสุภนิมิต ๑การดูมหรสพที่เป็นข้าศึก เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ การติดต่อกับมาตุคาม เป็นปฏิปักษ์ต่อพรหมจรรย์ ๑เสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน ๑ วิตกวิจารเป็นปฏิปักษ์ต่อทุติยฌาน ๑ ปีติเป็นปฏิปักษ์ต่อตติยฌาน ๑ ลมอัสสาสปัสสาสะเป็นปฏิปักษ์ต่อจตุตถฌาน ๑สัญญาและเวทนาเป็นปฏิปักษ์ต่อสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ๑ ราคะเป็นปฏิปักษ์โทสะเป็นปฏิปักษ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีปฏิปักษ์อยู่เถิดดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีปฏิปักษ์ จงเป็นผู้หมดปฏิปักษ์อยู่เถิดดูกรภิกษุทั้งหลาย พระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นผู้ไม่มีปฏิปักษ์ พระอรหันต์ทั้งหลายไม่มีปฏิปักษ์ เป็นผู้หมดปฏิปักษ์ ฯ
จบสูตรที่ ๒
จบ กัณฏกสูตร